วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
จับคนที่ 9 แก๊งโกงเงินทอนวัด-นพรัตน์ ตัวการใหญ่ หนีซุกสหรัฐฯ

จับคนที่ 9 แก๊งโกงเงินทอนวัด-นพรัตน์ ตัวการใหญ่ หนีซุกสหรัฐฯ

  • Share:

ตร.ตามไปถึงเมืองคอน รวบผู้ต้องหาคนที่ 9 คดีเงินทอนวัด ยังเหลืออีก 2 อดีตรองผอ.สำนักพุทธฯ ส่วน "นพรัตน์" อดีตผอ.สำนักพุทธฯ ตัวการใหญ่ หนีซุกสหรัฐฯ ด้าน "ฐิติราช" ลั่นโยงถึงใคร หรือพระ ไม่เว้น...

เมื่อวันที่ 3 ส.ค. พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้กำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม นำกำลังจับกุม นายเจษฎา วงศ์เมฆ อายุ 38 ปี ผู้รับเหมาก่อสร้าง และเจ้าของร้าน “เจ.เอ.ซีซีทีวี” เลขที่ 253/2 ถนนพัฒนาการคูขวาง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ที่ 102/2561 ลงวันที่ 1 สิงหาคม 2561 ในความผิดฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือโดยทุจริต และสนับสนุนเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนเองหรือผู้อื่นโดยทุจริต ในคดีทุจริตงบประมาณของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) หรือคดีเงินทอนวัด

สำหรับคดีเงินทอนวัด ก่อนหน้านี้ได้เข้าจับกุมอดีตพระชั้นผู้ใหญ่และบุคคลที่เกี่ยวข้องไปแล้ว แต่ยังมีบางรายยังคงหลบหนีอยู่ ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามได้ตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหาไว้ได้ 8 ราย จากจำนวน 11 ราย หนึ่งในนั้นมีนายพนม ศรศิลป์ อดีต ผอ.สำนักพุทธศาสนาฯ ซึ่งถูกจับกุมพร้อมพวก ส่วนนายเจษฎา ได้หลบหนีอยู่ในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช และถูกควบคุมตัวมาสอบสวนดำเนินคดีที่กองปราบปราม

ทั้งนี้ยังคงเหลือ น.ส.ประนอม คงพิกุล อดีตรอง ผอ.สำนักพุทธศาสนาฯ น่าจะหลบหนีออกนอกประเทศแล้ว และนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ อดีต ผอ.สำนักพุทธศาสนาฯ ผู้ต้องหารายสำคัญ ซึ่งถือเป็นตัวการใหญ่อยู่เบื้องหลังคดีทั้งหมด ซึ่งทราบข้อมูลว่าหลบหนีอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา

ขณะที่ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้เรียกประชุมคณะทำงานติดตามความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนคดี โดย พล.ต.ท.ฐิติราช กล่าวว่า ได้กำชับให้คณะทำงานเร่งรัดดำเนินการคดีเงินทอนวัดด้วยความละเอียดรอบคอบ ส่วนผู้ต้องหาที่หลบหนีได้มอบหมายให้ฝ่ายสืบสวนเร่งติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีเพื่อให้คดีนี้มีความสมบูรณ์ ขั้นตอนที่ผ่านมาได้เร่งดำเนินการมาตลอด แต่อาจจะต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง ต้องขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ได้ทำงานไปก่อน

อย่างไรก็ตาม คดีที่เกิดขึ้นและผู้ต้องหาถูกจับกุมตัวได้แล้วนั้น จะทำให้เป็นแบบอย่างว่าเจ้าหน้าที่รัฐ หรือผู้ที่คิดกระทำการทุจริต ไม่ว่าจะสังกัดกระทรวง ทบวง กรมไหน จะต้องตระหนักและจัดการกับปัญหาเหล่านี้ คดีนี้จะเป็นกรณีศึกษา สิ่งที่ไม่ถูกไม่ควรจะต้องถูกจัดการจากนี้ไป ส่วนการจับกุมนายเจษฎา เจ้าหน้าที่มีพยานหลักฐานชัดเจนจึงขออำนาจศาลออกหมายและจับกุมตัวมาดำเนินคดี ส่วนรายละเอียดยังไม่ขอเปิดเผย รวมทั้งการดำเนินการหลังจากนี้ไม่ว่าจะเป็นการขออำนาจศาลออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติม ซึ่งคณะทำงานจะพิจารณาไปตามพยานหลักฐานที่พบ หากเชื่อมโยงถึงผู้ใดไม่ว่าเป็นพระสงฆ์หรือไม่ เราจะดำเนินคดีทั้งหมด.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้