วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
มาดูกับมาดาม: “Along With the Gods: The Last 49 Days” เทพกว่าภาคแรกอีก

มาดูกับมาดาม: “Along With the Gods: The Last 49 Days” เทพกว่าภาคแรกอีก

  • Share:

ภาคแรกว่าเทพแล้ว ภาคนี้เทพกว่าอีก กราบจินตนาการทีมสร้างและผู้เขียนบท มีความอลังการทั้งพล็อตเรื่อง ตัวละครและโปรดักชั่น...คุ้มค่าตั๋วแน่ๆ

เรียกว่าเปิดตัวแรงตั้งแต่ฉายวันแรก (ที่เกาหลี) คือหนังทำเงินเปิดตัวชนะ Jurassic World: Fallen Kingdom หนา คือ...สงสัยใช่ไหมหนังมีอะไรดี?


ใครเคยดูภาคแรกคงรู้โครงเรื่องเลาๆ ซึ่งก็คือการเดินทางฝ่าขุมนรกทั้งเจ็ดของสามยมทูตและหนึ่งดวงวิญญาณ (ที่เชื่อว่าเป็นคนดี) โดยในภาคสองก็ยังคอนเซปต์เดิม เพิ่มเติมคือปมอดีตของเหล่ายมทูตจะถูกขยี้ในภาคนี้ ซึ่งนักแสดงหลักที่รับบทยมทูตทั้งสามก็ยังใช้คนเดิม ได้แก่ “ฮา จองอู” (The Handmaiden) ในบท “หัวหน้ายมทูตคังลิม” “จู จีฮุน” (ซีรีส์ Princess Hours) ในบท “ยมทูตเฮวอนเมก” และ “คิม ฮยางกี” (Snowy Road) ในบท “ยมทูตผู้ช่วยดัคชุน”

"ฮา จองอู" รับบท "หัวหน้ายมทูตคังลิม"
"จู จีฮุน" ผู้รับบท "ยมทูตเฮวอนเมก"
"คิม ฮยางกี" รับบท "ยมทูตผู้ช่วยดัคชุน"

 

ในส่วนของดวงวิญญาณที่สามยมทูตต้องพิทักษ์ ภาคนี้ถึงคิวของ “คิม ซูฮง” น้องชายของดวงวิญญาณจากภาคที่แล้วซึ่งรับบทโดย “คิม ดงอุค” (ซีรีส์ The 1st Shop of Coffee Prince) โดยเขาต้องฝ่านรกทั้งเจ็ด ได้แก่ นรกแห่งความเกียจคร้าน, ฆาตกรรม, หลอกลวง, อยุติธรรม, ทรยศ, ความรุนแรงและอกตัญญู เช่นเดียวกับดวงวิญญาณของพี่ชายในภาคแรก แต่ความตายของเขามันซับซ้อนและพิสูจน์ยากนิดหน่อย ทำให้เกิดเรื่องในภาคสอง

"คิม ดงอุค" รับบท "คิม ซูฮง" ดวงวิญญาณคนดีที่ต้องฝ่าเจ็ดขุมนรกไปเกิดใหม่ในภาคนี้
"อี จุงแจ" ผู้รับบท "ราชันยอมรา"

เราจะไม่สปอยล์การผจญนรกทั้งเจ็ดของสามยมทูตและดวงวิญญาณ “คิม ซูฮง” แต่จะสปอยล์ตัวขโมยซีนอย่าง “มา ดงซอก” หนึ่งเดียวที่ขโมยออร่าจากซุป'ตาร์กงยูใน Train to Busan มาได้อย่างสวยงาม ซึ่งในเรื่องนี้เขามารับบท “ซอง จูชิน” เทพประจำบ้านที่คอยปกป้องมนุษย์จากเทพนอกรีตบนโลก รวมทั้งดาวเด่นตัวแทนจากนรกอย่าง “ราชันยอมรา” ซึ่งรับบทโดย “อี จุงแจ” ผู้นำนรกที่เป็นตัวแปรกุมชะตาและ “ความลับ” ของเหล่ายมทูต

"มา ดงซอก" จอมขโมยซีนคนดังที่เรื่องนี้มารับบทเทพประจำบ้านคอยปกป้องมนุษย์จากเทพนอกรีตบนโลก
"จู จีฮุน" (ซ้ายสุด) ซุป'ตาร์เกาหลีที่รับบท "ยมทูตเฮวอนเมก" ยมทูตสายบู๊ และ "คิม ฮยางกี" (ขวาสุด) ผู้รับบท "ยมทูตผู้ช่วยดัคชุน"

แค่โปรไฟล์นักแสดงนำและตัวขโมยซีนก็น่าจะเรียกความสนใจได้แล้ว พล็อตเรื่องและโปรดักชั่นภาคนี้คงไม่ต้องพูดถึง มีความอลังการงานสร้าง จินตนาการเหลือลับ และนับว่าถูกจริตชาวเอเชียโดยเฉพาะชาวไทยเพราะหนังโฟกัสเรื่องขุมนรก บาปบุญและสำนึกผิดชอบชั่วดี ซึ่งคอหนังบ้านเราน่าจะอินตามได้ไม่ยาก

"จู จีฮุน" (ซ้ายสุด) ซุป'ตาร์เกาหลีที่รับบท "ยมทูตเฮวอนเมก" ยมทูตสายบู๊ และ "คิม ฮยางกี" (ขวาสุด) ผู้รับบท "ยมทูตผู้ช่วยดัคชุน"

ถ้าใครเคยเห็นหนังตัวอย่างน่าจะได้เห็นโปรดักชั่นยิ่งใหญ่และสเปเชียลเอฟเฟกต์ลึกล้ำแล้ว แต่ที่เหนือกว่าคือจินตนาการการผูกเรื่องและการขยี้ปมที่ผสมผสานเรื่องเหลือเชื่อให้เข้าใกล้ความจริง ส่วนตัวคิดว่าเป็นเสน่ห์ของหนังเกาหลีที่มักทำออกมาได้เสมือนจริงมากกว่าหนังสัญชาติอื่นๆ เรื่องนี้ก็เช่นกัน แม้จะโฟกัสเรื่องพิสูจน์ทราบไม่ได้แต่ก็แฝงกลิ่นอายความเป็นจริงได้อย่างแนบเนียน...และบางเรื่องก็จิกกัดได้สาแก่ใจซะด้วย

นอกจากพล็อตเรื่องที่ถูกออกแบบอย่างดี สิ่งที่เราชอบอีกอย่างคือสารที่หนังต้องการสื่อ เราไม่รู้คนอื่นจะคิดอย่างเราไหมแต่เราคิดว่าหนังพูดถึง “พื้นที่สีเทา” ได้ดี ทั้งเรื่อง “ความถูกต้อง” “ความดี” และ “ความชั่ว” อะไรคือปัจจัยที่จะแยกพื้นที่เหล่านี้ออกจากกันได้?

หนังไม่ได้ชี้นำหรือฟันธง แต่เข้าใจคิดสถานการณ์ที่ทำให้เราเกิดสภาวะอึดอัดไปกับตัวละคร ซึ่งตรงนี้เราประทับใจมาก อีกอย่างคือหนังมีวิธีสื่อสารกับเราได้แบบเนียนๆ ไม่บังคับแต่ค่อยๆ ตะล่อมให้เราตกหลุม (นรก) ไปกับเขาด้วย ส่วนตัวคิดว่าตื่นเต้นดี กระตุ้นต่อมอยากรู้ให้กระเพื่อมขึ้นเรื่อยๆ

รวมๆ ถือว่าเป็นหนังฟอร์มยักษ์ที่ #ไม่น่าพลาด มีความแฟนตาซีขั้นสุด ตื่นตาตื่นใจและดราม่าเอาโล่ให้สมสัญชาติเกาหลี แต่เราแนะนำว่าควรยลภาคแรกมาสักหน่อย เพื่อทำความรู้จักตัวละครและบรรยากาศของเรื่อง เพราะรายละเอียดค่อนข้างลึกและต้องตั้งใจดูมากเพื่อความเข้าใจเนื้อเรื่องทั้งหมด...เพราะการเล่าเรื่องเส้นเดียวมันเชยไปละ เราจะต้องมิกซ์เส้นสองและเส้นสาม อดีตขั้นหนึ่งและอดีตขั้นสองเข้าไว้ด้วยกัน...เทพไม่เทพขอให้ไปลอง

จนกว่าจะพบกันใหม่

มาดามอองทัวร์
@MadamAutuer

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้