วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กุ้ง-ปู-หมึกถูกหวยสงครามการค้า

กุ้ง-ปู-หมึกถูกหวยสงครามการค้า

  • Share:

น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยถึงผลการศึกษาผลกระทบของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีน ในกลุ่มสินค้าอาหารทะเลแช่แข็งและแปรรูป รวมทั้งอาหารทะเลปรุงแต่ง ที่จีนขึ้นภาษีกับสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ 25% จำนวน 222 รายการ ตั้งแต่วันที่ 6 ก.ค.2561 ว่า การที่จีนขึ้นภาษีนำเข้า จะทำให้สินค้าสหรัฐฯในตลาดจีนมีราคาสูงขึ้น ส่งผลให้อาหารทะเลจากไทยสามารถแข่งขันและมีโอกาสส่งออกเข้าสู่ตลาดจีนได้มากขึ้น

สำหรับสินค้าไทยที่มีศักยภาพ เพราะส่งออกไปตลาดโลกและจีนได้ดีอยู่แล้ว ได้แก่ กลุ่มสินค้าจำพวกกุ้งและปู ทั้งแบบมีชีวิต สด แช่เย็น แช่แข็ง แห้ง ใส่เกลือ หรือรมควัน โดยในปี 2560 จีนนำเข้าสินค้าดังกล่าวมากกว่า 2,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในจำนวนนี้นำเข้าจากสหรัฐฯ 290 ล้านเหรียญฯ และนำเข้าจากไทย 150 ล้านเหรียญฯ ขณะที่ไทยส่งออกสินค้ากลุ่มนี้ไปทั่วโลกสูงถึง 1,160 ล้านเหรียญฯ ผู้ส่งออกไทยจึงมีโอกาสทำตลาดในจีนได้อีก

นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มที่ไทยขาดดุลการค้ากับจีน แต่ไทยมีศักยภาพส่งออกได้มากขึ้น ได้แก่ ปลาหมึกแช่แข็ง โดยปี 2560 จีนนำเข้า 500 ล้านเหรียญฯ ในจำนวนนี้นำเข้าจากสหรัฐฯ 75 ล้านเหรียญฯ แต่นำเข้าจากไทยเพียง 200,000 เหรียญฯ ขณะที่ไทยส่งออกไปตลาดโลกได้ถึงปีละ 290 ล้านเหรียญฯ, สินค้าเนื้อปลาแช่แข็ง จีนนำเข้าจากตลาดโลก 230 ล้านเหรียญฯ นำเข้าจากสหรัฐฯ 43 ล้านเหรียญฯ แต่นำเข้าจากไทยเพียง 1 ล้านเหรียญฯ ขณะที่ไทยส่งออกไปตลาดโลกได้ถึงปีละ 250 ล้านเหรียญฯ ดังนั้น ไทยยังมีโอกาสส่งออกสินค้าดังกล่าวไปจีนได้อีกมาก ขณะที่กลุ่มปลาแช่แข็งบางรายการ ไทยมีศักยภาพส่งออกไปจีนเพิ่มขึ้นได้ เช่น ปลาโซล ปลาไหล ปลาตะเพียน ปลาจาระเม็ดดำ ปลากะพงแดง เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อจีนขึ้นภาษีนำเข้าไปแล้ว สหรัฐฯอาจส่งออกสินค้าบางชนิดมาไทยมากขึ้น เช่น กลุ่มปลาแช่แข็ง ทั้งปลาแซลมอนแปซิฟิก ปลาเรดแซลมอน ปลาค็อด ปลาอลาสกาพอลลัค เป็นต้น ปลาหมึกแช่แข็ง และลอบสเตอร์ ซึ่ง สนค.เห็นว่าไทยมีศักยภาพแปรรูปเพื่อส่งออก จึงน่าจะเป็นโอกาสของอุตสาหกรรมอาหารไทยในการนำเข้าวัตถุดิบจากสหรัฐฯ มาแปรรูปเพื่อส่งออก แต่ต้องเฝ้าระวังเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อผู้เลี้ยงปลาและสัตว์น้ำในประเทศด้วย.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้