วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สรุปผลเลือกตั้งกัมพูชา ทำไมพรรค ‘ฮุน เซน’ ชนะถล่มทลาย

สรุปผลเลือกตั้งกัมพูชา ทำไมพรรค ‘ฮุน เซน’ ชนะถล่มทลาย

  • Share:

ชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่ของพรรครัฐบาลกัมพูชาในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ขยายระยะเวลาปกครองประเทศของสมเด็จฯ ฮุน เซน ซึ่งครองอำนาจมานานถึง 33 ปีแล้วออกไปอีก 5 ปี และทำให้กัมพูชาเข้าสู่ยุคการปกครองโดยพรรคการเมืองเดียว เนื่องจากพรรคของเขาครองเก้าอี้ในสภาเอาไว้เกือบทั้งหมด

แต่ชัยชนะที่ได้มานั้นถูกหลายฝ่ายประณามว่าเป็นการทำลายประชาธิปไตย หลังรัฐบาลกัมพูชาจัดการคู่แข่งไปจนหมด ขณะที่ชาติตะวันตกหลายประเทศออกมาตั้งคำถามเรื่องความน่าเชื่อถือ และขู่จะมีมาตรการคว่ำบาตรทางการค้าซึ่งอาจกระทบเศรษฐกิจของกัมพูชา แล้วนายกฯ กระดูกเหล็กอย่างฮุนเซนจะทำอย่างไรต่อไป

เจ้าหน้าที่เตรียมนับคะแนนเสียงเลือกตั้ง

*ผลการเลือกตั้งกัมพูชา 2561

คณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งชาติของกัมพูชาจะยังไม่ประกาศผลอย่างเป็นทางการออกมาจนกระทั่งถึงช่วงกลางเดือนสิงหาคม แต่พรรคซีพีพีของฮุน เซน ออกมาประกาศชัยชนะแล้ว และอ้างว่ากวาดเก้าอี้ในสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ 123 จาก 125 ที่นั่ง โฆษกของพรรคอ้างด้วยว่า ซีพีพีได้รับคะแนนเสียงจากประชาชนกว่า 4.8 ล้านคน หรือคิดเป็น 77.4% ของผู้ออกมาใช้สิทธิทั้งหมด ส่วนพรรคฟุนซินเปค และพรรคสันนิบาตเพื่อประชาธิปไตย ได้ไป 5.88% และ 4.86% ตามลำดับ

ขณะเดียวกัน คกก.กัมพูชาก็เปิดเผยตัวเลขผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งซึ่งถูกจับตามมองอย่างมาก เพราะเป็นการวัดความชอบธรรมของผู้ชนะ ขณะที่ฝ่ายค้านเรือกร้องให้ประชาชนคว่ำบาตร ปรากฏว่าตัวเลขออกมาอยู่ที่ 82.89% ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้งหมด เหนือความคาดหมายก่อนหน้านี้ที่เชื่อว่าจะมีผู้ออกมาใช้สิทธิ์ราว 60% และมากกว่าจำนวน 70% ในการเลือกตั้งทั่วไปอันดุเดือดเมื่อปี 2556 เสียอีก

อย่างไรก็ตาม กลุ่มสิทธิมนุษยชน อ้างว่า ที่ผู้ออกมาใช้สิทธิ์มีจำนวนมากขนาดนี้ก็เพราะพรรคซีพีพี ใช้รัฐบาลท้องถิ่นขู่ประชาชนว่าหากไม่ออกไปใช้สิทธิ์ ก็อาจจะถูกลงโทษ

นายกฯ ฮุน เซน หย่อนบัตรเลือกตั้ง

*ที่มาของชัยชนะ ฮุน เซน กำจัดภัยคุกคาม

นอกจากพรรค ซีพีพี แล้ว ยังมีพรรคอื่นๆ ที่ร่วมลงชิงชัยในศึกเลือกตั้งครั้งนี้อีก 19 พรรค แต่ไม่มีพรรคใดเลยที่สามารถเป็นคู่แข่งของพรรครัฐบาล เพราะ ฮุน เซน ทำให้แน่ใจแล้วว่า จะไม่มีพรรคใดเป็นภัยคุกคามของ ซีพีพี ได้ หลังเริ่มเห็นสัญญาณเมื่อปี 2556

ในปีดังกล่าว พรรคฝ่ายค้านใหญ่ 2 พรรคจับมือกันเป็นกลุ่มพันธมิตรฝ่ายค้านใช้ชื่อว่า ‘พรรคกู้ชาติกัมพูชา’ (ซีเอ็นอาร์พี) นำโดยคู่แข่งตลอดกาลของฮุน เซน อย่างนาย สม รังสี ซึ่งตอนนั้นกำลังลี้ภัยอยู่ในฝรั่งเศสหลังถูกศาลสั่งจำคุกในคดีที่เขายืนยันว่ามีแรงจูงใจทางการเมือง อย่างไรก็ตาม ฮุน เซน ถูกกดดันจากสหรัฐฯ จน สม รังสี ได้รับพระราชทานอภัยโทษ และกลับบ้านเกิดอย่างยิ่งใหญ่ มีผู้สนับสนุนออกมาต้อนรับหลายพันคน

การเลือกตั้งทั่วไปในปีเดียวกันนั้น (2556) พรรคซีเอ็นอาร์พี อาศัยแรงกระตุ้นจากการกลับมาของ สม รังสี คว้าเก้าอี้ในสภาไปได้ถึง 55 ตัว ขณะที่ ซีพีพี ได้เพียง 68 ที่นั่ง น้อยที่สุดในรอบหลายสิบปี แต่ สม รังสี และซีเอ็นอาร์พี มองว่ามีการทุจริตอย่างกว้างขวาง จึงปฏิเสธผลเลือกตั้ง และปลุกระดมผู้สนับสนุนออกมาเดินประท้วงนานเกือบ 1 ปี กลายเป็นความท้าทายทางการเมืองครั้งใหญ่ที่สุดที่ฮุน เซนเคยเจอ จนกระทั่งเขาต้องส่งทหารออกยุติการชุมนุม

นาย สม รังสี อดีตหัวหน้าพรรคซีเอ็นอาร์พี

ความรุนแรงที่เกิดขึ้นทำให้ ฮุน เซน กับ สม รังสี ต้องนั่งเจรจากันและมีข้อตกลงที่จะทำงานร่วมกัน แต่ไม่นานข้อตกลงนี้ก็พังทลาย สมาชิกฝ่ายค้านและนักเคลื่อนไหวจำนวนมากถูกจับเข้าคุก ตัวสม รังสี ก็ต้องหนีไปต่างประเทศอีกครั้งหลังจากถูกดำเนินคดีและอาจทำให้ต้องติดคุก ในปี 2559 การปราบปรามฝ่ายต่อต้านของรัฐบาลยิ่งรุนแรงขึ้นเพื่อปูทางก่อนการเลือกตั้งท้องถิ่นในปีถัดไป ดร.กึม เหล่ย ผู้ประกาศข่าว นักวิเคราะห์การเมืองและผู้วิจารณ์รัฐบาลฮุนเซนยอดนิยม ถูกมือมืดลอบสังหาร

ขณะที่สำนักข่าว พนมเปญ โพสต์ ซึ่งถูกมองว่าเป็นสื่ออิสระฉบับสุดท้ายในกัมพูชา ก็ถูกขายให้กับนักลงทุนจากมาเลเซีย โดยอ้างปัญหาท้าทายหลายอย่าง และโฆษณาทางหนังสือพิมพ์ลดลง นับเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ฉบับที่ 2 ที่ชาวมาเลเซียเป็นเจ้าของในกัมพูชาต่อจาก “Khmer Times” นสพ.ข่าวภาษาอังกฤษที่ถูกมองว่าใกล้ชิดรัฐบาลฮุน เซน

นาย สม รังสี โบกมือทักทายผู้สนับสนุน ในการประท้วงเมื่อปี 2556

*ยุบพรรคฝ่ายค้าน ซีเอ็นอาร์พี

แต่ถึงแม้จะมีการปราบปรามอย่างหนัก พรรคซีเอ็นอาร์พีก็ยังทำผลงานได้ดีในการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นในปี 2560 ทำให้ฮุน เซน ตัดสินใจจัดการกับพรรคซีเอ็นอาร์พี โดยในเดือนกันยายนปีเดียวกัน นาย กึม ซกคา หัวหน้าพรรคคนใหม่แทนนาย สม รังสี ถูกจับกุมในข้อหากบฏ ส่งผลให้นักการเมืองอาวุโสฝ่ายค้านอีกหลายคนต้องหลบหนีออกนอกประเทศ

2 เดือนต่อมา ศาลสูงสุดก็มีคำสั่งยุบพรรค ซีเอ็นอาร์พี และแบนสมาชิกระดับสูงของพรรคจากการเล่นการเมือง 5 ปี ตามกฎหมายใหม่ที่ออกเมื่อกุมภาพันธ์ 2560 ซึ่งกำหนดให้สามารถยุบพรรคการเมืองได้หากหัวหน้าพรรคมีความผิดคดีอาชญากรรม

นาย กึม ซกคา ลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งเมื่อปี 2556

*ปฏิกิริยาจากฝ่ายต่างๆ

แน่นอนว่าฝ่ายค้านของกัมพูชาออกมาประณามการเลือกตั้งครั้งนี้อย่างรุนแรง นาย มู ซคฮัว อดีตรองหัวหน้าพรรคซีเอ็นอาร์พี กล่าวที่กรุงจาการ์ตา ของอินโดนีเซีย เมื่อวันจันทร์ (30 ก.ค.) ว่า “29 กรกฎาค 2561 เป็นวันตายของประชาธิปไตนในกัมพูชา”

ด้านสหรัฐฯ รีบออกมาโจมตีทันทีว่ากระบวนการเลือกตั้งของกัมพูชามีข้อบกพร่อง และว่าพวกเขาอาจจะใช้มาตรการอื่นๆ เพิ่มเติม หลังจากแบนวีซาเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลฮุน เซนไปแล้วเมื่อปีก่อน หลังซีเอ็นอาร์พีถูกยุบพรรค ขณะที่แคนาดา ประณามการเลือกตั้งว่าไม่เป็นประชาธิปไตย ส่วนสหภาพยุโรปย้ำคำเดิมว่าการเลือกตั้งกัมพูชาครั้งนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย พวกเขายังเคยขู่หลัง ซีเอ็นอาร์พี ถูกยุบว่า จะมีการทบทวนข้อตกลงทางการค้ากับกัมพูชาใหม่ด้วย

อย่างไรก็ตาม จีน ซึ่งเป็นเพียงไม่กี่ประเทศที่ส่งผู้แทนไปสังเกตการณ์การเลือกตั้งด้วย แสดงความยินดีกับกัมพูชาที่การเลือกตั้งประสบความสำเร็จและเป็นไปอย่างราบรื่น

สมเด็จฯ ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา

*ก้าวต่อไปของฮุน เซน

หากการเลือกตั้งครั้งนี้ทำให้กัมพูชาถูกชาติตะวันตกคว่ำบาตร เชื่อว่านายกฯ ฮุน เซน จะหันไปเพิ่มการพึ่งพาประเทศจีน ซึ่งเป็นประเทศที่ลงทุนในแดนเขมรมากที่สุดอยู่แล้ว แต่การเพื่อโครงการร่วมกับจีนยังยิ่งเพิ่มปริมาณหนี้มหาศาลของกัมพูชาให้สูงขึ้นไปอีก

ขณะที่นักวิเคราะห์หลายคนคาดว่า หลังจากชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย และได้ครองอำนาจต่อไปอีก 5 ปี ฮุน เซน อาจผ่อนท่าทีลงเพื่อเลี่ยงการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก และอาจถึงขั้นยอมคืนชีพพรรคซีเอ็นอาร์พีขึ้นมาใหม่ และปล่อยตัวนาย กึม ซกคา ออกจากคุกก็เป็นได้

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้