วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ปภ.เตือนจังหวัดริมน้ำโขง-ท้ายเขื่อน ระวังน้ำขึ้นสูงให้จับตาใกล้ชิด

ปภ.เตือนจังหวัดริมน้ำโขง-ท้ายเขื่อน ระวังน้ำขึ้นสูงให้จับตาใกล้ชิด

  • Share:

ปภ.แจ้งอุทกภัยกระทบ 10 จังหวัดพื้นที่ภาคอีสาน-กลาง ปชช.เดือดร้อน 20,404 ครัวเรือน เตือน จว.ริมแม่น้ำโขง และท้ายเขื่อน เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มสูงใกล้ชิด...

เมื่อวันที่ 3 ส.ค. 2561 นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยว่า ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง เกิดน้ำล้นตลิ่งและน้ำไหลหลาก รวม 10 จังหวัด 44 อำเภอ 208 ตำบล 1,262 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 20,404 ครัวเรือน 56,575 คน ได้แก่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 9 จังหวัด แยกเป็น นครพนม 8 อำเภอ มุกดาหาร 7 อำเภอ อำนาจเจริญ 4 อำเภอ อุบลราชธานี 6 อำเภอ บึงกาฬ 5 อำเภอ สกลนคร 3 อำเภอ ร้อยเอ็ด 2 อำเภอ กาฬสินธุ์ 3 อำเภอ ยโสธร 5 อำเภอ ภาคกลาง 1 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่อำเภอไทรโยค

ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงแจกจ่ายถุงยังชีพและเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ประสบภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นแล้ว

นายชยพล กล่าวต่อว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามสภาวะอากาศ ปริมาณฝนสะสม สถานการณ์น้ำท่า และปัจจัยเสี่ยงเชิงพื้นที่ พบว่าช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลายจังหวัดบริเวณริมแม่น้ำโขง ระดับน้ำได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ปริมาณน้ำในเขื่อนหลายแห่งอยู่ในเกณฑ์มาก จำเป็นต้องบริหารจัดการน้ำ อาจส่งผลให้ปริมาณน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำริมลำน้ำและพื้นที่การเกษตร กอปภ.ก. ได้ประสานให้จังหวัดที่อยู่ติดกับริมแม่น้ำโขงเฝ้าระวังสถานการณ์ระดับน้ำอย่างใกล้ชิด เตรียมพร้อมรับมือระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น โดยติดตั้งระบบสูบน้ำ บริหารการเปิด-ปิดประตูระบายน้ำ เพื่อป้องกันน้ำเอ่อล้น และระบายน้ำออกตามสภาพพื้นที่ พร้อมทั้งแจ้งเตือนประชาชนให้รับทราบสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และจัดหาสถานที่ปลอดภัยรองรับการอพยพประชาชน

อธิบดี ปภ. กล่าวอีกว่า สำหรับจังหวัดที่มีการพร่องหรือระบายน้ำ และจังหวัดท้ายน้ำ ให้นายอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งสร้างการรับรู้ข้อมูลข่าวสารสถานการณ์ภัยในพื้นที่ ผ่านวิทยุกระจายเสียง เสียงตามสาย หอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน กำชับกำนันผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัคร แจ้งข้อมูลข่าวสารและสถานการณ์น้ำให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัย และปฏิบัติตามคำแนะนำของทางราชการ 

นายชยพล กล่าวด้วยว่าในส่วนของพื้นที่ท้ายเขื่อน ให้เฝ้าระวัง และติดตามการบริหารจัดการน้ำของหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิด หากพบว่าปริมาณน้ำที่ระบายมีปริมาณมาก และระดับน้ำสูง ให้ชี้แจงประชาชนทราบถึงความเสี่ยงอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงความจำเป็นในการต้องอพยพประชาชนไปอยู่ในจุดที่ปลอดภัย นอกจากนี้ ให้จังหวัดประสานการปฏิบัติกับหน่วยทหารในพื้นที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานและเครือข่ายอาสาสมัครทุกภาคส่วนอย่างใกล้ชิด โดยเตรียมความพร้อมด้านสรรพกำลัง เครื่องจักรกลสาธารณภัย และจัดชุดเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด จัดชุดเคลื่อนที่เร็วประจำพื้นที่เสี่ยงภัย เพื่อให้เข้าถึงพื้นที่เกิดเหตุ และให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงทีตลอด 24 ชั่วโมง.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้