วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ร้านค้าเร่งก่อกำแพงกั้นน้ำ รับ ‘แก่งกระจาน’ ล้น

ร้านค้าเร่งก่อกำแพงกั้นน้ำ รับ ‘แก่งกระจาน’ ล้น

  • Share:

เพชรบุรีผวากลัวหนักกว่าปี60 ทร.ส่ง‘เรือผลักดัน’ช่วย20ลำ เตือนทุกภาคทั่วไทยฝนถล่ม

ชาวบ้านในตัวเมืองเพชรบุรี พากันผวาหนัก หลังมวลน้ำในเขื่อนแก่งกระจาน จ่อล้นสปิลเวย์ไหลทะลักท่วมเร่งนำกระสอบทรายและอิฐมวลเบาก่อเป็นแนวกั้นไม่ให้น้ำเข้าสู่ตัวอาคารร้านค้ากันให้วุ่น คาดปีนี้น้ำจะท่วมหนักกว่าปีที่ผ่านมา ขณะที่กองทัพเรือส่งเรือผลักดันน้ำ 20 ลำ พร้อมกำลังพล 70 นาย รับมือเต็มพิกัด ส่วน จ.บึงกาฬ แม่น้ำโขงยังคงหนุนลำน้ำสาขาในพื้นที่ชุ่มน้ำโลก (หนองกุดทิง) เป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ครอบคลุมเนื้อที่ 3 ตำบล นาข้าวจมบาดาลนับพันไร่ ขณะที่เขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร เพิ่มสูงขึ้นอีก 5 ซม. ในตัวเมืองยังปักธงเหลืองเตือนภัย ร้านค้านำกระสอบทรายป้องกันมวลน้ำทะลักโกลาหล ด้านกรมอุตุฯเตือน เหนือ อีสาน กลาง ตะวันออกและภาคใต้ เจอฝนถล่มหนักอีก

หลายพื้นที่ยังเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมหนัก โดยผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อวันที่ 4 ส.ค.ว่าที่ จ.บึงกาฬ แม่น้ำโขงยังคงหนุนลำน้ำสาขาในพื้นที่ชุ่มน้ำโลก (หนองกุดทิง) เป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ครอบคลุมเนื้อที่ 3 ตำบล มีปริมาณน้ำสะสมที่เพิ่มขึ้นทะลักท่วมนาข้าวแล้วนับพันไร่ ถนนระหว่างบ้านโคกสะอาดหมู่ที่ 11 ต.โนนสมบูรณ์ กับบ้านโนนวังเยี่ยม หมู่ 9 ต.โคกก่อง อ.เมืองบึงกาฬ ถูกน้ำท่วมสูงกว่า 80 ซม. ระยะทางยาว 500 เมตร รถเล็กไม่สามารถวิ่งผ่านได้ คอกหมู เล้าเป็ดเล้าไก่ บ่อปลา ของนายไพรวัลย์ สารักษ์ อยู่บ้านเลขที่ 8 หมู่ 3 บ้านโคกงาม ต.โนนสมบูรณ์ ถูกน้ำท่วมสูง เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ ผู้ใหญ่บ้านต้องช่วยขนย้ายสัตว์กันโกลาหล

ส่วนปริมาณน้ำในแม่น้ำสงครามที่ครอบคุมพื้นที่ 3 อำเภอ คือ อ.โซ่พิสัย อ.พรเจริญ อ.เซกา ระดับน้ำในบางจุดลดลง มีเพียงบริเวณบ้านสุขเจริญ หมู่ 12 ต.ท่าสะอาด อ.เซกา ที่ระดับน้ำเสมอตลิ่ง ถนนท้ายหมู่บ้านมีน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมสูงราว 30 ซม. ระยะทางยาว 150 เมตร รถยังสัญจรไปมาได้ หาก ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอีก 1.5 เมตร จะส่งผลต่อบ้านเรือนราษฎรในพื้นที่ ทหารจัดชุดติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และประชาสัมพันธ์ให้ระมัดระวังในการสัญจรเส้นทางที่มีน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมถนน พร้อมเตรียมสนับสนุนกำลังพลและยุทโธปกรณ์เข้าช่วยเหลือทันที

สำหรับเขตเทศบาลนครสกลนคร ยังคงสถานะเตือนภัยธงเหลือง ร้านค้าหลายร้านในย่านเศรษฐกิจ ริมถนนรัฐพัฒนา ถนนสุขเกษม และถนน ต.พัฒนา รวมถึงย่านตลาดสด ต.การค้า ที่เคยถูกน้ำท่วมหนักเมื่อปี 2560 มีการวางเสริมกระสอบทรายเป็นแนวหน้าร้าน เตรียมรับมือน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นเต็มที่ ร้านค้าหลายแห่งถึงกับนำผ้าใบพลาสติกขนาดใหญ่มาขึงที่หน้าร้านก่อนใช้กระสอบทรายวางทับและเสริมแนวกระสอบทรายขึ้นหลายชั้นป้องกันน้ำทะลักจากถนนเข้าไปในร้าน หากสถานการณ์รุนแรง เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน

ด้านเขื่อนน้ำอูน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น 5 ซม.อยู่ที่ระดับ +185.14 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง (ม.รทก.) มีน้ำเข้าเขื่อน 8.239 ล้าน ลบ.ม. เก็บกัก 532.07 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 102.32 ระบายน้ำ 3.979 ล้าน ลบ.ม.เจ้าหน้าที่เร่งติดตั้งระบบกาลักน้ำอีก 15 ท่อ บริเวณใกล้กับจุดติดตั้งเดิม เพื่อเพิ่มอัตราการระบายน้ำออกจากเขื่อน ล่าสุดติดตั้งแล้วเสร็จเพียง 2 ท่อเท่านั้น เนื่องจากประสบอุปสรรคในการจัดหาวัสดุบางอย่างเพราะเป็นวันหยุด

ส่วนพื้นที่ อ.บ้านแพง จ.นครพนม น้ำโขงทะลักท่วมรวม 6 ตำบล 49 หมู่บ้าน 600 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตร นาข้าวเสียหายแล้วกว่า 3,000 ไร่ แถมปริมาณน้ำโขงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 12.40 เมตร ห่างจากจุดวิกฤติแค่ 60 ซม. ส่วนแม่น้ำโขงที่เอ่อล้นท่วม ร.ร.ตชด.แดนบ้านปากลา ต.นาโพธิ์– กลาง อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี สะพานทางเข้าหมู่บ้านปากลา หมู่บ้านสุดท้ายริมแม่น้ำโขงฝั่งตะวันออกของประเทศไทยมีน้ำท่วมสูง ชาวบ้านถูกตัดขาดจากภายนอกต้องใช้เรือในการสัญจรเข้าออกหมู่บ้านตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ล่าสุดน้ำลดเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว เช่นเดียวกันน้ำโขงที่ไหลผ่าน จ.มุกดาหาร ลดลงเล็กน้อย บ้านเรือนประชาชน ชุมชนเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร บางชุมชนกลับเข้าสู่ปกติ

ที่ จ.เชียงใหม่ ฝนถล่มหนักบนยอดดอยในพื้นที่ อ.แม่แตง ส่งผลให้ต้นไม้ใหญ่ริมถนนสายแม่เลา-แม่แสะ หมู่ 8 บ้านแม่แสาะ รอยต่อระหว่างเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่เลา-แม่แสะ กับอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง โค่นล้มทับรถปิกอัพพังเสียหาย 1 คัน และรถจักรยานยนต์ 2 คัน มีผู้บาดเจ็บเป็นชายชาวต่างชาติ 1 คน จ.แม่ฮ่องสอน ยังมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ทำให้ถนนสายบ้านแม่ตอละ-ศูนย์พักพิงบ้านแม่ละอูน ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย มีดินสไลด์ทับถนนหลายจุด ขณะที่บ้านเรือนและพื้นที่การเกษตร ยังมีน้ำท่วมขังชาวบ้านพากันเดือดร้อนทั่วหน้า ทางจังหวัดประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติแล้ว 7 อำเภอ

ขณะที่เขื่อนแม่กลอง ต.ม่วงชุม อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนมากขึ้น ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำแม่กลองสูงจากเดิมมาก ส่งผลให้พื้นที่ อ.ท่าม่วง อ.ท่ามะกา มีระดับน้ำสูงถึง 2 เมตร แถมกระแสน้ำแรงไหลเชี่ยวกรากจนเอ่อล้นท่วมพื้นที่ราบลุ่มริมน้ำ แพเลี้ยงปลากระชังได้รับความเสียหายจำนวนมาก โดยมวลน้ำจะไปลงสู่ จ.ราชบุรี และ จ.สมุทรสงคราม เพื่อออกทะเลต่อไป

ด้านประชาชนที่อาศัยอยู่ในตัวเมืองเพชรบุรี พากันผวาหนักหลังมวลน้ำในเขื่อนแก่งกระจานจ่อ ล้นสปิลเวย์ไหลทะลักท่วม มีการนำกระสอบทรายวางเป็นแนวกั้นไม่ให้น้ำเข้าสู่ตัวอาคารร้านค้า ขณะที่ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมถนนสุรินฤาไชย เป็นย่านเศรษฐกิจชั้นใน ส่วนใหญ่จัดหาอิฐมวลเบามาก่อเป็นผนังหน้าอาคาร และหลังอาคารสูงร่วม 60 ซม.แต่ละคนบอกตรงกันว่าผนังอิฐมวลเบาแข็งแรงดี เวลารถวิ่งผ่านจะทนแรงน้ำกระเพื่อมได้ดี คาดปีนี้น้ำจะท่วมหนักกว่าปีที่ผ่านมา

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ชลประทานเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำบนสันเขื่อนแก่งกระจาน ใกล้กับสปิลเวย์เร่งสูบน้ำเพื่อพร่องน้ำภายในเขื่อนไม่ให้ทะลักล้นสปิลเวย์จำนวนมาก โดยสถานการณ์เขื่อนมีปริมาณน้ำ 701.363 ล้าน ลบ.ม. หรือ 98.78% มีน้ำไหลลง 21.036 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนเปิดระบายน้ำ 111.19 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือวันละ 9.6068 ล้าน ลบ.ม. ส่วนเขื่อนเพชรบุรีเปิดระบายน้ำลงแม่น้ำเพชรบุรี 72.92 ลบ.ม./วินาที หรือวันละ 6.3003 ล้าน ลบ.ม. เปิดน้ำเข้าคลองส่งน้ำสายใหญ่ 4 สาย รวม 47.83 ลบ.ม./วินาที รวมทั้งสิ้น 120.75 ลบ.ม./วินาที ปริมาณฝนเฉลี่ยในพื้นที่โครงการ 0.58 มิลลิเมตร

อย่างไรก็ตาม กรมชลประทานชี้แจงกรณีเขื่อนแก่งกระจานปริมาณเต็มความจุ และจะส่งผลกระทบพื้นที่ อ.เมืองเพชรบุรี นั้นคาดน้ำจะเริ่มล้นสปิลเวย์เขื่อนแก่งกระจานในวันที่ 5 ส.ค. เวลา 22.00 น. การไหลของน้ำที่ล้นสปิลเวย์ ไม่ทำให้เขื่อนเสียหาย ปริมาณที่ไหลผ่านสปิลเวย์ไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จะค่อยๆเพิ่มขึ้น คล้ายกับการเอียงขันน้ำแต่น้อย เพื่อเทน้ำออกจากขัน ดังนั้น ต้องใช้เวลาช่วงหนึ่งกว่าน้ำจะไหลผ่านสปิลเวย์เต็มที่ อีกทั้งน้ำที่ล้นสปิลเวย์เขื่อนแก่งกระจาน ต้องใช้เวลา 24 ชม.กว่าจะถึงเขื่อนเพชรบุรี และเขื่อนเพชรบุรีจะสามารถหน่วงน้ำส่วนนี้ได้ช่วงเวลาหนึ่ง น้ำที่เกินจากเขื่อนเพชรบุรี ต้องใช้เวลา 12 ชม. กว่าจะถึงตัวเมืองเพชรบุรี

ส่วนใต้เขื่อนแก่งกระจานไม่มีฝนตก และไม่มีฝนตกสะสม ปริมาณน้ำในแม่น้ำเพชรบุรีมีน้อยมาก สามารถรับน้ำได้อีก 150 ลบ.ม./วินาที หรือ 13 ล้าน ลบ.ม./วัน ที่สำคัญชลประทานมีการเตรียมการป้องกันน้ำท่วมในตัวเมืองเพชรบุรี โดยใช้บทเรียนจากปี 59 และปี 60 ดังนี้ ก่อนเข้าฤดูฝนทำการเสริมคันกั้นน้ำแม่น้ำเพชรบุรี ตรวจความแข็งแรงก่อนเกิดฝนตกหนัก ได้ย้ายเครื่องมือ เครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำไปยังจุดเสี่ยง โดยเฉพาะจุดที่เคยเกิดน้ำท่วม ทำการพร่องน้ำ โดยการเร่งระบายน้ำแม่น้ำเพชรบุรี มีเครื่องผลักดันน้ำและเครื่องสูบน้ำจากทุกหน่วยงาน ตรวจการขึ้นลงน้ำทะเลประกอบการวางแผนการเร่งระบายน้ำและติดตามสถานการณ์ 24 ชม.

วันเดียวกัน ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ ลำเลียงเรือผลักดันน้ำ 20 ลำ พร้อมกำลังพล 70 นาย ออกเดินทางจากอู่ทหารเรือป้อมพระจุลจอมเกล้า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ไปยัง จ.เพชรบุรี ติดตั้งบริเวณปลายแม่น้ำเพชรบุรี ในการเร่งระบายน้ำจากแม่น้ำเพชรบุรี ลงสู่ทะเลเพื่อป้องกันไม่ให้ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรในพื้นที่ จ.เพชรบุรี ทั้งนี้ พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม สั่งให้ทุกเหล่าทัพติดตามสภาพอากาศ และนำกำลังพลเครื่องมือช่างเร่งช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยทั่วประเทศ พร้อมกำชับให้ทุกเหล่าทัพประสานกับส่วนราชการใน จ.เพชรบุรี อย่างใกล้ชิดด้วย

นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ได้รับรายงานจากนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรีว่า ได้เตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัย เนื่องจากน้ำในเขื่อนแก่งกระจานต้องระบายน้ำออก คาดมวลน้ำจะถึงแหล่งชุมชนในเทศบาลเมืองเพชรบุรี วันที่ 6 ส.ค. และมี 5 อำเภอ อาจได้รับผลกระทบ ได้แก่ อ.เมืองเพชรบุรี แก่งกระจาน ท่ายาง บ้านลาด และบ้านแหลม จึงแจ้งเตือนหน่วยบริการสาธารณสุขทุกแห่ง เตรียมกั้นกระสอบทรายป้องกันน้ำท่วมและติดตั้งเครื่องสูบน้ำ นอกจากนี้ให้แต่ละอำเภอสำรวจทรัพยากร เวชภัณฑ์ยา จำนวนผู้ป่วยติดบ้าน ติดเตียง หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุในพื้นที่ พร้อมประสานขอรับการสนับสนุนรถขับเคลื่อน 4 ล้อ ยกสูง เวชภัณฑ์ยาสำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัย 20,000 ชุด จากส่วนกลางเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังและติดตามปริมาณน้ำในเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ โดยเฉพาะที่เขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี หลังทราบรายงานว่า ปริมาณน้ำในเขื่อนเพิ่มสูงขึ้นเพราะมีฝนตกต่อเนื่อง มีโอกาสที่น้ำอาจล้นสปิลเวย์ หรือทางน้ำล้น และไหลเข้าสู่เขื่อน จ.เพชรบุรี และตัวเมืองเพชรบุรี อาจกระทบบ้านเรือนริมทางน้ำ รีสอร์ต และพื้นที่การเกษตร โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.แก่งกระจาน และ อ.ท่ายาง ภาพรวมคาดว่าระดับน้ำในปีนี้จะสูงมากกว่าปีก่อนราว 80 ชม. ถึง 1 เมตร ส่งผลให้น้ำท่วมขังราว 1-2 เดือน นายกรัฐมนตรีสั่งผู้ว่าฯเพชรบุรี เตรียมพร้อมรับมือเต็มที่

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือน ช่วงวันที่ 5-9 ส.ค.ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่มไว้ด้วย สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันจะมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าว สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันตก และภาคตะวันออกให้ระวังคลื่นที่พัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้