วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เผา ‘เชอรี่’ จี้ตร.7วัน จับคนฆ่า

เผา ‘เชอรี่’ จี้ตร.7วัน จับคนฆ่า

  • Share:

เผา “เชอรี่” นักธุรกิจสาวเหยื่อไม้เบสบอลแล้ว ท่ามกลางบรรยากาศสุดสลด ชาวบ้านชุมชนริมคลองลาดพร้าว หลายชุมชนนับร้อยแห่แสดงความเสียใจ เพราะผู้ตายเป็นคนน่ารักให้คำปรึกษาและรับเหมาสร้างบ้านใหม่ที่ถูกสั่งรื้อถอนช่วงจัดระเบียบ ประกาศถ้าครบ 7 วัน ตำรวจ สน.โชคชัยยังจับตัว “ไอ้โก้” ตามที่สัญญาไว้ไม่ได้ จะรวมตัวแห่ไปตามคดีที่โรงพัก ด้านตำรวจออกหมายเรียกน้องชายมือสังหารที่มีภาพอยู่ด้วยกันในโรงแรมฝั่งเขมรแล้ว ถ้าออกหมายเรียก 2 ครั้งไม่มาพบจะออกหมายจับ นอกจากนี้ ยังวางกำลังตามแนวชายแดนเขมรกันแอบหนีกลับเข้าไทย เพราะอายัดบัญชีธนาคารไว้หมดแล้ว

กรณีพบศพ น.ส.ธิติมา หรือเชอรี่ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ อายุ 39 ปี เจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ขนส่ง และปั๊มน้ำมัน ญาติพระเอกหนุ่ม แบงค์-อาทิตย์ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ เสียชีวิตอยู่ในห้องเลขที่ 2702 ชั้น 7 โรงแรมกรีนพอยต์ เรสซิเดนท์ ซอยประดิษฐ์มนูธรรม 19 แขวงและเขตลาดพร้าว กทม. สภาพสวมชุดนอนสีเขียว นั่งหน้าฟุบกับขอบเตียง มีบาดแผลถูกตีด้วยของแข็งที่ท้ายทอยด้านหลังจนกะโหลกยุบ บนที่นอนพบไม้เบสบอลเปื้อนเลือดตกอยู่ สอบสวนพบผู้ตายมาเปิดห้องพร้อมกับนายอัศยา หรือโก้ ชัยภา อายุ 33 ปี ลูกน้องในบริษัทของตัวเอง เข้าพักเมื่อคืนวันที่ 26 ก.ค. และมีภาพวงจรปิดนายอัศยาออกจากห้องเมื่อคืนวันที่ 27 ก.ค.คนเดียว ตำรวจรวบรวมหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับ และตามไปพบรถเมอร์เซเดสเบนซ์ อี 220 สีบรอนซ์ทอง ของผู้ตายจอดทิ้งไว้ใกล้ชายแดนไทย-กัมพูชา พื้นที่ จ.จันทบุรี นอกจากนี้ยังพบภาพวงจรปิดผู้ต้องหาเดินอยู่ในโรงแรมประเทศกัมพูชาตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 14.45 น. วันที่ 5 ส.ค. ที่เมรุวัดบางบัว ที่ครอบครัวตั้งวิบูลย์พาณิชย์ ร่วมกันจัดเตรียมงานฌาปนกิจศพ น.ส.ธิติมา หรือเชอรี่ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ กรรมการผู้จัดการบริษัทมหาเกียรติ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ภายหลังถูกนายอัศยา หรือโก้ ชัยภา ทำร้ายจนเสียชีวิตจนถูกศาลออกหมายจับ ความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ทางการสืบสวนเชื่อว่าผู้ต้องหายังคงหลบหนีอยู่ในประเทศกัมพูชา ในงานมีแขกเหรื่อผู้มีเกียรติเดินทางเข้ามารอร่วมงานเป็นจำนวนมาก ท่ามกลางบรรยากาศที่เศร้าสลด โดยมีกำหนดพิธีฌาปนกิจศพเวลา 17.00 น.

นายอำนวย วิชัยโชติ อายุ 67 ปี บิดา น.ส.ธิติมา กล่าวว่า ขณะนี้ปรึกษาเรื่องคดีความกับ พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.น.4 เป็นที่เรียบร้อย ได้ข้อมูลว่า เจ้าหน้าที่ขอเวลาติดตามตัวผู้ก่อเหตุเป็นระยะเวลา 7 วัน นอกจากนี้หลังจากงานฌาปนกิจศพจนเสร็จสิ้น ญาติอยู่ระหว่างปรึกษาหารือกันว่า จะนำอัฐิส่วนหนึ่งของ น.ส.ธิติมาไปลอยอังคารในพื้นที่กรุงเทพฯ หรือจังหวัดฉะเชิงเทรา และอีกส่วนจะนำไปไว้ที่วัดเมตตาธรรมโพธิญาณ ซึ่งเป็นวัดจีนในจังหวัดกาญจนบุรีต่อไป

ด้านนางธันย์วรา เลิศรัตน์อังกูร อายุ 63 ปี ประธานสหกรณ์เคหสถานเพื่อที่อยู่อาศัยจำกัด ที่รู้จักคุ้นเคยกับ น.ส.ธิติมาผู้ตายมาเกือบ 1 ปี เนื่องจากผู้ตายเป็นผู้ให้คำปรึกษา รับเหมา และสร้างบ้านริมคลองลาดพร้าว ช่วงการจัดระเบียบบ้านรุกล้ำคลองลาดพร้าวให้กับสหกรณ์ฯ ทำให้คุ้นเคยกันเปิดเผยว่า หากตำรวจยังจับตัวคนร้ายไม่ได้วันที่ 8 ส.ค.61 ที่จะถึงนี้ จะรวมตัวชาวบ้านสัก 100 คน ไปที่ สน.โชคชัยเพื่อติดตามความคืบหน้าคดีอีกทางหนึ่ง

ต่อมาเวลา 17.30 น.ในพิธีงานฌาปนกิจศพ น.ส.ธิติมา โดยมีนายพิพัฒน์ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ อายุ 36 ปี น้องชายบวชหน้าไฟให้ มีญาติและเพื่อนเดินทางเข้ามาร่วมงานเป็นจำนวนมาก ท่ามกลางบรรยากาศที่เศร้าสลด นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านในชุมชนคลองลาดพร้าวที่ น.ส.ธิติมารับเหมาก่อสร้างที่อยู่อาศัยให้ มาแสดงความเสียใจพร้อมป้ายเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับนายอัศยา หรือโก้ ชัยภา พร้อมกับให้กำลังใจครอบครัวของผู้เสียชีวิตด้วย

น.ส.เพลินพิศ สุรสิทธิ์ อายุ 46 ปี ตัวแทนชาวบ้านกล่าวว่า วันนี้ตนและตัวแทนของชาวบ้านชุมชนริมคลองลาดพร้าว และชุมชนหลังตลาดสุภาพงษ์ เดินทางมาแสดงความเสียใจ หลังจาก น.ส.ธิติมา เสียชีวิตลง ทั้ง 2 ชุมชนมีความผูกพันกับ น.ส.ธิติมามาก เนื่องจาก น.ส.ธิติมา เป็นที่ปรึกษาการสร้างที่อยู่อาศัยของสหกรณ์ฯ ช่วยการจัดระเบียบสร้างบ้านรุกล้ำคลองลาดพร้าว รับสร้างบ้านในชุมชน ขณะนั้นบ้านของตนถูกรื้อถอนก็ส่งคนมาช่วยเหลืออำนวยความสะดวก หลังจาก น.ส.ธิติมาเสียชีวิตโครงการหยุดชะงัก ชาวบ้านในชุมชนกลัวว่าโครงการจะล่าช้าและไม่ดำเนินการต่อ ตามที่ น.ส.ธิติมา วางแผนไว้ หลังจากนี้นายพิพัฒน์ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ อายุ 36 ปี น้องชายจะมาดูโครงการต่อ และจะดำเนินการสานเจตนาของ น.ส.ธิติมาให้สำเร็จลุล่วง

“ฉันเคยเห็นนายอัศยา หรือโก้ ชัยภา มาประมาณ 2-3 ครั้ง มาพร้อมกับ น.ส.ธิติมา และแนะนำให้ชาวบ้านรู้จักว่าเป็นหุ้นส่วนที่จะมาร่วมงานกัน แต่ชาวบ้านในชุมชนไม่ได้พูดคุยกับนายอัศยามากนัก เนื่องจากนายอัศยาดูหยิ่ง และไม่เป็นมิตร แตกต่างจาก น.ส.ธิติมามาก เมื่อชาวบ้านทราบว่า นายอัศยาเป็นคนฆ่าวันนี้จึงเดินทางมาแสดงความเสียใจ และนอกจากนี้ทราบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.โชคชัยจะจับคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ภายใน 7 วัน ชาวบ้านจะรอ หากไม่สามารถจับคนร้ายได้ ตนและชาวบ้านจากหลายชุมชนจะรวมตัวกันเดินไปที่ สน.โชคชัย เพื่อติดตามผลคดี อยากบอกกับ น.ส.ธิติมาว่า ขอให้ไปสู่สุคติ และขอให้เจตนาสุดท้ายสำเร็จโดยเร็ว” น.ส.เพลินพิศกล่าว

ด้าน พ.ต.ท.พสิษฐ์ สายชนม์ศักดิ์ รอง ผกก. (สอบสวน) สน.โชคชัย กล่าวว่า ขณะนี้ออกหมายเรียกนายอนุวัฒน์ ชัยภา อายุ 32 ปี น้องชายคนร้ายตั้งแต่วันที่ 4 ส.ค.แล้ว ให้มาพบพนักงานสอบสวนภายในวันที่ 12 ส.ค. หากยังไม่เข้ามาพบจะออกหมายเรียกครั้งที่ 2 หากยังไม่เข้ามาพบจะออกหมายจับตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 189 ข้อหาช่วยผู้อื่นซึ่งเป็นผู้กระทำความผิด หรือเป็นผู้ต้องหาว่ากระทำความผิด อันมิใช่ความผิดลหุโทษ เพื่อไม่ให้ต้องโทษ โดยให้พำนักแก่ผู้นั้น โดยซ่อนเร้นหรือโดยช่วยผู้นั้นด้วยประการใดเพื่อไม่ให้ถูกจับกุม ระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.น.4 เปิดเผยความคืบหน้าการติดตามจับกุมนายอัศยา หรือโก้ ชัยภา ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการดำเนินการติดตามจับกุมตัวนายอัศยาและน้องชายอยู่ วางกำลังตามเส้นทางเข้า-ออกในจังหวัดที่ติดชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ไม่เฉพาะที่เป็นจุดผ่านแดนของ ตม. แต่รวมไปถึงช่องทางธรรมชาติด้วย อีกทั้งวางกำลังตั้งแต่ภาคอีสานลงมาเกือบทุกจังหวัด ส่วนเส้นทางการเงินของนายอัศยาแจ้งอายัดบัญชีไว้หมดแล้ว ก่อนอายัดบัญชีพบว่านายอัศยาถอนเงินจากตู้เอทีเอ็มธนาคารออมสินประมาณ 5-6 พันบาท และโอนเงินหลักหมื่นบาท ส่วนรายละเอียดเรื่องตู้สาขาไหนขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ส่วนกรณีรางวัลนำจับมีผู้ไม่ประสงค์ออกนามจ่ายเงินค่าหัวให้ หากมีผู้แจ้งเบาะแสจนไปสู่การจับกุมตัว 330,000 บาท แต่การจับกุมเจ้าหน้าที่จะดำเนินการอย่างเงียบๆไม่ให้นายอัศยาไหวตัวทัน คาดว่าคงหลบหนีไปได้ไม่เกิน 1-2 สัปดาห์

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้