วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ซื้อรถปวดใจ! ลีสซิ่งขูดดอก ขยับ 0.5-1% สวน สคบ.คุมค่าธรรมเนียม

ซื้อรถปวดใจ! ลีสซิ่งขูดดอก ขยับ 0.5-1% สวน สคบ.คุมค่าธรรมเนียม

  • Share:

ลีสซิ่งพร้อมใจแห่ขึ้นดอกเบี้ยเช่าซื้อ 0.5–1.0% อ้างเพื่อชดเชยรายได้จากค่าธรรมเนียมหด หลัง สคบ.ออกประกาศควบคุมสัญญาเช่าซื้อ ด้านกระทรวงการคลังยังมั่นใจปรับลดคุ้มครองเงินฝากเหลือ 10 ล้านบาท 11 ส.ค.นี้ ไม่ส่งผลกระทบความเชื่อมั่นประชาชน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทยได้หารือกลุ่มสมาชิก กรณีที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. ได้ประกาศให้ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้รายได้ผู้ประกอบการลดลง และมีต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นสมาชิกจึงพร้อมใจปรับเพิ่มดอกเบี้ยเช่าซื้อขึ้น 0.50-1.0% เพื่อชดเชยรายได้จากค่าธรรมเนียมที่หายไป โดยผู้ประกอบการรายใหญ่ ธนาคารธนชาต และกรุงศรี ออโต้ ผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ในเครือธนาคารกรุงศรีอยุธยา ได้ปรับขึ้นดอกเบี้ยเช่าซื้อไปก่อนหน้านี้แล้ว

นางอภิพันธ์ เจริญอนุสรณ์ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ผู้บริหารสูงสุดปฏิบัติการผู้บริหารสูงสุด Retail Products และ Retail Payments ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารได้ปรับขึ้นดอกเบี้ยเช่าซื้อรถยนต์ใหม่เพิ่มขึ้นอีก 0.50-1.0% มีผลตั้งแต่กลางเดือน ส.ค.นี้ จากเดิม 3-3.50% ต่อปี ซึ่งการปรับขึ้นดอกเบี้ยเป็นการปรับขึ้นตามตลาด หลังจากผู้ประกอบการมีรายได้จากค่าธรรมเนียมหายไปจากประกาศควบคุมสัญญาธุรกิจเช่าซื้อของ สคบ.

“รายได้ของธุรกิจเช่าซื้อที่หายไป อาทิ ดอกเบี้ยค่าปรับกรณีลูกค้าผิดนัดชำระจากเดิมที่ให้คิดอัตราดอกเบี้ยลูกค้าทั่วไป หรือเอ็มอาร์อาร์ บวก 10 % หรือ 17% ก็ปรับลดลงเหลือ 15% ค่าติดตามยึดรถก็เหลือหลัก 100 บาท เท่าที่ดูรายได้ค่าธรรมเนียมลดหายไปมาก ขณะที่เบี้ยปรับกรณีผิดนัดชำระ หากลูกค้านำเงินมาปิดบัญชี ธนาคารก็พร้อมยกเว้นเบี้ยปรับให้อยู่แล้ว”

สำหรับในปีนี้ธนาคารตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่รถยนต์ไว้ที่ 90,000 ล้านบาท จากพอร์ตสินเชื่อรถยนต์ที่มีอยู่ 200,000 ล้านบาท แบ่งเป็นสัดส่วนการปล่อยสินเชื่อรถยนต์ใหม่ 60% และอีก 40% เป็นรถยนต์เก่า อย่างไรก็ตามในช่วงครึ่งปีแรก ยอดปล่อยสินเชื่อรถยนต์ใหม่เติบโตสูงถึง 17% ถือเป็นการเติบโตตามตลาดที่ตลาดรถยนต์กลับมาเติบโตอีกครั้งมียอดขายรถยนต์ใหม่ 490,000 คัน มีอัตราการเติบโต 19% ทำให้เชื่อว่าตลอดทั้งปียอดขายรถยนต์ในประเทศคาดว่าจะอยู่ที่ 1 ล้านคัน

ด้านนายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.คลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “ก้าวสู่ทศวรรษแห่งความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและการเงินไทย” ในงานครบรอบ 10 ปี สถาบันคุ้มครองเงินฝาก (สคฝ.) ว่า ปัจจุบันสถานะของกองทุนคุ้มครองเงินฝาก อยู่ที่ระดับ 120,000 ล้านบาท ซึ่งเพียงพอระดับหนึ่งที่จะดูแลบัญชีเงินฝากของประชาชนกรณีที่สถาบันการเงินระดับกลางเกิดปัญหา แต่หากเป็นสถาบันการเงินขนาดใหญ่ ต้องเป็นหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินเข้ามาดูแล เพราะอาจมีผลกระทบกับภาพรวมของเศรษฐกิจประเทศได้

อย่างไรก็ดี ตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค.2561-10 ส.ค.2562 จะมีการปรับลดวงเงินในการคุ้มครองเงินฝากเหลือ 10 ล้านบาทต่อบัญชี จากนั้นในวันที่ 11 ส.ค.2562-10 ส.ค.2563 จะลดเหลือ 5 ล้านบาทต่อบัญชี และตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค.2563 เป็นต้นไป จะปรับลดวงเงินในการคุ้มครองเงินฝากเหลือ 1 ล้านบาทต่อบัญชี โดยเชื่อว่าการปรับลดวงเงินการคุ้มครองดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง ดังนั้นแม้จะปรับลดวงเงินคุ้มครองเงินฝากลงก็ไม่ส่งผลกระทบอะไร สถานการณ์ทุกอย่างจะเป็นปกติ
ด้านนายสาทร โตโพธิ์ไทย ผู้อำนวยการ สคฝ. ยืนยันว่า การปรับลดวงเงินคุ้มครองเงินฝากยังไม่ส่งผลกระทบให้เกิดการโยกย้ายบัญชีเงินฝากจนมีนัยสำคัญหรือผิดปกติ แต่ยอมรับว่าอาจจะมีการโยกย้ายบัญชีเงินฝากบ้าง แต่ก็อยู่ในระดับที่เล็กน้อยเท่านั้น โดยปัจจุบันมีบัญชีเงินฝาก 10 ล้านบาท ที่ได้รับการคุ้มครอง 98% ขณะที่บัญชีเงินฝากไม่เกิน 1 ล้านบาท อยู่ที่ 98.2%

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้