วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
บำเหน็จดำรงชีพ

บำเหน็จดำรงชีพ

โดย ซี.12
6 ส.ค. 2561 05:03 น.
  • Share:

มีข้อเรียกร้องจากข้าราชการบำนาญถึงรัฐบาลเกี่ยวกับการจ่ายบำเหน็จดำรงชีพอีกครั้ง มีพลเอกไมตรี อยู่สถาพร นายกสมาคมนายทหารนอกประจำการ เป็นแกนนำ โดยเท้าความว่า

ตามที่รัฐบาลได้จ่ายบำเหน็จดำรงชีพให้ผู้รับบำนาญมาแล้ว 2 ครั้ง และให้ความช่วยเหลือผู้รับบำนาญในด้านต่างๆมาโดยตลอดแล้วนั้น บัดนี้ สมาคมนายทหารนอกประจำการพร้อมด้วยสมาคม ชมรมผู้รับบำนาญและอดีตข้าราชการจากกระทรวง ทบวง กรมต่างๆได้รับการร้องขอจากผู้รับบำนาญทั่วประเทศ ขอให้รัฐบาลจ่ายบำเหน็จดำรงชีพอีกครั้งหนึ่ง เป็นครั้งที่สาม เพื่อให้ครบสิทธิที่กำหนดในพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการดังกล่าวโดยให้เหตุผลดังนี้

ผู้รับบำนาญมีความเดือดร้อนจริงตามที่ร้องเรียนเนื่องการจ่ายบำเหน็จดำรงชีพครั้งที่สองมีระยะเวลาห่างจากปัจจุบันเป็นเวลาถึงเก้าปี ค่าครองชีพได้เพิ่มสูงขึ้นมาก ผู้รับบำนาญได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากบำนาญที่ได้รับมีจำนวนคงที่ จึงสมควรพิจารณาให้ความอนุเคราะห์จ่ายบำเหน็จดำรงชีพส่วนที่เหลือให้ครบสิทธิตามที่กำหนดในพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการดังกล่าว

ทั้งนี้ รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังสามารถออกกฎกระทรวงกำหนดอัตราและวิธีรับบำเหน็จดำรงชีพตามข้อพิจารณาดังกล่าวมาแล้ว

หากข้อเสนอข้างต้นจะเป็นภาระต่องบประมาณที่ต้องจ่ายในคราวเดียวกันก็อาจแบ่งจ่ายเป็นสองช่วงคือ เมื่ออายุครบ 70 ปีบริบูรณ์จ่ายให้ส่วนหนึ่งก่อน และในช่วงที่สองจ่ายส่วนที่เหลือเมื่ออายุครบ 75 ปีบริบูรณ์ ให้ครบสิทธิตามที่ได้กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

นอกจากนั้น ผู้รับบำนาญที่ได้ใช้สิทธิบำเหน็จตกทอดขอกู้เงินจากสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ 26) พ.ศ.2553 ได้ร้องเรียนว่าสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการได้คิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 6 ถึง 7 ซึ่งเป็นอัตราเดียวกันกับที่ให้ลูกค้าทั่วไปกู้ ทั้งๆที่การให้ผู้รับบำนาญกู้โดยใช้บำเหน็จตกทอดเป็นหลักทรัพย์ประกันการกู้เงิน ไม่มีความเสี่ยงที่จะเกิดหนี้สูญและมีค่าใช้จ่ายดำเนินธุรกรรมการให้กู้เงินตํ่า ขอให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้ตํ่าลง

สมาคม/ชมรมผู้รับบำนาญจึงขอให้นายกรัฐมนตรีดำเนินการให้สถาบันการเงินของรัฐที่เข้าร่วมโครงการให้กู้เงินฯเป็นผู้นำในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ โดยใช้อัตราแบบผ่อนปรนหรือ Soft loan แทน เพื่อให้สถาบันการเงินเอกชนที่เข้าร่วมโครงการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ตาม และให้ผู้รับบำนาญที่ได้ใช้สิทธิกู้ไปแล้วกลับมากู้ใหม่เพื่อใช้หนี้เก่า (Refinance) ในอัตราดอกเบี้ยที่กำหนดขึ้นใหม่แทน

การลดอัตราดอกเบี้ยให้ตํ่าลงนี้นอกจากเป็นการช่วยผู้รับบำนาญที่ได้กู้เงินไปแล้ว ยังจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเพิ่มอำนาจซื้อเข้าสู่ระบบได้ในระดับหนึ่ง เนื่องจากมีผู้รับบำนาญที่เคยรับราชการสังกัดกระทรวง ทบวง กรม รวมทั้งพนักงานท้องถิ่นทั่วประเทศจำนวนรวมกันหลายแสนคน

ทั้งนี้ มีผู้ร่วมลงนามสนับสนุนประกอบด้วย นายไพโรจน์ พรหมสาส์น นายกสมาคมข้าราชการบำนาญมหาดไทย และนายกสมาคมข้าราชการอาวุโสแห่งประเทศไทย พลอากาศเอกธานี บวรพัฒนคุณ นายกสมาคมข้าราชการบำนาญทหารอากาศ พันโทกมล ประจวบเหมาะ นายกสมาคมนักปกครองแห่งประเทศไทย พลอากาศเอกชาญชัย ชาญชิตชิงชัย ประธานชมรม

นายทหารอาวุโส กองบัญชาการกองทัพไทย พลเรือเอกบุญปลอด มะม่วงแก้ว ประธานชมรมมิตรประดู่สัมพันธ์ พลตำรวจเอกโกศล รัตนาวะดี ประธานชมรมข้าราชการตำรวจบำนาญ พันโทพันธุ์ดี มหาศรานนท์ ประธานกรรมการบริหารชมรมทหารการเงินนอกราชการ พลตรีศุภชัย สนองคุณ ประธานชมรมข้าราชการบำนาญกองบัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ นายเทอด เกียรติสุขเกษม ประธานชมรมข้าราชการบำนาญอัยการ

นี่เป็นข้อเรียกร้องของผู้รับบำนาญทุกคนก็ว่าได้.

“ซี.12”

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้