วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สื่อต้องคำนับนายกฯ ไก่อูปัด-อ้างของเก่า

สื่อต้องคำนับนายกฯ ไก่อูปัด-อ้างของเก่า

  • Share:

กฎเข้ม 7ข้อ 7มารยาท

“บิ๊กตู่” เดินหน้าเพิ่มช่องทางสื่อสารชาวบ้าน ลุยล้างบางความจน 18 ปีหน้าสร้างบ้านได้ 2.7 ล้านหลัง ยังงดจ้อสื่อตามเดิมเด้งเชือกเลี่ยงตอบสื่ออินโดฯขวางนั่งประธานอาเซียน ผงะสันติบาลวางกติกาเข้มสื่อถ่ายภาพนายกฯ 7 ข้อปฏิบัติ 7 มารยาท ใส่สูท เกือกหุ้มส้น ทำความเคารพทั้งก่อนหลัง ต้องอยู่ห่าง 5 เมตร อย่ายืนค้ำหัว ห้อมล้อม กีดขวาง ตัดหน้า ห้ามถ่ายตอนกิน เดินขึ้น-ลงจากที่สูง “ไก่อู” เต้นผางอ้างเป็นระเบียบของเก่าปี 58 นายกฯรีบสั่งถอนโค้งคำนับ ฟากสันติบาลเด้งเชือกโยนกลองกันวุ่น ปชป.อวยพรวันเกิด 54 ปี “อภิสิทธิ์” คึกคัก หวังได้เลือกตั้ง 62 ยักไหล่ไม่แคร์ลูกพรรคถูกดูด เตรียมปั้นคนรุ่นใหม่มาเสียบแทนอยู่แล้ว ออกปากเตือนสามมิตรอย่าเดินเกมฉุดการเมืองตกต่ำ “นคร” ย้ำขบวนการสมคบคิดทำลายล้างชินวัตร ลั่นฆ่าให้ตายก็พูดคำเดิม เตรียมเชิญระดับบิ๊กมาเป็นพยานหากเรื่องไปถึงศาล

ประเด็นข่าวการเมืองชั่วโมงนี้ยังวนเวียนอยู่กับเรื่องการดูดและความเคลื่อนไหวของกลุ่มสามมิตร ที่เดินแรงขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งควันหลงงานเลี้ยงวันเกิดนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ทางการไทยประสานประเทศอังกฤษขอให้ส่งตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ กลับมาดำเนินคดีที่ประเทศไทย ล่าสุดมีเรื่องฮือฮาเล็กน้อย ภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ประกาศงดให้สัมภาษณ์เรื่องการเมือง ได้มีการวางระเบียบข้อควรปฏิบัติในการถ่ายภาพนายกฯอย่างเข้มงวด

“บิ๊กตู่” รุกเพิ่มช่องทางข่าวสารทุกพื้นที่

เมื่อวันที่ 3 ส.ค. เวลา 09.30 น. ที่อิมแพค เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานเปิดงาน “Thailand Soical Expo 2018” เพื่อแสดงผลงานด้านสังคมของรัฐบาล โดยนายกฯ กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “การขับเคลื่อนงานด้านการพัฒนาสังคมในยุค Thailand 4.0” ตอนหนึ่งว่า การเดินหน้าไทยแลนด์ 4.0 จำเป็นต้องสร้างความสมดุลของประเทศให้กับคนทุกกลุ่ม มีความเป็นธรรม คุณธรรม จริยธรรม เร่งขจัดความเหลื่อมล้ำ มีจิตสำนึกเผื่อแผ่แบ่งปัน อยากเห็นสังคมมีความสุข มีความรักความสามัคคีปรองดอง ทุกคนมีความเท่าเทียม สมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ วันนี้ปัญหาของประเทศไทยเปลี่ยนรูปแบบทุกวัน โดยเฉพาะในสื่อโซเชียลที่มีทั้งวิกฤติและโอกาส วันนี้เราจัดระเบียบสังคมที่เรื้อรังมานาน หลายอย่างแก้ไปแล้วแต่ก็ต้องเห็นใจบางคนไม่ได้ฟังข่าว ไม่รับรู้ข่าวสาร กระทรวงมหาดไทยจะเพิ่มช่องทางเหล่านี้ไว้ ทุกคน ทุกตำบล ทุกหมู่บ้าน ทุกพื้นที่ ไม่อย่างนั้นจะไม่เข้าใจอะไรคือประชารัฐ แล้วกลายเป็นว่าจะมาเรียกร้องรัฐบาลอย่างเดียว

ตั้งเป้า 2579 คนจนมีบ้าน 2.7 ล้านหลัง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า รัฐบาลจะทำโครงการที่อยู่อาศัยราคาถูก ผู้มีรายได้น้อยมีบ้านเป็นของตัวเอง โดยการเคหะแห่งชาติ คาดว่าปี 2579 หรืออีก 18 ปีข้างหน้า จะแก้ไขที่อยู่อาศัยได้ 2.7 ล้านครัวเรือน เราต้องเดินหน้าประเทศ เสริมกิจกรรมต่างๆ ไม่ได้ทำการเมืองเลย ต้องดูแลทุกกลุ่มเป้าหมายจนสุดท้ายของชีวิต เพราะท้ายสุดกลับสู่แผ่นดินหมด และแผ่นดินนี้เป็นแผ่นดินที่ศักดิ์สิทธิ์ เมื่อตายจะเผาหรือฝัง ผืนดิน แม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ จะทำอะไรต้องเคารพ นึกถึงบุญคุณของแผ่นดินด้วย เพราะเรายังมีที่ยืนอยู่โดยไม่ต้องไปเช่าใคร ต้องภูมิใจตรงนี้ อย่าไปโทษว่าจนๆ ก็จนอยู่อย่างนั้น ต้องเปิดหูเปิดตาให้มากขึ้น

ลั่นขอทำหน้าที่รัฐบาลให้ดีที่สุด

นายกฯกล่าวว่า มีเรื่องเยอะที่ต้องพูด อยากให้รู้ว่ารัฐบาลทำอะไรให้ประชาชนบ้าง อย่างรายการทุกวันศุกร์ใช้เวลาไม่เกิน 30 นาที ขอเวลาเพื่อคุยกับประชาชน และฝากทุกภาคส่วนในสายตาต่างชาติ อย่างกรณีถ้ำหลวงฯเป็นสิ่งที่ดีมากอยู่แล้ว อย่าไป ทำให้เสีย ขอให้ทุกคนมีความสุข ต้องช่วยกันไม่ว่าจะยากดีมีจนจะสำเร็จทุกเรื่อง สู่อนาคตที่สดใส คนที่มีคุณภาพทำทุกอย่างให้สำเร็จ ทำวันนี้อย่าไปรอ วันหน้า เวลาหมดไปทุกวัน ส่วนตนจะทำให้ดีที่สุดในรัฐบาลที่รับผิดชอบอยู่นี้

เมินสื่ออินโดฯต้านนั่ง ปธ.อาเซียน

จากนั้นนายกฯ เดินเยี่ยมชมนิทรรศการภายในงานจากหน่วยงานต่างๆ ทักทายประชาชนที่มาร่วมงาน ก่อนเดินทางกลับ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงกรณีสื่อหลักของอินโดนีเซีย Jakarta Post ตีพิมพ์บทความ อย่าให้ผู้นำเผด็จการทหารไทยนั่งเป็นประธานอาเซียนในปีหน้า โดยนายกฯเดินเลี่ยงกลุ่มผู้สื่อข่าวที่มาดักรอสัมภาษณ์บริเวณด้านหน้าไปโดยไม่ตอบคำถาม เพียงแค่โบกมือให้เท่านั้น

สันติบาลวางกฎเข้มคุมสื่อ–ช่างภาพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศการรักษาความปลอดภัยในการจัดงานดังกล่าวเป็นอย่างเข้มงวด โดยก่อนที่นายกฯ จะเดินทางมาถึงเจ้าหน้าที่หน่วยรักษาความปลอดภัย ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของอิมแพค เมืองทองธานี ตรวจบุคคลที่จะเข้าร่วมงานอย่างละเอียด ทุกคนต้องเดินผ่านเครื่องสแกนวัตถุต้องสงสัย ต้องลงทะเบียนติดบัตรและติดสติกเกอร์เพื่อแสดงว่าผ่านการตรวจเรียบร้อยแล้ว จนทำให้บริเวณทางเข้าห้องจัดงานที่ต้องผ่านเครื่องสแกนเกิดความแออัด ต่อแถวกันยาวเหยียดกว่าจะผ่านเข้างานได้ ขณะเดียวกันเป็นที่น่าสังเกตว่าเจ้าหน้าที่ได้เข้มงวดกับสื่อมวลชนและช่างภาพที่จะเข้าปฏิบัติหน้าที่ภายในบริเวณงาน และเป็นครั้งแรกที่เจ้าหน้าที่จากกองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 1 จัดทำใบลงทะเบียนสำหรับช่างภาพสื่อมวลชน โดยต้องลงชื่อ นามสกุล เลขบัตรประจำตัวประชาชน สถานที่อยู่ ที่ทำงาน พร้อมหมายเลขโทรศัพท์ด้วย

7 ข้อปฏิบัติ 7 มารยาทถ่ายภาพนายกฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเอกสารลงทะเบียนได้เขียนรายละเอียดข้อปฏิบัติ 7 ข้อ และ 7 ข้อมารยาทในการถ่ายภาพของช่างภาพสื่อมวลชน โดยมารยาทในการถ่ายภาพของช่างภาพสื่อมวลชน ได้กำหนดให้ 1.ต้องอยู่ในลักษณะเคารพต่อนายกฯ และแสดงความเคารพทั้งก่อนและหลังถ่ายภาพ 2.การแต่งกาย สุภาพบุรุษชุดสูทสากล สุภาพสตรีชุดกระโปรง รองเท้าหุ้มส้น 3.กล้องที่จะนำมาบันทึกภาพต้องผ่านการตรวจและติดแท็กที่ได้รับอนุญาตจากตำรวจสันติบาล 4.จะอนุญาตให้เฉพาะช่างภาพที่ลงทะเบียนและติดต่อแผนที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น 5.ไม่แสดงกิริยาวาจาหรือมารยาทอันไม่สมควร 6.ในการถ่ายภาพควรอยู่ห่างจากนายกฯ 5 เมตรเป็นอย่างน้อย และ 7.ไม่ควรเบียดเสียดกันถ่ายภาพหรือถ่ายภาพลักษณะยืนค้ำศีรษะผู้อื่นหรือยื่นกล้องถ่ายภาพในลักษณะถ่ายภาพข้ามท่าน

ห้ามวิ่งตัดหน้า–ห้ามถ่ายตอนกิน

ขณะที่ข้อควรปฏิบัติในการบันทึกภาพ 1.ต้องไม่ถ่ายภาพตรงหน้า ขณะที่นายกฯ อยู่ในห้องรับรอง 2.ห้ามถ่ายภาพขณะเดินขึ้นหรือลงจากที่สูงเช่นบันได ฯลฯ 3.ห้ามถ่ายภาพขณะรับประทานอาหาร 4.ห้ามออกนอกสถานที่ที่เจ้าหน้าที่จัดไว้ วิ่งตัดหน้า วิ่งลุกลนหรือห้อมล้อมกีดขวางทางเดิน 5.ให้บันทึกได้ในจุดหรือสถานที่ที่เจ้าหน้าที่ได้จัดไว้เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยและสวยงาม 6.การใช้ไฟฉายใช้ได้ในทุกโอกาส แต่การถ่ายไฟไม่ควรเกิน 1,500 วัตต์และควรอยู่ห่างจากห้องรับรอง และ 7.หากฝ่าฝืนมารยาทข้อควรปฏิบัติหรือไม่เชื่อฟังคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ จะถูกริบปลอกแขนและห้ามบันทึกภาพ

“ไก่อู” โร่แจงข้อปฏิบัติของเก่าปี 58

ต่อมาเวลา 16.30 น. ภายหลังข้อปฏิบัติดังกล่าวปรากฏเป็นข่าว พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงผ่านกลุ่มไลน์ “สื่อทำเนียบรัฐบาลแจ้งวาระ” ว่า กรณีโซเชียลมีเดียเผยแพร่เอกสารข้อปฏิบัติของช่างภาพสื่อมวลชน ออกโดยกองบังคับการตำรวจสันติบาล 1 ระบุมารยาทถ่ายภาพ และข้อควรปฏิบัติบันทึกภาพนายกฯ เป็นเอกสารปี 58 ไม่เข้าใจว่าทำไมถูกนำมาเผยแพร่ตอนนี้ จนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันในกลุ่มสื่อมวลชนและคนที่ได้พบเห็น นายกฯ ไม่ต้องการให้เกิดความเข้าใจผิด หรือเกิดปัญหาการทำงานระหว่างทีมนายกฯ และสื่อมวลชน ทั้งนี้เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจคงมีความปรารถนาดีต้องการให้การปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยผู้นำประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และตั้งใจจะยกระดับการทำงานของทั้งเจ้าหน้าที่และสื่อมวลชนให้มีความเป็นสากล และมีมาตรฐานเช่นเดียวกับนานาประเทศ

หวั่นภาพลบ “บิ๊กตู่” สั่งถอนโค้งคำนับ

พล.ท.สรรเสริญกล่าวว่า อย่างไรก็ตามหาก พิจารณาความเป็นจริงตั้งแต่ปี 58 เป็นต้นมา เจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้บังคับใช้ข้อปฏิบัตินี้โดยเคร่งครัดแต่อย่างใด ส่วนเรื่องใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับมาตรการรักษาความปลอดภัย เช่น โค้งคำนับก่อนและหลังการถ่ายภาพ ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการทำงานของช่างภาพ นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้กองบัญชาการตำรวจสันติบาลไปพิจารณาทบทวนและถอนออกจากข้อปฏิบัติ เพราะคนจะเคารพหรือให้เกียรติกันนั้นขึ้นอยู่กับวัตรปฏิบัติของแต่ละบุคคล

สื่อโต้โฆษก รบ.ไม่ใช่เอกสารเก่า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อกลุ่มผู้สื่อข่าว-ช่างภาพทำเนียบรัฐบาลได้รับทราบการชี้แจงจากโฆษกประจำ สำนักนายกฯว่า เป็นข้อปฏิบัติเก่าตั้งแต่ปี 58 จึงได้เข้าไปแสดงความเห็นแย้งในกลุ่มไลน์ “สื่อทำเนียบ แจ้งวาระ” ว่าเอกสารข้อปฏิบัติที่กองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 1 มาวางไว้ที่จุดลงทะเบียนของงานที่นายกรัฐมนตรีไปเปิดเมื่อเช้านี้ ทางเจ้าหน้าที่รับลงทะเบียนสื่อมวลชนได้ขอให้ช่างภาพเซ็นชื่อพร้อมไอดีบัตรประชาชน 13 หลัก โดยทุกคนเห็นเอกสารอย่างชัดเจนว่าไม่ใช่เอกสารเก่า เจ้าหน้าที่สันติบาลที่ตรวจกล้องอยู่ก็เห็นชัดเจน สื่อมวลชนไม่ได้นำเอกสารเก่ามาเขียนข่าวใหม่ อีกทั้งเอกสารข้อปฏิบัติดังกล่าวยังมีหลายแผ่นด้วย

สันติบาลเด้งเชือกโยนกลองวุ่น

ที่กองบัญชาการตำรวจสันติบาล (บช.ส.) พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช รอง ผบช.ส.กล่าวว่า สำหรับกรณีดังกล่าว พล.ต.ท.สราวุฒิ การพานิช ผบช.ส.ได้สั่งการให้ตรวจสอบแล้วว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร มีการออกข้อปฏิบัติจริงหรือไม่ และออกอย่างถูกต้องหรือไม่ อย่างไรก็ตามโดยปกติการทำงานของตำรวจสันติบาลและสื่อมวลชน ก็ปฏิบัติงานร่วมกัน มีความเข้าใจกันดีมาโดยตลอด ข้อปฏิบัติใดๆก็พูดคุยประสานงานกันด้วยดี ไม่ได้มีข้อกำหนดอะไรเป็นพิเศษแบบนี้ ทั้งนี้ ปกติแล้วอำนาจหน้าที่ในการดูแลปฏิบัติร่วมกับสื่อมวลชนในภารกิจของนายกรัฐมนตรี เป็นอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบของ บก.ส.3 ไม่ใช่ บก.ส.1 ดังนั้น การปรากฏเอกสารที่อ้างว่าเป็นข้อบังคับข้อปฏิบัติ จาก บก.ส.1 ก็เป็นเรื่องไม่ปกติ ตนยังไม่เห็นเอกสารตัวจริง จึงยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่ามีความผิดปกติอย่างไรบ้าง จริงหรือไม่ ขณะนี้อยู่ระหว่างรอให้ผู้ใต้บังคับบัญชารายงานชี้แจงขึ้นมา แล้วจะชี้แจงอีกครั้ง

ด้าน พล.ต.ต.นพดล ศรสำราญ ผบก.ส.1 กล่าวว่า ทาง บก.ส.1 ไม่เคยออกคำสั่งดังกล่าว อีกทั้งงานด้านนี้ไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยตน ไม่ทราบว่ามีคำสั่งดังกล่าวออกมาได้อย่างไร เบื้องต้นได้สั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประเด็นนี้แล้ว

“หมวดเจี๊ยบ” ฉะกุศโลบายหลบสื่อ

ด้าน ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง อดีตรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กฎต่างๆที่ออกมาใช้จัดระเบียบสื่อมวลชนที่ติดตามทำข่าวนายกฯเป็นเรื่องไม่เข้าท่า เป็นการหาข้ออ้างหลบนักข่าวทำให้ประชาชนเสียประโยชน์เพราะเข้าไม่ถึงข้อมูลของรัฐบาล ที่น่าตำหนิคือการบังคับให้สื่อมวลชนที่เป็นช่างภาพต้องทำความเคารพ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ก่อนและหลังถ่ายภาพ ถือเป็นสัญลักษณ์การล่ามโซ่ตรวนทางความคิดและกดหัวประชาชน เพราะสื่อมวลชนคือสัญลักษณ์ของการตรวจสอบรัฐบาล การมีสัมมาคารวะควรปล่อยไปตามกฎเกณฑ์สังคม อย่าใช้ระเบียบจนเป็นกฎเหล็ก ที่สำคัญตำแหน่งนายกฯมีไว้เพื่อทำงานรับใช้ประชาชน ไม่ใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่แตะต้องไม่ได้ ถ้าทำให้สื่อรู้สึกว่าเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา จะทำให้ไม่กล้าตรวจสอบ การรักษาระยะห่างให้เหมาะสมจึงเป็นเรื่องสำคัญ

“บิ๊กป้อม” งดจ้อสื่อบอกเพิ่งหายป่วย

วันเดียวกัน ที่องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปถัมภ์ (อผศ.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และ รมว.กลาโหม ในฐานะนายกสภาทหารผ่านศึก เป็นประธานการประชุมสภาทหารผ่านศึก โดยเลี่ยงให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนแตกต่างจากปกติที่ พล.อ.ประวิตรจะให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมทุกครั้ง ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตรได้ฝากแจ้งสื่อมวลชนผ่าน พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหมว่าของดให้สัมภาษณ์ เพราะเพิ่งหายจากอาการป่วย นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตรยังได้สั่งเปลี่ยนจุดลงรถอย่างกะทันหัน จากเดิมจะลงหน้าอาคาร อผศ.เพื่อเดินขึ้นห้องประชุม แต่ครั้งนี้ได้สั่งให้รถไปจอดหน้าห้องประชุมชาตินักรบ โดยเจ้าหน้าที่ชี้แจงว่าเพื่อความสะดวกในการขึ้นอาคาร เนื่องจาก พล.อ.ประวิตรไม่สะดวกในการขึ้นบันได และต้องใช้ลิฟต์เพื่อขึ้นตรงถึงห้องประชุมโดยสะดวก

เบิร์ธเดย์ “อภิสิทธิ์” หวังปี 62 ได้กาบัตร

อีกด้านหนึ่ง เมื่อเวลา 11.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ มีการจัดงานอวยพรวันเกิดอายุครบ 54 ปี ให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มีแกนนำพรรค อาทิ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรค อดีต ส.ส. ส.ก. และ ส.ข. ตลอดจนสมาชิกพรรคจำนวนมาก ร่วมอวยพรอย่างคึกคัก นอกจากนี้ ยังมีนายเทวัญ ลิปตพัลลภ น้องชายของนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ แกนนำพรรคชาติพัฒนา และนายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ อดีต รมว.อุตสาหกรรม ตัวแทนพรรคชาติพัฒนา นำแจกันดอกไม้มาร่วมอวยพรด้วย ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อพรรครวมพลังประชาชาติไทย ได้ส่งตัวแทนนำช่อดอกไม้มาอวยพรเช่นกัน

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ในวันคล้ายวันเกิดไม่ได้ทำอะไรเป็นพิเศษ มีชีวิตครอบครัวที่อบอุ่น ก็มีความสุขอยู่แล้ว สำหรับเรื่องของบ้านเมือง หวังไว้ว่าปีที่กำลังจะถึงนี้ หากมองตามโรดแม็ปก็คงจะมีการเลือกตั้ง ประชาชนจะได้ไปใช้สิทธิ์เลือกคนมาทำหน้าที่ให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้

ยักไหล่โดนดูด ปั้นคนรุ่นใหม่แทน

นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกลุ่มสามมิตรระบุว่า นายสุรสิทธิ์ ตรีทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ย้ายไปร่วมงานด้วยแล้วว่า นายสุรสิทธิ์ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ตั้งแต่ปี 2554 แล้ว จำไม่ได้ว่าเขาลาออกไปอยู่พรรคใด ส่วนนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีต ส.ส.กทม. ที่มีข่าวว่าถูกทาบทามไปเช่นกันนั้น จากที่เคยคุยกันก่อนหน้านี้ก็ไม่มีอะไร ทุกอย่างเรียบร้อยดี นายพุทธิพงษ์รายงานว่ากำลังทำงานอะไรอยู่ ยังอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ ขณะที่กรณีของนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีต ส.ส.กทม. ได้บอกกับตนว่าจะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งที่จะถึงนี้ สำหรับอดีต ส.ส.ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของพรรคบางส่วนที่มีข่าวเตรียมย้ายไปอยู่กับพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) นั้น ไม่คิดว่าจะมีปัญหาในการหาคนมาลงสมัครแทน เรื่องการให้โอกาสคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงานการเมืองเป็นสิ่งที่เราตั้งใจอยู่แล้ว น่าดีใจ คนรุ่นใหม่เข้ามามากๆ จะได้ความคิดใหม่ๆเข้ามา

วอนสามมิตรอย่าทำการเมืองต่ำตม

เมื่อถามอีกว่า แกนนำกลุ่มสามมิตรตั้งเป้าที่จะทาบทามอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ 12-13 คนไปอยู่ด้วย นายอภิสิทธิ์ตอบว่า พอจะทราบความเคลื่อนไหวที่มีการมาทาบทามคนของเรา แต่เป็นเรื่องที่ทุกคนจะต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง ว่าจุดยืน แนวคิด และอุดมการณ์ ของแต่ละคนคืออะไร ทุกคนที่อยู่กับพรรคพูดกันมาเสมอว่า การทำงานการเมืองด้วยอุดมการณ์ถ้าไปยึดติดอยู่กับผลประโยชน์เฉพาะหน้า ไม่ว่าจะเป็นเงินทอง ตำแหน่งหรืออะไรก็ตาม มันไม่มีความยั่งยืน ส่วนเรื่องการชิงตัวหรือการดูดคนไปนั้น ก็เป็นเรื่องของนักการเมืองล้วนๆ ใครจะทำพรรคการเมืองก็มีสิทธิ์ที่จะทำ แต่ขอให้ใช้วิธีที่ถูกต้องชอบธรรม อย่าไปทำให้การเมืองเสียหาย ทั้งในเรื่องของระบบและภาพลักษณ์ ถ้าคนมองว่านักการเมืองสนใจแต่เรื่องผลประโยชน์ การปฏิรูปการเมืองก็ไม่มีทางประสบความสำเร็จ เพราะการที่ประชาธิปไตยจะยั่งยืนได้นั้น อยู่ที่ประชาชนมีศรัทธาต่อตัวระบบ ดังนั้นนักการเมืองในระบบจะต้องทำตัวให้เป็นที่ศรัทธา ไม่ว่าจะเป็นคณิตศาสตร์ของใคร เราก็หวังว่าประชาชนจะให้คำตอบในวันเลือกตั้ง

กกต.ใหม่อย่าหวั่นไหวใจต้องนิ่ง

นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวถึง กกต.ชุดใหม่ว่า นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.คนใหม่ มีประสบ การณ์ด้านกฎหมาย แต่คงจะต้องเข้ามาศึกษาในแง่มุมเรื่องจัดการเลือกตั้ง ขอให้กำลังใจ ปัจจุบันมีกฎกติกาใหม่ๆที่ทำให้หลายฝ่ายต้องปรับตัว ต้อง ทำงานหนักและรวดเร็ว การเมืองของประเทศไทยจะเดินไปข้างหน้าได้ ต้องเริ่มจากการเลือกตั้งเสรีและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย ถือเป็นบทบาทสำคัญของ กกต. ขอให้ กกต.อย่าเกรงกลัวอำนาจอะไรขอให้ท่านทำภารกิจของท่านให้สมบูรณ์ เพื่อจะได้เป็นภูมิคุ้มกันให้กับตัวท่านที่ดีที่สุด

สามมิตรเดินสายตะลุยอีสาน

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกกลุ่มสามมิตร กล่าวว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มสามมิตร นายภิรมย์ พลวิเศษ อดีต ส.ส.นครราชสีมา พรรคพลังประชาชน ในฐานะผู้ประสานงานกลุ่มสามมิตร และตนจะลงพื้นที่ภาคอีสานในวันที่ 3-4 ส.ค. โดยวันนี้ 3 ส.ค. ได้ไปลงพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ และวันที่ 4 ส.ค.จะไปที่ จ.นครราชสีมา เพื่อรับฟังปัญหาประชาชนกลุ่มต่างๆ เช่น กลุ่มเกษตรกร กลุ่มชาวนา เพื่อส่งเรื่องไปยังรัฐบาลแก้ไขต่อไป และจะลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อแลกเปลี่ยน ระดมสมอง รับฟังปัญหาจากชาวบ้าน ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น รวมถึงอดีต ส.ส. ที่ถือว่าใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด คงไม่ได้ไปคุยเรื่องการเมืองอย่างที่หลายคนมองมากนัก เพราะเป็นเรื่องผู้ใหญ่หารือกัน อยากให้เปิดใจให้กว้าง มันไม่ใช่เอาเปรียบอะไร ส่วนความชัดเจนของกลุ่มสามมิตรในทางการ เมือง นายอนุชา นาคาศัย แกนนำกลุ่มสามมิตร บอกว่าปลายเดือน ส.ค.บอกว่าอย่างไรก็คงเช่นนั้น

“พิชัย” ยันไป บก.ปอท. 16 ส.ค.

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวว่า ได้ให้ทนายความขอเลื่อนการเข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ปอท. กรณีถูกเรียกครั้งที่ 11 ไปเป็นวันที่ 16 ส.ค. จะไปตามที่นัดแน่นอน เบื้องต้นทราบว่าเหตุที่ถูกเรียกมี 2 เรื่อง คือเรื่องรูปนิตยสารไทม์ ปกนายกฯที่มีข้อเขียนเชิงว่าถูกแบนห้ามขาย ตน ไม่ได้ทำขึ้นเอง แต่เป็นรูปที่กระจายในสังคมออนไลน์ ซึ่งคนจำนวนมากหาซื้อในประเทศไทยไม่ได้ ตนเห็นรูปดังกล่าวจึงนำมาแชร์โดยสุจริตใจ อีกเรื่องคือรูปที่มาจากการสัมมนาทางวิชาการที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดโดยคณะกรรม- การญาติวีรชนเดือนพฤษภาคม 35 หัวข้อ “พรรค การเมืองกับแนวทางการสามัคคีปรองดองแห่งชาติ” มีการพูดถึงการดูด ส.ส. ตนแสดงความเห็นทางวิชาการไม่ได้ระบุว่าใครเป็นผู้ดูด ถ้า คสช.จะฟ้อง ตนก็แสดงว่า คสช. เป็นผู้ดูด ส.ส.ใช่หรือไม่ การดำเนินการดังกล่าวทำให้ตนไม่แน่ใจว่าต้องการให้ตนหยุดพูด ใช่หรือไม่

พท.ย้ำคดี “ยิ่งลักษณ์” พันการเมือง

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มีส่วนได้เสียทางการเมือง ไม่เหมาะที่จะให้ความเห็นว่า คดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ เป็นคดีทุจริตคอร์รัปชันไม่ใช่คดีการเมือง ทั้งนี้ อดีตรองประธานศาลฎีกา ท่านหนึ่งให้ความเห็นคดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่าจำเลยได้กระทำขณะปฏิบัติหน้าที่ทางการเมือง ถึงคนในประเทศมองว่าเป็นคดีอาญา แต่ทุกประเทศถือเป็นคดีการเมืองทั้งหมด เพราะการเมืองเป็นเรื่องของอำนาจ การส่งตัวผู้ที่หมดอำนาจไปให้ผู้ที่กำลังมีอำนาจ ไม่มีประเทศไหนในโลกยอม ยิ่งถ้าเป็นอำนาจที่อยู่ในมือของคนที่มาจากวิธีพิเศษยิ่งไม่มีใครยอมส่งผู้ร้ายข้ามแดนให้

“นคร” ลั่นฆ่าให้ตายก็พูดคำเดิม

นายนคร มาฉิม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์กรณีโพสต์เฟซบุ๊ก จนถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าถล่มพรรคเก่าเพื่อเอาใจพรรคเพื่อไทยว่า วันที่ตนโพสต์ข้อความ บังเอิญว่าขับรถยนต์จากกรุงเทพฯ มาถึงพิษณุโลกแล้วพักมาดูข่าวเลยนึกย้อนหลังว่ามีส่วนในการล้มรัฐบาลนายทักษิณ รัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จึงอยากจะขอโทษในโอกาสวันเกิดนายทักษิณ ตนเห็นว่ามีกระบวนการสมคบคิดทางการเมือง สร้างวาทกรรมทำลายเบ็ดเสร็จจริงๆ ใครจะฟ้องร้อง เอาตนไปฆ่าฟันต่อให้ตายก็พูดคำเดิม ส่วนตนจะไปอยู่พรรคใดนั้นยังไม่สามารถกระทำได้ คสช. ยังไม่ได้ปลดล็อก มีประมาณ 5 พรรคใหญ่ที่พูดคุย แต่ถ้า พรรคนั้นเข้าร่วมกับพรรคทหารตนไม่ไปแน่

“ขอย้ำว่า ถ้าเกิดว่าคดีไปถึงศาล อดีตนายกฯที่มาจากระบบรัฐประหารประมาณ 4 คน และอดีตรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้ง ขออ้างเป็นพยานรวมไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ขอให้ท่านมาเบิกความเป็นพยานในคดีด้วยก็แล้วกัน พล.อ.ประวิตร พล.อ.อนุพงษ์ ขอให้ท่านมาเป็นพยานในคดีผมด้วย” นายนครกล่าว

ทูลเกล้าฯว่าที่ กกต. 5 คนแล้ว

ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เปิดเผยว่า วันนี้ (3 ส.ค.) ได้นำรายชื่อ นายนายอิทธิพร บุญประคอง ว่าที่ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และว่าที่ กกต.รวม 5 คน ขึ้นทูลเกล้าฯ เรียบร้อยแล้ว ส่วนความคืบหน้าการสรรหา กกต.อีก 2 คนที่เหลือนั้น ล่าสุดนายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา ในฐานะประธานกรรมการสรรหา กกต. ได้เรียกประชุมนัดแรกในวันที่ 8 ส.ค.นี้ โดยขึ้นอยู่กับคณะกรรมการสรรหาว่าจะประชุมกี่ครั้ง เพื่อมีมติเลือกภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด ก่อนส่งให้ สนช. ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง กกต. พิจารณาอีกครั้ง จากนั้นจึงจะส่งให้ที่ประชุม สนช. ลงมติโหวตเลือกต่อไป

กองทัพพร้อมสนับสนุนเลือกตั้ง

ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. ในฐานะเลขา คสช. กล่าวถึงความเคลื่อนไหวทางการเมืองหลังแต่งตั้งประธาน กกต. และ กกต. ว่าขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นตอนเตรียมการเลือกตั้ง ถึงเวลานั้นกองทัพจะมีหน้าที่สนับสนุนหากมีการร้องขอ ส่วนการเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองเริ่มปรากฏขึ้นบ้าง เท่าที่ดูยังอยู่ในกรอบที่พอรับได้ ขณะที่การเคลื่อนไหวของนายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ นั้น รมว.ต่างประเทศ ชี้แจงไปแล้ว ต้องเป็นไปตามขั้นตอนเป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศ เมื่อถามว่าจับตาความเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองต่างๆ หลังนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.ได้รับการปล่อยตัววันที่ 4 ส.ค. อย่างไร พล.อ.เฉลิมชัยตอบว่า คสช.ไม่ได้เพ่งเล็งกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เราพยายามประคับประคองสถานการณ์ความมั่นคงให้อยู่ในความเรียบร้อย เชื่อว่าทุกฝ่ายพยายามเดินไปในกรอบที่จะเกิดการเลือกตั้ง

ยันไม่ได้พุ่งเป้าเล่นงานใคร

เมื่อถามว่า กรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ว่าที่หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และนายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน โพสต์ข้อความทำให้รัฐบาลและ คสช. เสียหาย ผบ.ทบ.กล่าวว่า “การวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลสามารถทำได้ แต่ต้องอยู่ในกรอบ ถ้าการวิพากษ์วิจารณ์ผิดกฎหมายต้องว่าไปตามกระบวนการ เราพยายามบังคับใช้กฎหมายปกติ ขอย้ำว่าเราไม่ได้ไปคุกคามใคร” เมื่อถามว่า การแสดงความคิดเห็นต่างทำไมมองว่ากระทบต่อความมั่นคง พล.อ.เฉลิมชัยตอบว่า เราไม่ได้หมายความว่าการที่นายธนาธรพูดว่าไปดูด ส.ส.แล้วบอกว่าผิด แต่การเอาสิ่งนี้ไปวิจารณ์ลงเฟซบุ๊กแต่ละครั้ง คสช.วิเคราะห์ดูว่ามันผิดกฎหมายหรือไม่ ถ้าผิดก็ต้องดำเนินการ แต่ไม่ได้บอกว่าผิดกฎหมายความมั่นคง

“นายกฯ” ชวนคนไทยถวายพระพร

เมื่อเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวในรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ตอนหนึ่งว่า เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 ส.ค. สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 รัฐบาลขอเชิญชวนพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า น้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายพระพร ชัยมงคล ให้ทรงพระเกษมสำราญ บริบูรณ์ด้วยพระจตุรพิธพรชัย เป็นพระมิ่งขวัญปกเกล้าปกกระหม่อมอาณาประชาราษฎร์ ตราบนานเท่านาน พระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถ บพิตร มาตลอดรัชกาล โดยการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรแต่ละครั้ง ก่อให้เกิดโครงการพระราชดำริ ที่ยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎร สภาพสังคมและความเจริญทางวัฒนธรรมของไทย สะท้อนให้เป็นที่ประจักษ์ ถึงพระปฐมบรมราชโองการที่ว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” ในปีนี้รัฐบาล โดยกระทรวงวัฒนธรรม กำหนดจัดงาน “มหกรรมวัฒนธรรมแห่งชาติ เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 อัคราภิรักษศิลปิน” ระหว่างวันที่ 3-5 ส.ค. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติแด่พระองค์

ปลุกคนไทยรวมพลังสร้างชาติ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การขับเคลื่อนอนาคตประเทศไทย ทุกภาคส่วนต่างก็มีหน้าที่ มีความรับ ผิดชอบ แต่การจะแก้ปัญหาให้ได้อย่างเป็นรูปธรรม ต้องทำงานบูรณาการให้กลมเกลียว ทั้งสร้างความตระหนักรู้ ให้เกิดความร่วมมือร่วมใจ ต้องมีหลักคิดที่ตรงกัน ในยุทธศาสตร์ 20 ปี ที่จะเดินไปสู่อนาคต ที่ดีของประเทศ ท่ามกลางปัญหาที่ประเทศเผชิญอยู่ ทั้งการเปลี่ยนแปลงภายในนอกประเทศ การเปลี่ยนแปลง อย่างฉับพลันของเทคโนโลยี เป็นครั้งแรกของไทยที่จะมีแผนพัฒนาประเทศในทุกมิติในระยะยาว ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ไม่ได้เป็นการบังคับให้ใครต้องทำอะไรตามที่หลายฝ่ายนำมาบิดเบือน สิ่งน่ากังวลเป็นความท้าทาย คือการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ให้สำเร็จตามที่กำหนดไว้ ถ้าทุกคนไม่ยอมรับ ไม่ช่วยกันขับเคลื่อน ตามภาระหน้าที่เป้าหมายที่วาดหวังไว้ คงเป็นได้แค่เพียงความฝัน

การเปลี่ยนแปลงต้องเริ่มที่ตัวเอง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า การบริหารราชการแผ่นดินให้ก้าวไปสู่อนาคต รัฐบาลได้ริเริ่มปฏิรูประบบราชการ กลไกการบริหารแผ่นดิน และงานด้านอื่นๆ เพื่อวางรากฐานสำคัญควบคู่ไปกับการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ ส่วนแนวคิดพัฒนาประเทศด้วยแนวคิดไทยนิยม ไม่ใช่การสร้างกระแสชาตินิยม ไม่ใช่ประชานิยม เป็นการต่อยอดขยายผลจากประชารัฐ แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ จึงเป็นที่มาของโครงการไทยนิยมยั่งยืน รัฐบาลมีหน้าที่ประคับประคองคนที่ยังอ่อนแอให้มีโอกาสพัฒนาไปสู่เป้าหมายเดียวกัน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง การเปลี่ยนแปลงที่ทำได้ทันทีต้องเริ่มจากตัวเอง การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ จากตัวเราจะขยายเป็นวงกว้าง สร้างการเปลี่ยนแปลงไปสู่อนาคตของประเทศ เหมือนบทเรียนการช่วย 13 หมูป่า ที่เป็นผลจากร่วมมือร่วมใจทุกภาคส่วน ในการทำบทบาทของตัวเอง เหตุการณ์นี้พิสูจน์ให้เห็นว่าไม่มีอะไรที่คนไทยทำไม่ได้ ถ้าทุกคนร่วมมือกัน เชื่อมั่นว่าประเทศไทยจะยืนหยัดท่ามกลางกระแสความท้าทายของโลก และมีอนาคตประเทศที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนได้

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้