วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เปิดทุกซอกมุม 'ไทยแลนด์แดนสวรรค์ อาชญากรข้ามชาติ' แต่พลาดเข้ามา ก็ถูกจับ!

เปิดทุกซอกมุม 'ไทยแลนด์แดนสวรรค์ อาชญากรข้ามชาติ' แต่พลาดเข้ามา ก็ถูกจับ!

  • Share:

ในรอบหลายปีที่ผ่านมา ตำรวจไทยโชว์ผลงานสกัดจับตัวผู้ก่อการร้ายข้ามชาติที่หลบหนีหมายจับสากลเข้ามาซุกตัวอยู่ในประเทศไทย ซึ่งทุกรายล้วนแล้วแต่เป็นผู้ต้องหาก่อเหตุอาชญากรระดับโลก ที่หมายจับจากประเทศนั้นๆ ต้องการตัว พร้อมประสานขอความร่วมมือจากนานาชาติ กระทั่งมาจนมุมเจ้าหน้าที่ตำรวจประเทศไทย

"ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ" สำหรับฝีไม้ลายมือเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยหลายๆ หน่วยงาน ที่ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรทั้งในไทยและต่างประเทศ ปรับวิชาใช้ทักษะส่วนตัวนำสู่การวาดลวดลายฝีไม้ลายมือให้ตำรวจสากลทั่วโลกได้ยกย่องเชิดชู...ถึงกระนั้นก็ตามที เคยสงสัยกันมั้ยคะว่า? ทำไมประเทศไทย จึงกลายเป็นแดนสวรรค์ของคนร้ายมือฉมังระดับโลก พากันหนีเข้ามาซุกซ่อนตัว และมีความเชื่อว่า ตัวเองจะสามารถหนีพ้นน้ำมือเจ้าหน้าที่รัฐ  

ไทยรัฐออนไลน์ ได้รับเกียรติจาก "พันตำรวจเอก ธัชพงศ์ สารวนางกูร" ผู้กำกับการสืบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ให้ข้อมูลวิเคราะห์ ปัจจัยพื้นฐานการหลบหนีเข้าไทยของคนร้ายข้ามชาติเหล่านี้ โดยจะแจกแจงตามข้อเท็จจริง ประกอบด้วย

"เข้าง่าย ออกง่าย ช่องทางธรรมชาติเยอะ "

ประเทศไทยมีเส้นทางเข้าออกตามแนวชายแดนติดต่อกับหลายประเทศ ทั้ง กัมพูชา พม่า ลาว และมาเลเซีย มีพรมแดนและช่องทางธรรมชาติที่กว้างขวาง ทำให้การเฝ้าระวังและตรวจสอบนั้นทำได้ยาก ยกตัวอย่างเช่น คนร้ายสามารถว่ายน้ำข้ามคลอง หรือพายเรือหลบหนีเข้ามาตอนตี 4 โดยไม่ต้องข้ามผ่านด่านชายแดนที่มีระบบการตรวจเข้มแข็งหนาแน่น จึงสามารถรอดพ้นสายตาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปได้ แม้ว่าระบบการตรวจสอบตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจะละเอียดรัดกุมและมีมาตรฐานสูงอยู่แล้ว แต่ต้องยอมรับว่า เขตแดนพื้นที่นั้นมีพื้นที่กว้างใหญ่ และอาชญากรเหล่านี้ก็จะแสวงหาวิธีที่จะสามารถหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ได้ จึงอาจมีบ้างที่มีการหลุดลอดเข้ามาในประเทศไทย

"พันตำรวจเอก ธัชพงศ์ สารวนางกูร" ผู้กำกับการสืบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

"เดินทางสะดวก จากจังหวัดหนึ่ง ข้ามไปยังอีกจังหวัดหนึ่ง ไม่ต้องตรวจสอบตัวบุคคล" 

ในประเทศไทยเวลาจะเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ เรามีระบบขนส่งหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นจักรยานยนต์รับจ้าง รถตุ๊กๆ รถโดยสาร รถสามล้อ รวมไปถึงรถทัวร์ข้ามจังหวัด ฯลฯ ซึ่งการเดินทางลักษณะดังกล่าวในประเทศเรา แทบจะไม่ต้องมีการตรวจสอบเอกสาร พาสปอร์ต หรือข้อมูลตัวบุคคลใดๆ เลย ง่าย สะดวก แถมบางครั้งยังสามารถโบกรถชาวบ้านต่อไปได้อีก ผิดกับในต่างประเทศซึ่งมีการคมนาคมขนส่งที่เป็นระบบระเบียบ หากจะเดินทางข้ามไปในแต่ละรัฐแต่ละเมือง ส่วนใหญ่จะต้องมีการตรวจสอบข้อมูลบุคคล การหลบหนีซ่อนตัวจึงค่อนข้างยาก

"อุดมสมบูรณ์ สะดวกสบาย มีอินเทอร์เน็ต กินก็หาง่าย ค่าครองชีพถูก คนไทยน่ารัก ง่ายๆ ไปทุกเรื่อง"

หากเปรียบเทียบกับหลายประเทศแล้วต้องยอมรับว่า ประเทศไทยนั้นอุดมสมบูรณ์พร้อมสรรพ และมีความน่าอยู่มากกว่า รวมไปถึงอาหารการกินหลากหลาย หาง่าย ราคาถูก ที่พักอาศัย โรงแรม ห้างร้าน ความสะดวกสบาย ถนนหนทาง อินเทอร์เน็ต รักษาพยาบาล เจ็บไข้ได้ป่วย ถ้าไม่หนักหนามาก ซื้อยาที่ไหนก็ได้ ทุกอย่างมันดูสะดวกไปหมด หากเปรียบเทียบกับ ยุโรป หรือสหรัฐอเมริกา จะไปรักษาพยาบาลหรือซื้อยารักษาโรค ต้องมีการแสดงตัวตนยืนยัน ซึ่งสร้างความยุ่งยากให้กับอาชญากร

และอีกประเด็นหนึ่งคือ คนไทยนี่แหละ เราเป็นกันเองกับทุกคนรอบตัว  บางครั้งความเป็นกันเองมันก็ทำให้เกิดช่องว่าที่เอื้อประโยชน์ในการแฝงตัวของเหล่าอาชญากร ยกตัวอย่างในเมืองไทยนี่ หาเช่าบ้านง่ายมาก เจ้าบ้านแทบจะไม่ต้องตรวจสอบอะไร ทั้งที่เรามีกฎหมายบังคับไว้นะครับ ลองไปต่างประเทศสิ ถ้าเรายึกยักเรื่องการแสดงเอกสารนี่เขาเรียกเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบเลย

วิกเตอร์ อนาโตลเจวิช กองปราบจับอดีตเคจีบี ผู้ก่อการร้ายระดับโลก ที่ UN ต้องการตัวมากที่สุด!!

"คนร้ายรู้ได้อย่างไร ว่าประเทศไทย เหมาะสมกับการเป็นที่ซ่อนตัว"

ไม่ใช่แค่ประเทศไทยหรอกครับที่เขามอง ประเทศอื่นๆ ก็ไปกัน แต่ก็ตามที่กล่าวไปแล้วว่า ประเทศไทยนี่น่าอยู่มาก ซึ่งคำว่าน่าอยู่นี้ก็ดึงดูดคนทุกประเภทเข้ามาบ้านเรา นักท่องเที่ยว นักธุรกิจ นักเรียนนักศึกษา รวมทั้งอาชญากร แต่ถ้าถามว่าอาชญากรดูจากอะไรจึงมาประเทศไทย ก็น่าจะมาจากการวิเคราะห์ หาข้อมูลต่างๆ ด้วยตนเอง พิจารณาจากสภาพภูมิประเทศ การเข้าออกพรมแดนที่มีหลายช่องทาง คุณภาพชีวิต และวัฒนธรรม ซึ่งพวกอาชญากรเหล่านี้ก็เชื่อว่าจะสามารถแฝงตัวและรอดพ้นสายตาเจ้าหน้าที่ได้ไม่ยาก แต่บอกเลยครับ คิดผิดอย่างหนัก ไม่รอดมือพวกเราหรอกครับ

"คนร้ายคิดว่าตำรวจไทยไม่มีฝีมือรึเปล่า ถึงตายใจหลบเข้ามาซ่อนตัว"

เขาไม่น่าจะคิดว่าตำรวจมีฝีมือหรือไม่มีฝีมือ เขาน่าจะมองเพียงแค่พื้นฐานที่กล่าวไปข้างต้น คิดถึงความเป็นอยู่หรือปัจจัยต่างๆ ที่เชื่อว่าจะสามารถเอาตัวรอดได้ง่ายกว่าประเทศอื่นๆ และอาจจะคิดไปเองว่าตำรวจไทยก็คงสบายๆ เหมือนๆ กัน แต่อาจจะคาดไม่ถึงว่า ศักยภาพของตำรวจไทยมีมากเกินกว่าที่เขาจะเข้ามาหลบซ่อนตัวในประเทศเราได้อย่างสบายใจ

"การตรวจสอบ ยุทธวิธีไล่ล่า เทคนิคตามตัวคนร้าย ตำรวจไทยมี ต่างชาติไม่มี"

มีตำรวจไทยจำนวนมากที่ผ่านหลักสูตรสำคัญระดับโลกมาแล้ว และก็นำมาต่อยอด ถ่ายทอด สร้างหลักสูตรการฝึกอบรมในไทยที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงประสบการณ์ เทคนิคพิเศษ ความเข้าใจพื้นที่ สังคม บุคคล ที่อาชญากรต่างชาติไม่มีวันมองเห็น แต่ตำรวจไทยใช้สิ่งนี้เป็นอาวุธหลัก ทำให้สามารถสกัดจับผู้ร้ายข้ามชาติได้อย่างไม่ยาก และถึงเราอาจไม่ได้มีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยกว่าใคร แต่พวกเราก็รู้ว่าเราจะใช้สิ่งที่เรามีอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ที่สำคัญคือ

แพททริค ฟิลิป กัสไทเรส อาลีมาเนีย รวบหนุ่มฟิลิปปินส์หนีคดีลักพาตัวนักธุรกิจ 100 ล้าน แฝงตัวเป็นครูในไทย 12 ปี

“ทักษะและความเอาใจใส่”

สิ่งนี้สำคัญกว่าการมีเครื่องมือดีๆ นะครับ "กลายเป็นเรื่องไม่น่าแปลกใจอะไรเลย หากตำรวจไทยจะสามารถจับคนร้ายระดับชาติได้บ่อยครั้ง เพราะพวกเรามีศักยภาพเพียงพอที่จะรับมือกับอาชญากรผู้ร้าย ที่ก่อคดีร้ายแรงทำผิดในประเทศต่างๆ ทั่วโลกครับ ดังนั้น ฝากไปถึงเหล่าคนร้ายที่คิดจะมากบดานในประเทศไทย.... ไปคิดดีๆ"

สำหรับรายชื่อผู้ร้ายข้ามชาติมือฉมังระดับโลก ที่หลบหนีเข้าไทยแล้วถูกตำรวจจับตัวไว้ได้ มีดังนี้  

เมื่อวันที่ 6 มี.ค.51 พล.ต.ต.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบก.ป.สั่งการให้ พ.ต.อ.เพชรรัตน์ แสงไชย รอง ผบก.ป.นำกำลังเข้าจับกุม นายวิกเตอร์ อนาโตลเจวิช MR.VIKTOR ANA TOLJEVITCH หรือ “เบาท์” อายุ 41 ปี สัญชาติรัสเซีย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ข้อหาร่วมกันจัดหาและรวบรวมทรัพย์สินเพื่อการก่อการร้าย

ขณะกำลังเจรจากับชาวต่างชาติจำนวน 6 คน ที่ร้านอาหาร ชั้น 27 โรงแรมโซฟิเทล ย่านสีลม เขตบางรัก กทม.จึงเชิญตัวทั้งหมดมาสอบสวนที่กองปราบปราม นอกจากนี้ ยังมีพฤติกรรมจัดหาอาวุธร้ายแรงให้กับกลุ่มผู้ก่อการร้ายได้ทุกชนิด ไม่เว้นกระทั่ง “นิวเคลียร์”

เมื่อวันที่ 5 ม.ค.58 “พล.ต.ต.นิติพงศ์ เนียมน้อย” เปิดเผยประวัติ “นายกูร์มีท ซิงค์” เป็นหนึ่งในคนร้ายที่ลอบวางระเบิดที่เมืองปันยาด ประเทศอินเดีย เมื่อปี 2538 จนมีผู้เสียชีวิต 17 คน รวมทั้งนายกเทศมนตรีและผู้ติดตาม ก่อนที่จะถูกจับกุมและศาลสั่งให้จำคุกในปีเดียวกัน

แต่ต่อมาปี พ.ศ.2543 นายกูร์มีท พร้อมกับพวกรวม 9 คน ได้แหกคุกโดยการขุดอุโมงค์หลบหนี ซึ่งทางการประเทศอินเดียได้ส่งหมายจับมายังประเทศต่างๆ ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย เพื่อให้ติดตามตัว กระทั่งสืบทราบว่ามาหลบซ่อนที่บ้านหลังดังกล่าวจึงเข้าจับกุม ซึ่งหลังจากนี้จะได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่สถานทูตอินเดียเพื่อมารับตัวไปดำเนินคดี

“นายชิเกฮารุ ชิเรอิ” อายุ 72 ปี สมาชิกอาวุโสผู้คุมกฎสังกัดแก๊ง “ยามากูชิ กูมิ” ซึ่งเป็นแก๊งยากูซ่า อันดับ 1 ของประเทศญี่ปุ่น

เมื่อวันที่ 6 ก.ค.59 ตำรวจสากลไทยได้รับการประสานกับตำรวจสากลประเทศฟิลิปปินส์ว่า มีหนึ่งในแก๊งลักพาตัวเรียกค่าไถ่นักธุรกิจในประเทศฟิลิปปินส์กว่า 100 ล้านบาท ซึ่ง “นายแพททริค ฟิลิป กัสไทเรส อาลีมาเนีย” หลบหนีเข้ามาในประเทศไทยเมื่อต้นปี 2547 เจ้าหน้าที่จึงสืบสวนทราบว่าผู้ต้องหาหลบหนีอยู่ในพื้นที่ย่านร่มเกล้าและประกอบอาชีพเป็นครูสอนภาษา จึงได้เข้าควบคุมตัว ขณะที่ผู้ต้องหายอมรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา

เมื่อวันที่ 22 ส.ค.59 เดอะ สตาร์ หนังสือพิมพ์มาเลเซียรายงานว่า “นายริดดวน อิซามมุดดิน ฮัมบาลี” ถูกกล่าวหาเป็นตัวเชื่อมระหว่างอัลกออิดะห์กับเครือข่ายเจมาห์ อิสลามิยะห์ (เจไอ) บงการก่อวินาศกรรมวางระเบิดไนต์คลับบนเกาะบาหลี ในประเทศบ้านเกิด คร่าชีวิตเหยื่อ 202 คน นอกจากนี้ ยังอยู่เบื้องหลังการวางระเบิดโบสถ์หลายแห่งในวันคริสต์มาส อีฟ ในอินโดนีเซีย และ “วางแผนสังหารผู้นำโลกในกรุงเทพฯ” แต่ถูกจับเสียก่อนที่อยุธยา

ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2561 ที่ผ่านมา “นายชิเกฮารุ ชิเรอิ” อายุ 72 ปี สมาชิกอาวุโสผู้คุมกฎสังกัดแก๊ง “ยามากูชิ กูมิ” ซึ่งเป็นแก๊งยากูซ่า อันดับ 1 ของประเทศญี่ปุ่น ถูกตำรวจฝ่ายสืบสวนภูธรจังหวัดลพบุรี จับกุมได้ที่บริเวณศาลลูกศร ตำบลท่าหิน อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี หลังจากที่เขาหนีคดีมากบดานที่ไทยนานกว่า 10 ปี

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้