วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ใบสั่งตาย ‘ผอ.กองช่าง’ ทำไม? ต้องฆ่า สอบเค้น 6 ทรชน ทีมสังหาร

ใบสั่งตาย ‘ผอ.กองช่าง’ ทำไม? ต้องฆ่า สอบเค้น 6 ทรชน ทีมสังหาร

  • Share:

19 วัน ตำรวจสามารถรวบตัว 6 ผู้ต้องหาทีมสังหาร ผอ.กองช่างเทศบาลเมืองสิงหนคร จ.สงขลา ได้อย่างรวดเร็ว ทั้งผู้จ้างวาน คนชี้เป้า มือปืน คนขับรถ และเจ้าของรถ น่ามีการเชื่อมโยงอำนาจมืด ผู้มี ‘อิทธิพล’ ในพื้นที่ ร่วมมือกับกลุ่ม ‘ทรชน’ ใจอำมหิต ในการฆาตกรรม

เหตุอุกฉกรรจ์ เกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 11 ก.ค. 2561 ขณะที่นายกมล สีนวน ผู้อำนวยการกองช่างเทศบาลเมืองสิงหนคร วัย 47 ปี กำลังขับรถยนต์ส่วนตัวออกจากที่ทำงาน เดินทางกลับบ้านพักระหว่างรถกำลังแล่นไปสู่จุดหมายปลายทางบนถนนสายเกาะยอ-อ่างทอง พื้นที่หมู่ 2 ต.พะวง อ.เมือง จ.สงขลา ได้มีรถยนต์ปริศนา 3 คัน ขับประกบมาตั้งแต่สะพานติณสูลานนท์ และเมื่อได้จังหวะรถเก๋งซึ่งเป็น ‘รถเพชฌฆาต’ ได้เร่งเครื่องเพื่อขับแซง ขณะเดียวกันผู้ทำหน้าที่ ‘มือปืน’ ได้เหนี่ยวไกกระสุนและกระหน่ำยิง หมายที่จะปลิดชีพ ผอ.กองช่าง ให้ขาดใจ

เสียงกระสุนวิ่งแหวกผ่านลำกล้อง ดัง “ปังๆ” หลายนัด ตัวรถและกระจกแปรสภาพเป็นเกราะกำบังด่านสุดท้ายของนายกมล แต่แล้วมัจจุราชที่ไม่มีตา ก็ได้เข้าปลิดชีวิตของเขาลงทันที เมื่อปราการด่านสุดท้ายไม่อาจป้องกัน ‘กระสุนปืน’ ที่วิ่งตรงเข้าสู่เป้าหมายไว้ได้ ร่างกายของนายกมล จึงปะทะกับลูกตะกั่วเข้าหลายนัด บริเวณลำตัวเต็มไปด้วยคมกระสุน และผอ.กองช่างเทศบาลเมืองสิงหนคร เสียชีวิตคาที่ ในรถเก๋งส่วนตัว ในช่วงโพล้เพล้ของเย็นวันนั้น

ภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสงขลา ได้รับแจ้งเหตุ ได้ลงพื้นที่พร้อมเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลังฐานที่ 9 เพื่อตรวจสอบ และเตรียมตามล่า ‘ทีมสังหาร’

ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้พบ รถเก๋งฮอนด้าซิตี้สีบรอนซ์เทา หมายเลขทะเบียน กษ 9712 สงขลา จอดตะแคงอยู่ริมถนน ภายในรถพบศพ ผอ.กองช่างเทศบาลเมืองสิงหนคร วัย 47 ปี บริเวณลำตัวมีรอยกระสุนปืนสั้น จำนวน 6 นัด ที่ตัวรถมีรอยกระสุน 7 รู ที่กระจกหน้า 4 รู ประตูหน้าฝั่งคนขับ 1 รูและที่ประตูหลัง 1 รู แต่จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุไม่พบปลอกกระสุนแต่อย่างใด

หลังจากสอบถามพยานแวดล้อม และตรวจสอบกล้องวงจรปิด ที่ผู้ต้องหาใช้เดินทางเข้ามาและหลบหนีหลังก่อเหตุ ตลอดระยะทางประมาณ 300 กิโลเมตร จึงพบว่ามีกล้องวงจรปิดหลายจุดที่สามารถบันทึกภาพกลุ่มคนร้ายเอาไว้ได้

การแกะรอยจึงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อชุดสืบสวนสอบสวนสามารถรวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถออกหมายจับ จนเมื่อวันที่ 1 ส.ค. ที่ผ่านมา สามารถจับกุม 6 ฆาตกร ได้สำเร็จ ซึ่งใช้เวลาในการติดตามตัวคนร้ายเพียง 19 วัน โดยผู้ต้องหาประกอบด้วย นายจงเจริญ มณีรัตน์ อายุ 51 ปี รองนายกเทศมนตรีเมืองสิงหนคร ฐานเป็นผู้ใช้จ้างวาน จ.ส.อ.ประวิทย์ หนูเจริญ อายุ 49 ปี ทำหน้าที่จัดหาและประสานงานมือปืน นายมาหะมะ เจ๊ะแวสุหลง อายุ 46 ปี นายอดุลย์ แดวอสนุง อายุ 45 ปี นายปรีชาพล คัทโท อายุ 52 ปี และนายสุไหมี อุเซ็ง อายุ 33 ปี

แน่นอนผู้ต้องหาทั้งหมดคงไม่สามารถปฏิเสธได้ เพราะมีหลักฐานมัดตัวชิ้นสำคัญ ทั้งชุดเสื้อผ้าที่คนร้ายใส่ในวันก่อเหตุ 2 ชุด โทรศัพท์มือถือ 6 เครื่อง รถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุจำนวน 3 คัน คือ รถยนต์เก๋ง โตโยต้า อัลติส สีเทา หมายเลขทะเบียน ขฉ 764 สงขลา ซึ่งขับติดตามผู้ตายจากเทศบาลเมืองสิงหนคร รวมถึงรถยนต์เก๋ง โตโยต้า อัลติส สีเทา หมายเลขทะเบียน 5 กต 1164 ปัตตานี ซึ่งมีมือปืนนั่งมา และรถยนต์กระบะ นิสสัน บิ๊กเอ็ม ตอนครึ่ง สีดำ หมายเลขทะเบียน บต 4323 ปัตตานี ใช้ขับตามประกบอีกครั้ง

เมื่อตรวจสอบพบว่านายจงเจริญ และ จ.ส.อ.ประวิทย์ นั้นมีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับผู้บริหารเทศบาลรายหนึ่ง โดยเมื่อปี 2558 ผู้ตายมีความขัดแย้งจากกลุ่มลูกจ้างเทศบาลเมืองสิงหนครได้ร้องทุกข์กล่าวหาผู้บริหารรายนี้ ในฐานความผิดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ โดยผู้ตายเป็นพยานในเรื่องดังกล่าวด้วย และต่อมาผู้บริหารเทศบาลคนเดียวกันได้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษผู้ตาย ข้อหาทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ จนโดนคำสั่ง ย้ายไปปฏิบัติหน้าที่อื่นในจังหวัดสงขลา เมื่อเดือนก.พ. 2559 จนถึง เดือนส.ค. 2560

ปมขัดแย้งที่เกิดขึ้นได้ปะทุรุนแรง นำไปสู่การจ้างวานให้นายมาหะมะ นายอดุลย์ นายปรีชาพล และนายสุไหมี ร่วมกันเป็นทีมสังหาร โดยนายสุไหมี ทำหน้าที่เป็นมือปืน ส่วนที่เหลือทำหน้าที่ขับรถติดตามผู้ตาย และขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติม เพื่อจะหาเบาะแสโดยอาจจะมีการ ‘สาว’ ไปยังบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ยังกลายเป็นประเด็นที่สังคมเริ่มตั้งคำถาม เกี่ยวกับคดีดังกล่าว เพราะผู้ก่อเหตุ 2 ใน 6 คน โดยคนหนึ่งเป็นถึง รองนายกเทศมนตรี และอีกคนเป็นทหาร ผู้ที่ควรเป็น ‘ชายคา’ และ ‘ที่พึ่ง’ ของประชาชนยามทุกข์ร้อน หาใช่ผู้ที่จะใช้ ‘อิทธิพล’ ในการข่มเหงรังแก และคร่าชีวิตคน โดยเฉพาะคนเป็นข้าราชการ ได้ตามอำเภอใจ

ต้องมีการติดตามกันต่อไป...สำหรับการขยายผล ‘สาว’ ถึงผู้เกี่ยงข้องอยู่เบื้องหลังคำสั่งฆ่า จะได้ตัวหรือไม่? เพราะอาจจะมี ‘ผู้แทนประชาชน’ เข้ามาเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สะเทือนขวัญนี้.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้