วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
‘น้ำอูน’ ทะลักสปิลเวย์ อีก 2 เขื่อนใหญ่จ่อวิกฤติ (คลิป)

‘น้ำอูน’ ทะลักสปิลเวย์ อีก 2 เขื่อนใหญ่จ่อวิกฤติ (คลิป)

  • Share:

แก่งกระจาน-วชิราลงกรณ ปริมาณเกินความจุกักเก็บ เตือนชาวบ้านเตรียมรับมือ

“สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” พระราชทานถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมใน จ.นครพนม หลังเกิดน้ำท่วมหนัก “บิ๊กตู่” สั่งตั้งศูนย์เฉพาะกิจติดตาม น้ำท่วม เผย 3 เขื่อนยักษ์ “เขื่อนนํ้าอูน-เขื่อนแก่งกระจาน-เขื่อนวชิราลงกรณ” จ่อวิกฤติ โดยเฉพาะเขื่อนน้ำอูนน้ำล้นสปิลเวย์แล้ว เร่งระบายน้ำภายใน 10 วัน รับพายุลูกใหม่ที่จะเข้ามาอีกระลอกในปลายเดือน ส.ค.นี้ แจ้งชาวบ้านท้ายเขื่อนเตรียมรับมือน้ำท่วม เมืองกาญจน์ระทึก น้ำจากเขื่อนวชิราลงกรณทำคันฝายชะลอน้ำพัง ชาวบ้าน 30 ครัวเรือนมีสภาพถูกตัดขาดจากโลกภายนอกมานานร่วม 1 สัปดาห์ เด็กขาดนมร้องกระจองอแง ต้องลุยน้ำเสี่ยงตายออกมาขอความช่วยเหลือ

ฝนที่ตกหนักส่งผลให้หลายพื้นที่ยังคงต้องเผชิญกับภาวะน้ำท่วมและดินยุบตัว โดยเมื่อช่วงเช้าวันที่ 3 ส.ค. ที่ จ.บึงกาฬ ระดับน้ำในแม่น้ำโขงเพิ่มสูงขึ้นวัดได้ 12.66 เมตร ส่งผลให้น้ำในลำน้ำสาขาเอ่อเข้าท่วมพื้นที่หลายอำเภอของจังหวัดบึงกาฬ โดยเฉพาะที่บ้านเทพมีชัย หมู่ 7 ต.หนองเดิ่น อ.บุ่งคล้า มีน้ำท่วมสูง ถนนทางเข้าหมู่บ้านน้ำท่วมสูงถึงเอว รถเล็กไม่สามารถผ่านได้ ส่วนที่ จ.กาฬสินธุ์ ภายหลังเขื่อนลำปาวเพิ่มการระบายน้ำจากเดิมวันละ 10 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นวันละ 15 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่งผลให้น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่ ต.ขมิ้น อ.ยางตลาด และพื้นที่ ต.หลุบ อ.เมืองกาฬสินธุ์ พืชผลทางการเกษตรเสียหายเป็นบริเวณกว้าง นอกจากนี้ฝนที่ตกหนักยังทำให้เกิดน้ำท่วมในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์หลายจุด ถนนถีนานนท์ ถนนทุ่ง-ศรีเมือง ถนนชัยสุนทร ถนนหน้า บขส.มีน้ำท่วมสูง ถึงเข่า บางจุดรถเล็กผ่านไม่ได้

จ.หนองคาย น้ำในแม่น้ำโขงเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านดอนเขียว บ้านปากมาง อ.ท่าบ่อ พื้นที่ทางการเกษตรเสียหายจำนวนมาก บางจุดน้ำท่วมสูงถึง 1 เมตร ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ 4 เครื่อง สูบน้ำจากลำห้วยหลวง ต.จุมพล อ.โพนพิสัย ลงแม่น้ำโขง เพื่อระบายน้ำออกจากพื้นที่ เช่นเดียวกับ จ.นครพนม ระดับน้ำโขงเพิ่มสูงขึ้นสูงสุดในรอบ 10 ปี ทำให้พื้นที่อำเภอต่างๆติดกับแม่น้ำโขง ประกอบด้วย อ.บ้านแพง อ.ธาตุพนม อ.ท่าอุเทน อ.เมืองนครพนม ได้รับผลกระทบหนัก ถนนสายบ้านน้อยทวย-บ้านคำฮาก ต.โนนตาล อ.ท่าอุเทน มีน้ำท่วมสูง รถเล็กไม่สามารถผ่านได้ ชาวบ้านเดือดร้อนกว่า 500 ครัวเรือน ทางจังหวัดได้ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ 10 อำเภอ 81 ตำบล 777 หมู่บ้าน มีพื้นที่เกษตรเสียหายกว่า 179,704 ไร่ ต่อมาวันเดียวกัน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายศุภชัย ภู่งาม องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์นำถุงยังชีพพระราชทานไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่บ้านปากบัง ต.พิมาน อ.นาแก 250 ชุด สร้างความปลื้มปีติให้กับผู้ประสบภัยเป็นอย่างมาก

จ.สกลนคร นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน พร้อมคณะลงพื้นที่เขื่อนน้ำอูน อ.พังโคน เพื่อติดตามการระบายน้ำ โดยนายทองเปลวกล่าวว่าเขื่อนน้ำอูนถือเป็นอันดับหนึ่งที่มีน้ำสะสมมากเกินร้อยเปอร์เซ็นต์ไปแล้ว แต่ยืนยันว่าเขื่อนยังมีความแข็งแรง ประชาชนสบายใจได้ กรมชลประทานได้ติดตั้งระบบการผันน้ำแบบ “กาลักน้ำ” 10 ท่อ และติดตั้งเพิ่มอีก 15 ท่อ เพื่อช่วยระบายน้ำออกจากเขื่อน ส่วนที่ จ.แม่ฮ่องสอน เกิดดินยุบตัวที่บ้านห้วยกองก๊าด ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย ต้องรื้อถอนบ้านเรือนออกจากพื้นที่ 5 หลัง เกรงจะไม่ปลอดภัย สำหรับหมู่บ้านแห่งนี้มีประชาชน 80 ครัวเรือน หลังเกิดเหตุดินยุบตัวชาวบ้านขอย้ายออกจากพื้นที่ 72 ครัวเรือน

จ.กาญจนบุรี มีรายงานว่า ภายหลังเกิดฝนตกหนักประกอบกับเขื่อนวชิราลงกรณเร่งปล่อยน้ำออกจากเขื่อน ทำให้มีปริมาณน้ำไหลลงสู่ลำห้วยบ้องตี้จำนวนมาก ส่งผลให้คันดินฝายชะลอน้ำบ้านหาดงิ้ว หมู่ 5 ต.วังกระแจะ อ.ไทรโยค ซึ่งชาวบ้านใช้เป็นถนนในการสัญจรเข้าออกหมู่บ้านเกิดพังทลายลงมา ชาวบ้านกว่า 30 ครัวเรือนมีสภาพถูกตัดขาดจากโลกภายนอกมานานเกือบ 1 สัปดาห์ ขาดอาหารและเครื่องดื่ม โดยเฉพาะเด็กเล็กขาดนม มีชาวบ้านรายหนึ่งทนเห็นสภาพไม่ไหวยอมเสี่ยงตายเดินลุยน้ำผ่านลำห้วยซึ่งมีน้ำไหลเชี่ยวกรากไปขอความช่วยเหลือญาติโทรศัพท์แจ้งหน่วยกู้ภัยนำอาหารเข้าไปช่วยเหลือ

จ.เพชรบุรี นางฉัตรพร ราษฎร์ดุษดี ผวจ.เพชรบุรี มีหนังสือด่วนไปยังทุกอำเภอเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม หลังรับรายงานว่าเขื่อนแก่งกระจานจะเพิ่มการระบายน้ำเพื่อลดปริมาณน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุม เนื่องจากเกิดฝนตกหนักมีน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำจำนวนมาก คาดการณ์กันว่าหากปริมาณน้ำที่ไหลเข้ายังไม่ลดลงภายใน 3-5 วันข้างหน้านี้น้ำจะล้นสปิลเวย์ ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ใต้เขื่อน ส่วนที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ทางจังหวัดได้ส่งหนังสือแจ้งเตือนไปยังองค์กรปกครองท้องถิ่นให้เตรียมพร้อมรับมือน้ำเหนือไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่ม อ.เสนา อ.บางบาล และริมแม่น้ำป่าสักท้ายเขื่อนพระราม 6 หลังพบว่ามวลน้ำเหนือก้อนแรกที่ไหลลงมาตามแม่น้ำป่าสัก ผ่านเขื่อนพระราม 6 ที่ อ.ท่าเรือ มีระดับสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนปริ่มตลิ่ง

นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยหลังประชุม “ศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติ” ว่า สทนช. ได้จัดตั้ง “ศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติ” ขึ้น ตามคำสั่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ติดตามสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง โดยเชิญผู้แทนจาก 9 หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องมาวางแผนบริหารจัดการน้ำร่วมกัน เนื่องจากขณะนี้มีฝนตกจำนวนมาก ส่งผลให้อ่างเก็บน้ำมีปริมาณน้ำมากกว่าเกณฑ์ควบคุม (Upper Rule Curve) ที่กำหนดไว้ 80-100% แบ่งเป็นเขื่อนขนาดใหญ่ 12 แห่ง และขนาดกลาง 103 แห่ง ในช่วงปลายเดือน ส.ค.นี้ คาดการณ์ว่าจะมีพายุพัดผ่านเข้ามาในไทยผ่านภาคอีสานตอนบน และภาคเหนือตอนบน ซึ่งเป็นพื้นที่ติดลำน้ำโขง และฝั่งภาคตะวันตกอีกระลอก ที่ประชุมมอบหมายให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และกรมชลประทาน เร่งระบายน้ำออกจากเขื่อนให้มากที่สุดภายใน 10 วัน โดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์สุ่มเสี่ยง ได้แก่ เขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร เขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี และเขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี

นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรม ชลประทาน ให้สัมภาษณ์ว่า สำหรับเขื่อนน้ำอูน ปัจจุบันมีปริมาณน้ำในอ่างฯ 525 ล้านลูกบาศก์เมตร มีน้ำล้นสปิลเวย์ 6 เซนติเมตร หรือคิดเป็นปริมาณน้ำล้น 1.22 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ปัจจุบันกรมชลฯ ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อช่วยในการระบายน้ำเพิ่มอีก 15 ชุด จากเดิมมีอยู่ 10 ชุด เพื่อเพิ่มศักยภาพในการระบายน้ำจาก 3.60 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน เป็น 4.15 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ส่วนเขื่อนแก่งกระจาน ปัจจุบันมีปริมาณน้ำในอ่างฯ 656 ล้านลูกบาศก์เมตร มีน้ำมากกว่าเกณฑ์กักเก็บน้ำสูงสุด 219.81 ล้านลูกบาศก์เมตร และมีการระบายน้ำ 9 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน เช่นเดียวกับเขื่อนวชิราลงกรณ ปัจจุบันมีปริมาณน้ำในอ่างฯ 7,298 ล้านลูกบาศก์เมตร มีน้ำมากกว่าเกณฑ์กักเก็บน้ำสูงสุด 1,038 ล้านลูกบาศก์เมตร ปัจจุบันมีการระบายน้ำอยู่ที่ 36 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน กรมชลฯ เห็นว่าพื้นที่ท้ายน้ำยังมีช่องว่างรับน้ำได้อีก จึงปรับการระบายน้ำเพิ่มขึ้นเป็น 43 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน เพื่อให้เขื่อนสามารถรองรับน้ำในช่วงเดือนส.ค.เพิ่มอีก

นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเผยว่า ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง เกิดน้ำล้นตลิ่งและน้ำไหลหลากรวม 10 จังหวัด 44 อำเภอ 208 ตำบล 1,262 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 20,404 ครัวเรือน 56,575 คน กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง ได้ติดตามสถานการณ์พบว่าช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลายจังหวัดริมแม่น้ำโขง ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง น้ำในเขื่อนหลายแห่งอยู่ในเกณฑ์มาก จำเป็นต้องบริหารจัดการน้ำ ได้ประสานให้จังหวัดที่อยู่ติดกับริมแม่น้ำโขงเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เตรียมพร้อมรับมือระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงอพยพประชาชนไปอยู่ในจุดที่ปลอดภัย

กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสภาพอากาศว่า ในช่วงวันที่ 3-4 ส.ค. ประเทศไทยจะมีปริมาณฝนลดลง เว้นแต่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกยังคงมีฝนต่อเนื่องและมีฝนมากกว่าภาคอื่นๆ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังปานกลาง จากนั้นช่วงวันที่ 5-9 ส.ค. ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำเอ่อล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่มไว้ด้วย ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเล อันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น คลื่นสูง 2-4 เมตร ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้