วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ย้อนที่มาทางแก้คลื่นรบกวนรถไฟฟ้า

ย้อนที่มาทางแก้คลื่นรบกวนรถไฟฟ้า

  • Share:

“รายงานวันจันทร์”-หนักที่สุดที่เคยเจอ “โชคดีในโชคร้ายของบีทีเอส”

ถึงช่วงวิกฤติของรถไฟฟ้าบีทีเอส จากปัญหาคลื่นวิทยุภายนอกรบกวนระบบอาณัติสัญญาณของการเดินรถ จนทำให้การเดินรถต้องขัดข้องไปทั้งระบบ เมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา จะได้รับการแก้ไขจนปัญหาส่วนใหญ่จะผ่านพ้นไปด้วยดีแล้ว แต่วันนี้บีทีเอสก็ยังเดินหน้าตรวจสอบและปรับปรุงระบบการเดินรถทั้งในส่วนเส้นทางเดิมอย่างต่อเนื่อง

รวมทั้งในเส้นทางสายใหม่ สำโรง-สมุทรปราการ ที่จะเปิดเดินรถในเดือนธันวาคมนี้!!!!

“รายงานวันจันทร์” วันนี้ไปคุยกับ สุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ BTSC ย้อนถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้นว่ามีที่มาที่ไป รวมทั้งการแก้ไขอย่างไร จนทำให้ปัญหาคลี่คลายลง

-----------------------------------

ถาม-เหตุการณ์เริ่มต้นเกิดเมื่อไร และอย่างไร

สุรพงษ์-ก่อนเกิดเหตุเป็นช่วงที่บริษัทกำลังทำส่วนต่อขยายจากสำโรงไปสมุทรปราการ โดยเรื่องหนึ่งที่เราทำพร้อมกันไปด้วย เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวเนื่องกันคือ เราได้เปลี่ยนวิทยุสื่อสารที่ใช้ในระบบอาณัติสัญญาณในเส้นทางเดิมที่ใช้มาเป็นเวลานานกว่า 9 ปีด้วย เพื่ออัปเกรดของเดิมให้เข้ากับเส้นทางใหม่เป็นระบบเดียวกัน ทั้งนี้ตามแผนเดิมที่กำหนดไว้ เรากำหนดว่าจะทยอยติดตั้งและทดสอบ ก่อนเปลี่ยนไปใช้เป็นระบบใหม่ทั้งหมดในเดือนตุลาคม 61

แต่ในราวต้นเดือนมิถุนายนปรากฏว่า เริ่มมีคลื่นวิทยุรบกวนระบบเดินรถที่สถานีพร้อมพงษ์แต่ยังไม่มาก จนกระทั่งเย็นวันอาทิตย์ที่ 24 เกิดขึ้นอีกที่สถานีสยาม โดยคลื่นภายนอกที่เข้ามานี้ได้รบกวนคลื่นของระบบของการเดินรถ ระบบจึงสั่งให้รถหยุด วิธีการแก้ไขคือ ต้องใช้ระบบแมนนวล คือ ใช้คนขับแทน แต่วิธีการนี้ทำให้ต้องลดความเร็วเหลือ 30 ความถี่ในการเดินรถจึงน้อยลง แต่เพราะเป็นช่วงวันหยุดจึงพอแก้ปัญหาไปได้ ทว่ารุ่งขึ้นวันจันทร์เช้าที่ 25 ซึ่งมีผู้โดยสารจำนวนมากก็เกิดคลื่นรบกวนที่สยามอีก ส่วนหนึ่งน่าจะเพราะผู้โดยสารส่วนใหญ่ใช้ศัพท์มือถือ ซึ่งเป็นคลื่น 2370 ทำให้รบกวนคลื่นของระบบเดินรถ ระบบจึงสั่งให้รถหยุดอีก และเกิดเหตุเช่นนี้อีกในช่วงเร่งด่วนเช้าเย็นของวันอังคาร ทำให้เช้าวันพุธ กสทช.ได้เรียกประชุมแก้ไขเรื่องนี้ โดยเบื้องต้นได้ให้ทางทีโอทีและดีแทค ปิดเครื่องสัญญาณคลื่น 2300 ตลอดเส้นทางบีทีเอส เนื่องจากอาจจะรบกวนคลื่นสัญญาณระบบการเดินรถของบีทีเอส

ถาม-ในส่วนของบีทีเอสแก้ไขอย่างไร

สุรพงษ์-เพราะบีทีเอสก็อยู่ระหว่างเปลี่ยนวิทยุสื่อสารของระบบอาณัติสัญญาณเช่นกัน กสทช.จึงให้บีทีเอสเปลี่ยนความถี่คลื่นให้ห่างจาก 2300 ให้ไปอยู่ใกล้ๆ 2500 ที่กฎหมายอนุญาตให้ใช้ได้ ทั้งนี้ วิทยุแบบใหม่ที่บีทีเอสติดตั้งอยู่เป็นระบบใหม่ที่สามารถเปลี่ยนได้หลายความถี่ และมีค่าความละเอียดมาก จึงสามารถเปลี่ยนตามได้ พร้อมกันนั้น กสทช.ได้แนะนำให้ติดตั้งตัวกรองสัญญาณเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งทั้งหมดบีทีเอสได้เร่งดำเนินการตามทั้งหมด จากเดิมที่เคยกำหนดว่าจะเปลี่ยนทั้งหมดในตุลาคม 2561 เราสามารถเปลี่ยนทั้งหมดเสร็จสิ้นในวันที่ 29 มิถุนายน 2561 และเปลี่ยนไปใช้ระบบใหม่ตั้งแต่วันนั้น

ถาม-เปลี่ยนของใหม่แล้วมีปัญหาอีกไหม

สุรพงษ์-การเปลี่ยนทั้งหมดของเราทำเสร็จโดยใช้เวลาช่วง 3-4 วันเท่านั้น จากเดิมที่กำหนดว่าจะทยอยเปลี่ยน อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนอุปกรณ์ประเภทนี้ ไม่ใช่ติดตั้งปุ๊บจะสามารถใช้ได้ผล 100% ทันที ทุกอย่างจะต้องมีการทดสอบ การปรับแต่ง การจูน ให้อุปกรณ์เข้าที่ลงตัว ซึ่งตามแผนเดิมเราจึงกำหนดให้ทยอยเปลี่ยน เพื่อใช้เวลาปรับแต่งนั่นเอง ดังนั้น เมื่อช่วงแรกๆที่ติดตั้งเสร็จและเปิดใช้ใหม่ๆ ระบบจึงอาจจะมีปัญหาบ้าง เช่น รถกระชาก หรือรถหยุด 2-3 นาที เพราะรออ่านสัญญาณซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้

ถาม-ขณะนี้ยังมีการติดตามตรวจสอบปัญหาอีกหรือไม่

สุรพงษ์-เรายังตามติดตามตรวจสอบอยู่เพื่อเก็บรายละเอียด เช่น ช่วงวันหยุดยาว 27-30 กรกฎาคมที่ผ่านมา เราติดตามตรวจสอบการอัปเกรดครั้งนี้ ทั้งในห้องทดลองและขึ้นวิ่งทดสอบจริงในขบวนรถไฟฟ้าเวลากลางคืน ทั้งในเส้นทางเก่าและเส้นทางใหม่ สำโรง-สมุทรปราการ ปรากฏว่าเรียบร้อยดี ยังไม่พบปัญหาอะไร ทำให้เราเชื่อว่า เราแก้ปัญหามาได้ถูกทางเกือบทั้งหมดแล้ว

ถาม-งบประมาณในการจัดการครั้งนี้

สุรพงษ์-จริงๆแล้วการเปลี่ยนครั้งนี้อยู่ในแผนเดิมอยู่แล้ว ประมาณ 100 ล้านบาท แต่น่าจะมีการเพิ่มเติมอีก ขณะที่ส่วนการติดตั้งตัวกรองสัญญาณนั้น ใช้งบประมาณราว 10 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่าเป็น “โชคดีในโชคร้าย” ของบีทีเอส ที่มาเกิดเหตุขณะที่เราปรับปรุงแก้ไขอยู่ เพราะมิฉะนั้นเราต้องใช้เวลาในการจัดหาเครื่องมืออุปกรณ์อีกนานแน่ และตั้งแต่เปิดเดินรถ ปัญหาครั้งนี้ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา แต่ทุกอย่างก็สามารถผ่านไปด้วยดี.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้