วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
อะโวคาโดระวังแอนแทรคโนส

อะโวคาโดระวังแอนแทรคโนส

โดย สะ-เล-เต
6 ส.ค. 2561 05:01 น.
  • Share:

ระยะนี้สภาพอากาศทั้งเอื้อและเป็นใจให้โรคาจากเชื้อราเจริญเติบโตได้ดี กรมวิชาการเกษตรเตือนเกษตรกรผู้ปลูกอะโวคาโดให้เตรียมรับมือการระบาดของโรคแอนแทรคโนส...สามารถพบได้ในระยะต้นอะโวคาโดติดผลอ่อนไปจนถึงระยะผลแก่ใกล้เก็บเกี่ยว

อาการที่ใบ...ในระยะแรกอาการของโรคจะเห็นเป็นจุดแผลสีน้ำตาลเข้ม ต่อมาแผลขยายตัวมีหลายแผลในหนึ่งใบ หากอาการรุนแรงแผลจะขยายตัวอย่างรวดเร็ว ใบจะแห้งและร่วงหล่น

อาการที่ก้านใบ กิ่ง และก้านช่อดอก...พบแผลจุดหรือขีดสีม่วง ถ้าอาการรุนแรงแผลจะขยายลุกลามทำให้ก้านใบและกิ่งแห้ง หากเกิดที่ก้านช่อดอกจะทำให้ช่อดอกเหี่ยว แห้ง และหลุดร่วงก่อนติดผล

อาการที่ผล...ผลอ่อนเป็นจุดแผลสีน้ำตาลถึงดำ หากอาการรุนแรง ผลจะหลุดร่วงก่อนกำหนด

อาการบนผลแก่...มักพบในระยะใกล้เก็บเกี่ยวและหลังเก็บเกี่ยวผลผลิต พบแผลจุดสีน้ำตาลถึงดำรูปร่างกลมขนาดไม่แน่นอน ต่อมาแผลขยายลุกลามเป็นแผลยุบตัวในเนื้อผลทำให้ผลเน่า บางครั้งพบเมือกสีส้มซึ่งเป็นส่วนขยายพันธุ์ของเชื้อราที่บริเวณแผล

ดังนั้น ในระยะนี้เกษตรกรควรหมั่นตรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ หากพบเริ่มมีอาการระบาดของโรคแอนแทรคโนส ให้เกษตรกรตัดแต่ง เก็บส่วนที่เป็นโรคนำไปเผาทำลายทิ้งนอกแปลงปลูก เพื่อลดปริมาณเชื้อราที่ก่อโรค...และควรกำจัดวัชพืชรอบโคนต้น เพื่อลดความชื้นสะสม เพื่อไม่ให้เกิดสภาพเอื้อต่อการเกิดโรค

กรณีพบโรคเริ่มระบาด ให้เกษตรกรพ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืช อะซอกซีสโตรบิน 25% เอสซี อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ แมนโคเซบ 80% ดับเบิลยูพี อัตรา 50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ โพรคลอราซ 45% อีซี อัตรา 15 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นทุก 7-10 วัน

และหลังจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตเรียบร้อยแล้ว เกษตรกรควรตัดแต่งทรงพุ่มให้โปร่ง อากาศถ่ายเทสะดวก เพื่อลดความชื้นสะสมในทรงพุ่ม.

สะ-เล-เต

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้