วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
‘ทักษิณ-ปู’ บินเย้ย เกมไล่ล่า

‘ทักษิณ-ปู’ บินเย้ย เกมไล่ล่า

  • Share:

‘สามมิตร’ เปิดหัวดูด หันจ่ออดีต รมต.ภท.

“ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” ท้าทายเกมไล่ล่า เปิดโปรแกรม ทัวร์รอบโลกเจรจาธุรกิจทั้งฮ่องกง จีน สวิตฯ สหรัฐฯ อังกฤษ “สามารถ” เย้ยบัวแก้วแค่แอ็กชันเป็นพิธี “สุชาติ” วอนเลิกเอาชนะคะคานกันซะที “วรชัย” จับไต๋ “บิ๊กตู่” ตั้งเงื่อนไขหาเหตุเลื่อนเลือกตั้ง “อ๋อย” ชี้แบะท่าขยับโรดแม็ปอีก “มาร์ค” แซะไม่เลิกแก้ ศก.ไม่เข้าเป้า จี้ไทยแจงคดี “ปู” ไม่ใช่การเมือง ปชป.ฉะผู้นำโกหกซ้ำซาก “สามมิตร” เปิดหัวดูดอดีต รมต.ภูมิใจไทย “เสี่ยแฮงก์” ให้รอดูอนาคตใสๆ คสช.ปัดกลั่นแกล้ง “ธนาธร” บอกไม่ทำอะไรนอกลู่นอกทาง “เจี๊ยบ” สวนทันควันแฉแหลกทหารที่ตามประกบ “ประยุทธ์” ยังยึดคำมั่นงดจ้อสื่อ แต่โอดโดนหาว่าบ้าอำนาจ

การเมืองไทยยังคงเล่นล่อเอาเถิด กับประเด็นที่สถานทูตไทยในอังกฤษยื่นเรื่องขอให้รัฐบาลอังกฤษ ส่งตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับมาดำเนินคดีในไทย ล่าสุดทั้งนายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เปิดตารางการเดินสายเจรจาเรื่องธุรกิจในอีกหลายประเทศรอบโลก

พท.เย้ยไล่ล่า “ปู” แค่เป็นพิธี

เมื่อวันที่ 2 ส.ค. นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีฝ่ายรัฐบาลพยายามกดดันประเทศอังกฤษ รวมทั้งประเทศปลาย ทางอื่น ให้ส่งตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับมาดำเนินคดีในไทย ว่า คงเห็นภาพ น.ส.ยิ่งลักษณ์ที่ปรากฏอยู่ในโซเชียลมีเดียที่ผ่านมา ทั้งในงานวันเกิด น.ส.ยิ่งลักษณ์เอง รวมทั้งในงานวันเกิดนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ รวมอีกหลายที่ หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศจึงต้องออกมาแสดงบทบาท ออกแอ็กชันบ้างพอเป็นพิธี เข้าใจว่าอาจถูกต่อว่าเพราะอยู่นิ่งเฉยมานาน เชื่อว่าพอเรื่องเงียบลงทางการคงจะเงียบไปเอง

วอนเลิกเอาชนะคะคานซะที

นายสุชาติ ลายน้ำเงิน อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เราอย่าไปใส่ร้ายกันให้มาก น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นคนไทย เราควรมองว่าทำอย่างไรให้ประเทศสามัคคี พูดแต่ว่านายทักษิณ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องกลับมารับโทษ ทำไมหลายประเทศยินดีต้อนรับ หลายประเทศในตะวันออกกลางอยากเชิญให้ไปเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ ไม่ใช่แค่นครดูไบ โดยเฉพาะนายทักษิณมีเพื่อนมาก เดินทางไปไหนได้หมดยกเว้นประเทศไทย วันนี้เราคิดแต่จะเอาชนะ เอาความสะใจแค่นั้นหรือ ไม่เห็นแก่ประชาชนเลยหรือ เราต่างเป็นคนไทยด้วยกันทั้งนั้น

ทัวร์รอบโลกท้าทายหมายจับ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า จากกระแสข่าวว่าทั้งนายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางไปยังนครดูไบ สาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หลังถูกรัฐบาลไทยกดดันทำหนังสือถึงกระทรวงการต่างประเทศสหราชอาณาจักร ขอให้ส่งตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์กลับมาดำเนินคดีในไทยนั้น การเดินทางของ 2 อดีตนายกฯทุกที่ มีกำหนดล่วงหน้าไว้หมดไม่ใช่เพิ่งเดินทาง และจากดูไบ น.ส.ยิ่งลักษณ์จะเดินทางต่อมาที่ฮ่องกง จีน นายทักษิณก็จะไปสวิสเซอร์แลนด์ อเมริกา และอังกฤษ ทุกอย่างชัดเจน เพราะนายทักษิณทำธุรกิจอยู่หลายประเทศ ต้องเดินทางตลอดและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็ไปด้วย เพราะนายทักษิณอยากให้มาทำธุรกิจด้วย จึงเหมือนเป็นการสอนงานเรียนรู้งาน อีกทั้งนายทักษิณได้ซื้อบ้านพักส่วนตัวในอังกฤษให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ในราคาหลายล้านปอนด์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้น้องสาวเมื่อเดินทางมาอยู่ในอังกฤษด้วย

แฟนคลับโพสต์ภาพ “ปู” อยู่ดูไบ

ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความเคลื่อนไหวล่าสุดของนายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หลังเดินทางออกจากประเทศอังกฤษ ไปยังนครดูไบ โดยเมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 2 ส.ค. อินสตาแกรมที่ใช้ชื่อว่า yingluck_shinfc ได้เผยแพร่ภาพนายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ขณะถ่ายภาพร่วมกับกลุ่มแฟนคลับ พร้อมระบุข้อความว่า “ณ ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในนครดูไบค่ะ พร้อมระบุว่าภาพดังกล่าวมาจากเฟซบุ๊ก อุบลกาญจน์ อมรสิน ซึ่งมีแฟนคลับเข้ามาแสดงความคิดเห็นที่ส่วนใหญ่บอกว่าคิดถึงและขอให้สู้ๆ”

“วรชัย” จับไต๋หาเหตุเลื่อนเลือกตั้ง

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ประกาศยืนยันว่าการเลือกตั้งต้องมีขึ้นในปี 2562 แน่นอนนั้น พล.อ.ประยุทธ์รู้ดีกว่ากระแสของพลังประชารัฐที่ออกตัวหนุนและเดินสายดูดนักการเมือง ไม่ได้ดีไปกว่าพรรคเพื่อไทย รัฐบาลยังไม่สามารถแก้ปัญหาปากท้องประชาชนได้จริง มีแต่การให้ข้อมูลตัวเลขเศรษฐกิจว่าดีขึ้น จึงตั้งข้อสังเกตที่ระบุเงื่อนไขว่าการเลือกตั้งต้องไม่มีการตีกัน โดยยกข้อพิพาทกรณีนายนคร มาฉิม อดีต ส.ส.พิษณุโลก กับพรรคประชาธิปัตย์นั้น เป็นเพราะต้องการฉวยโอกาสนี้เลื่อนเลือกตั้งหรือไม่ ทั้งที่เป็นเรื่องระหว่างนายนครกับพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ใช่ความขัดแย้งของคนในสังคม ต้องไปว่ากันในศาล อย่าเอาเรื่องนี้มาเป็นเงื่อนไขเลื่อนเลือกตั้ง ปัญหาประเทศต้องแก้ด้วยระบอบประชาธิปไตย คณะรัฐประหารอยู่มา 4 ปีแล้วประเทศยังไม่มีทางออก

ขอฝ่ายการเมืองผนึกสู้เผด็จการ

นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์เตรียมยื่นฟ้องนายนคร มาฉิม ว่า วันนี้ไม่ใช่เวลาที่คนที่มาจากการเลือกตั้งจะมาตั้งแง่ใส่กัน นายนครที่ตอนนี้แม้จะมาอยู่พรรคเพื่อไทยแล้ว แต่ยังมีความรักให้พรรคประชาธิปัตย์ มีเพื่อนฝูงอยู่ที่นั่นจำนวนมาก การออกมาเปิดเผยข้อมูลเช่นนี้คงมีความจำเป็นอะไรบางอย่าง ดังนั้นอะไรคุยกันได้ก็ควรประนีประนอมกัน ไม่ควรมาทะเลาะกันออกสื่อเช่นนี้ เพราะจะกลายเป็นการแบ่งข้างของคนสองฝ่าย และจะนำไปสู่ความขัดแย้งจนเป็นเหตุให้ทหารออกมายึดอำนาจเหมือนอดีต วันนี้ต้องจับมือกันต่อสู่กับระบอบเผด็จการ ถ้ายังตีกันอยู่ความเดือดร้อนประชาชนจะไม่ได้รับการแก้ไข

“อ๋อย” ไม่ขอสมมติถือธงนำ พท.

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวเป็นตัวเต็งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ว่า ไม่ทราบข่าวมีที่มาจากไหน เท่าที่ได้หารือกับแกนนำพรรคพูดแต่เรื่องการเตรียมพร้อมหลังมีการปลดล็อก สำหรับพรรคเพื่อไทยต้องเลือกคณะกรรมการบริหารตามที่กฎหมายกำหนด และยังไม่ได้หารือเรื่องตัวบุคคลว่าใครจะเป็นหัวหน้าพรรค หรือแคนดิเดตนายกฯ 3 คน เรื่องนี้คงอีกนานกว่าจะได้คุยกัน ยังไม่มีประเด็นใดที่มาถึงตน เมื่อถามว่าหากสมาชิกพรรคเห็นชอบให้ขึ้นเป็นผู้นำพรรคพร้อมหรือไม่ นายจาตุรนต์ตอบว่า เป็นเรื่องสมมติที่ยังไม่เกิด จึงยังไม่ตอบคำถามที่เป็นเพียงการสมมติ

ติง “ประยุทธ์” แบะท่าขยับโรดแม็ป

นายจาตุรนต์กล่าวอีกว่า ส่วนกรณี พล.อ.ประยุทธ์พูดถึงการจัดเลือกตั้งในปี 2562 นั้น ไม่เคยเชื่อคำพูด พล.อ.ประยุทธ์ การพูดตั้งเงื่อนไขเช่นนี้ชวนให้คิดว่ายังมีความพยายามจะเลื่อนการเลือกตั้งออกไปอยู่หรือไม่ เป็นการสร้างเงื่อนไขให้คนที่ไม่ต้องการให้เกิดการเลือกตั้ง ไปก่อความวุ่นวายขึ้นมาหรือไม่ นอกจากนี้ ยังสามารถโยงถึงความพร้อมของ พล.อ.ประยุทธ์ ว่าจะได้กลับมาเป็นนายกฯหรือไม่ ถ้ายังไม่พร้อมยังไม่มีพรรคการเมืองสนับสนุน หรือยังไม่สามารถดึงพรรคการเมืองเดิมมาร่วมให้ได้เสียงเพียงพอที่จะเป็นนายกฯ และตั้งรัฐบาล ก็อาจเลื่อนการเลือกตั้งออกไปได้

เผย “จตุพร” ซึ้งในรสพระธรรม

นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เท่าที่รู้มารัฐบาลไทยทำหนังสือขอตัวนายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไปเรื่อยๆ เรื่องที่เกิดขึ้นชัดเจนเป็นเรื่องการเมือง ยิ่งใกล้เวลาเลือกตั้งจึงมีการไล่ล่า พยายามทำให้เกิดผลทางจิตวิทยาต่อมวลชน ให้รู้สึกว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ พรรคเพื่อไทย ไม่รอดแน่ แต่คงไม่เป็นผล ส่วนกรณีแกนนำคนเสื้อแดง และมวลชนบางส่วน จะไปรอรับนายจตุพร พรหมพันธ์ ประธาน นปช. ที่จะออกจากเรือนจำในวันที่ 4 ส.ค.นั้น ติดธุระจึงไม่ได้ไปรับ แต่ให้กำลังใจต่อสู้ต่อไป ไม่รู้ว่าออกมาข้างนอกได้นานหรือไม่ เพราะนายจตุพรมีคดีมากมาย ส่วนใหญ่เป็นคดีการเมือง และตอนอยู่ในเรือนจำนายจตุพรมีกำลังใจดี ธรรมะ ธรรมโมศึกษาธรรมะ ขอให้นายจตุพรอดทน ตนเป็นกำลังใจให้ต่อสู้ต่อไป ส่วนกระแสเสื้อแดงในต่างจังหวัด ยังรอเวลาเลือกตั้งอยู่ แม้จะมีข่าวออกมาตลอดว่า เสื้อแดงเปลี่ยนไป แกนนำถูกดูดแล้ว ไม่รู้ว่าแกนนำระดับไหนที่ถูกดูด แต่คนเสื้อแดงส่วนใหญ่ยังสนับสนุนพรรคเพื่อไทย

“มาร์ค” บลัฟแก้ ศก.ไม่เข้าเป้า

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ 101 องศาข่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ระบุว่า ช่วง 4 ปีที่ผ่านมา บ้านเมืองสงบ มีการลงทุนเพิ่มขึ้นว่า ยอมรับเรื่องความสงบของบ้านเมือง เป็นจุดหนึ่งที่ประชาชนมองว่าเป็นความสำเร็จ แต่เรื่องการลงทุนตอบโจทย์เศรษฐกิจคนทั่วไปหรือไม่ยังเป็นปัญหาอยู่ จากที่ได้สัมผัสผู้คนทั่วไปยังมองว่าการบริหารเศรษฐกิจไม่เข้าเป้า ความท้าทายในช่วงเวลาที่เหลือคือทำอย่างไรให้ความสงบเรียบร้อยแบบนี้ดำรงอยู่แบบยั่งยืนได้ ส่วนการฟ้องหมิ่นประมาทนายนคร มาฉิม อดีต ส.ส.พิษณุโลก ที่พาดพิงทำให้คนจำนวนมากเข้าใจว่าหมายถึงพรรคประชาธิปัตย์ ถ้าหมายถึงพรรคประชาธิปัตย์ ข้อความทั้งหลายก็เป็นเท็จ เมื่อกล่าวเท็จพาดพิงคนอื่นต้องรับผิดชอบ ไม่มีใครอยากขึ้นศาลแต่มีความจำเป็นต้องปกป้องชื่อเสียง พอไม่ทำอะไรคนก็บอกว่าที่เขาพูดเป็นเรื่องจริง ใครจะย้ายพรรคตนไม่ได้มีปัญหา แต่ในกฎหมายเลือกตั้งเขียนไว้ว่าการใส่ร้าย ถือเป็นความผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง

จี้ไทยแจงคดี “ปู” ไม่ใช่การเมือง

เมื่อถามถึงการประสานขอตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ กับทางอังกฤษ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี พูดทำนองว่าเป็นการประสานงานกันระหว่างรัฐบาลของ 2 ประเทศ น่าจะหมายถึงว่าต้องมีการอ้างอิงถึงสนธิสัญญา และขอบเขตความร่วมมือส่งผู้ร้ายข้ามแดน แต่ทั้งหมดควรเป็นการประสานงานภายใน ในอดีต ถ้าไม่ได้เป็นเรื่องการทำผิดกฎหมายจริง แต่เป็นการใช้เพื่อเป็นเครื่องมือทางการเมือง ตามหลักสากลเขาไม่ส่งตัวให้ แต่กรณีนี้ยืนยันได้ว่าเป็นเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชัน ไม่ได้เป็นเรื่องการเมือง ขณะนี้จึงเป็นเรื่องของกระบวนการทางฝ่ายอังกฤษ เป็นหน้าที่ของหน่วยงานไทยต้องให้ข้อมูลเขาให้ชัดเจนมากที่สุด ว่าเหตุผลที่ขอตัวไปไม่เข้าเงื่อนไขที่จะยกเว้นการส่งผู้ร้ายข้ามแดนมา เมื่อถามว่า เรื่องจะยืดเยื้อหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า คิดว่าคงไม่เร็ว ส่วนจะยืดเยื้อหรือไม่อยู่ที่กระบวนการของเขาด้วย ถ้าถามถึงแนวโน้มที่จะได้ตัวกลับมาดำเนินคดี ตอบ ยากว่ากี่เปอร์เซ็นต์ อย่างกรณีนายทักษิณ ชินวัตร ที่ส่วนใหญ่ไม่ส่งตัวให้ เพราะไม่มีกฎหมายเทียบเคียงความผิดในเรื่องผลประโยชน์ขัดกัน

ฉะ “บิ๊กตู่” โกหกเลือกตั้งซ้ำซาก

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า คำยืนยันของ พล.อ.ประยุทธ์ ว่าต้องมีเลือกตั้งในปีหน้านั้น ประชาชนได้ยินนายกฯพูดโกหกเรื่องการเลือกตั้งมานับไม่ถ้วนแล้ว เมื่อออกมาย้ำอีก คนยิ่งไม่เชื่อเข้าไปใหญ่ เมื่อพูดแบบมีเงื่อนไขก็ยิ่งชัดเจนว่าจะไม่มีการเลือกตั้งในปีหน้าแน่นอน ไม่มีใครตีกันหรอกเว้นแต่มีการสร้างสถานการณ์ให้มีคนตีกัน มีการวางระเบิดแล้วจับมือใครดมไม่ได้เหมือนเดิม คสช.มีอำนาจเต็ม และมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย ได้ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ หรือเจตนาที่แท้จริงคือไม่ให้มีการเลือกตั้ง ท่านควรไปกวาดบ้านตัวเอง สอนแม่น้ำ 5 สายให้มีความบริสุทธิ์ใจมากกว่า 4 ปีกว่าที่ไม่มีนักการเมือง คณะทหาร คสช. บริหารประเทศล้วนๆ แต่ได้ชื่อว่าเป็นรัฐบาลที่คอร์รัปชันมากที่สุด พล.อ.ประยุทธ์ผู้เป็นเผด็จการ จะมาสอนนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตยได้อย่างไร ใครพูดไม่ถูกใจก็จะชกปาก เป็นเผด็จการหรือไม่ให้ไปถามประชาชนเอง

ให้รอดู ส.ค.อนาคต “สามมิตร”

ด้านนายอนุชา นาคาศัย อดีต ส.ส.ชัยนาท พรรคไทยรักไทย และแกนนำกลุ่มสามมิตร กล่าวว่า เรื่องการเตรียมการเลือกตั้งไม่ใช่เรื่องหลัก เรื่องหลักขณะนี้คือพยายามแก้ปัญหาพี่น้องประชาชนก่อน ส่วนการเมืองเมื่อถึงเวลาเราพร้อมอยู่แล้ว เมื่อถามถึงความชัดเจนของกลุ่มสามมิตรร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ นายอนุชาตอบว่า คาดว่าภายในเดือน ส.ค.นี้ คงได้เห็นความชัดเจนอะไรมากขึ้นอีกหลายระดับ ทั้งเรื่องการตัดสินใจร่วมพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ และการแถลงข่าวเปิดตัวอย่างทางการ แต่ยังต้องดูเหตุการณ์เป็นลำดับและความเหมาะสมหลายอย่าง ส่วนการหารือถึงปัญหาของกลุ่มผู้ขับรถแท็กซี่ ภายสัปดาห์นี้จะรีบสรุปและส่งเรื่องให้รัฐบาลเร็วที่สุด

จับตาเปิดหัวดูด รมต.ภูมิใจไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกลุ่มสามมิตรว่า ในวันที่ 3 ส.ค. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มสามมิตร พร้อมนายภิรมย์ พลวิเศษ ผู้ประสานงานกลุ่มสามมิตร จะลงพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ และขอนแก่น เพื่อรับฟังปัญหา และแลกเปลี่ยนความเห็นกับชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อนำไปจัดทำเป็นนโยบายเสนอให้กับพรรคการเมืองที่กลุ่มสามมิตรจะไปสังกัดในอนาคต โดยมีกำหนดพบปะอดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์และขอนแก่นด้วย และคาดว่าจะไปพบนายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ อดีต รมช.คมนาคม จากพรรคภูมิใจไทยด้วย เนื่องจากนายประจักษ์มีความสนิทสนมและได้รับความเคารพจากนักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่เป็นอย่างดี

คสช.ยันไม่กลั่นแกล้ง “ธนาธร”

ที่กองทัพภาคที่ 1 พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ผบ.มทบ.11 และทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีฝ่ายกฎหมาย คสช.แจ้งความเอาผิดนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ว่าที่หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (2) ว่า ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ยืนยันว่าไม่ได้กลั่นแกล้ง ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย เมื่อถามว่าการแจ้งความเพราะพาดพิง คสช.ดูด ส.ส.ใช่หรือไม่ พล.ต.ปิยพงศ์ตอบว่า มีการพาดพิง และมีบางข้อมูลที่บิดเบือน ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดได้ คสช.ยืนยันว่าไม่ได้ทำอะไรนอกอำนาจหน้าที่ และกฎหมาย ไม่ได้กลั่นแกล้งใคร แต่อาจมีบางบุคคลบางพวกบางกลุ่ม พยายามสร้างกระแสบิดเบือนข้อเท็จจริงนำไปสู่ความเข้าใจผิด รวมถึงสร้างความตื่นตระหนก คสช.ต้องออกมาสร้างความเข้าใจเป็นระยะ รวมถึงกรณีที่นายนคร มาฉิม ทางฝ่ายกฎหมาย คสช. และฝ่ายความมั่นคง จะไปพิจารณาว่ามีผลกระทบอะไรหรือไม่

บอกไม่ทำอะไรนอกลู่นอกทาง

เมื่อถามว่า คสช.เข้มงวดต่อการแสดงความคิดเห็นโดยเฉพาะนายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน และแกนนำพรรคเพื่อไทย พล.ต.ปิยพงศ์ตอบว่า ไม่ใช่เฉพาะกลุ่ม แต่ทุกเรื่องที่กระทบความมั่นคง คสช.พยายามดูแล เมื่อถามอีกว่ามีส่งทหารไปพูดคุยนักการเมืองมาปรับทัศนคติหรือไม่ พล.ต.ปิยพงศ์ตอบว่า ช่วงนี้ยังไม่มี บรรยากาศตอนนี้คือสร้างความปรองดอง อะไรที่กระทบความรู้สึกหรือขัดกับการปรองดอง คสช.จะไม่ทำ ส่วนที่นายพิชัย และ ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง สมาชิกพรรค เพื่อไทย ระบุว่ามีนายทหารยศพันเอกไปติดตามความ เคลื่อนไหวนั้น ยังไม่มีข้อมูลขอไปตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน เท่าที่ทราบทหารไม่ทำอะไรที่นอกลู่นอกทาง

“เจี๊ยบ” แฉแหลกทหารประกบ

ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง อดีตรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวตอบโต้ถึงกรณีดังกล่าวว่า ผบ.มทบ.11 พูดได้อย่างไรว่าทหารไม่ได้นอกลู่นอกทาง ในเมื่อทหารที่บุกมาบ้านตนเป็นทหารสังกัด มทบ.11 มีชื่อตามทะเบียนราษฎรว่า จ.ส.อ.อนุวัติ โสรัตยาทร สังกัดกองการข่าว มทบ.11 ภูมิลำเนาอยู่ที่ จ.นครปฐม ท่านไม่รู้จริงๆ หรือแกล้งไม่รู้ว่าทุกวันนี้นักการเมืองถูกทหารตามประกบ เพื่อหาข่าวรายงานเจ้านาย ในขณะที่นักวิชาการ สื่อมวลชน นักศึกษา รวมทั้งชาวบ้านทั่วๆไป ก็เคยโดนทหารยกกำลังไปบุกบ้านเพราะคิดต่างจากรัฐบาล แบบนี้เรียกว่าทหารกำลังกระทำนอกลู่นอกทาง และแทรกแซงการเมืองอยู่หรือไม่ เหมือนคอยหาข่าวสร้างความได้เปรียบให้พรรคทหารที่ปูทางสืบทอดอำนาจใช่หรือไม่ มันคือหน้าที่ของกองทัพหรือไม่ แบบนี้ใช่ไหมกองทัพจึงต้องของบประมาณสูงถึง 2 แสนกว่าล้านบาท หวังว่าทางกองทัพจะมีคำตอบในเรื่องนี้

“พิชัย” ส่งทนายเลื่อนพบ ปอท.

ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) นายยอดชาย ศีลนำสุข ทนายความนายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน คณะทำงานด้านเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย เข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ปอท.ตามหมายเรียก หลังตัวแทน คสช.แจ้งความดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เพื่อชี้แจงว่านายพิชัยติดภารกิจไม่สามารถเข้าพบพนักงานสอบสวนได้ เนื่องจากรับหมายเรียกมาเมื่อวันที่ 31 ก.ค. เป็นการเรียกกระชั้นชิดเกินไป จึงขอเลื่อนเข้าพบวันที่ 16 ส.ค.เวลา 13.00 น. สำหรับนายพิชัยถูกดำเนินคดีที่บก.ปอท. ในความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ครั้งที่ 2 คดีแรกคือคดีที่ สน.ดุสิต กรณีเคลื่อนไหวทางการเมือง และยังถูกเชิญไปปรับทัศนคติอีก 8 ครั้ง นับจากมีรัฐบาลของ คสช.

โต้เดินสายเปิดงานหวังผลการเมือง

ต่อมาเวลา 15.30 น. ที่อิมแพค เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานเปิดงานและปาฐกถา “Thailand Industry Expo 2018” ภายใต้แนวคิด “CHANGE to SHIFT เปลี่ยนเพื่อปรับยกระดับอุตสาหกรรมไทย” ว่า ไม่อยากให้มองว่ามาเปิดงานนี้เพื่อหวังผลการเมือง การทำงานต้องพัฒนาทุกภาคส่วน ต้องนำผู้มีรายได้น้อยเข้ามาอยู่ในห่วงโซ่ให้ได้ ต้องเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรกว่า 20 ล้านคน ไม่เช่นนั้นจะทะเลาะขัดแย้งในเรื่องของประชาธิปไตยที่มีคนไปขับเคลื่อนแบบไม่ถูกต้อง เราต้องสร้างภาพจำใหม่ให้ได้ ทุกคนมีความสุข
ไม่ใช่คอยปะทะกันอยู่เรื่อย โดยฝ่ายหนึ่งใช้กฎหมาย อีกฝ่ายก็จะใช้อะไรก็ได้เพื่อให้ได้ประโยชน์ ตนทำงานได้หมดไม่เคยบ่น โกรธใครไม่ได้ จะมีก็แค่บ่นบ้างขำๆไม่มีอะไร และยังแข็งแรง 100 เปอร์เซ็นต์

โอดโดนกล่าวหาว่าบ้าอำนาจ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า เขาหาว่าตนบ้าอำนาจ ซึ่งไม่ใช่ แต่ต้องการสร้างแนวร่วมทางความคิด วาดความฝันเหมือนกับประชาชน ถ่ายทอดออกมาเป็นนโยบายรัฐบาล ไม่ใช่อะไรก็ได้ สัปดาห์นี้เปิดงานไป 4-5 งานแล้ว แต่ละงานคนละเรื่องเลย แต่ตนต้องรู้ทุกเรื่อง อ่านทุกเรื่อง เพราะถ้าไม่พัฒนาตัวเองเป็นนายกฯไม่ได้ ยืนยันไม่ต้องการประโยชน์อะไรทั้งสิ้น ไม่มีธุรกิจ ลูกเมียตนก็ไม่มีใครเอาตนไปอ้าง เพิ่งเจอเหมือนกันมีบอก“นายกฯเมตตากับครอบครัวผมเสมอให้มาพบรัฐมนตรี” และถ้ารัฐมนตรีไหนให้พบถูกปลดทันทีแน่ อ้างกันเยอะแยะไปหมด รองนายกฯก็โดนเละ คราวที่แล้วอ้างช่วยเหลือคดีได้เสียเงิน 5 ล้าน ลงทุน 3 พันได้ 3 แสนเป็นไปได้อย่างไร ความโลภมันสำคัญ แม้แต่ลอตเตอรี่ยังทะเลาะกันไม่เลิกยังขึ้นศาลอยู่เลย เดี๋ยวตนจัดการว่ารวมเล่มลอตเตอรี่ให้ได้ มีวิธีการเดียวเท่านั้น แก้จนกว่าจะพอใจ หรือแก้จนให้เลิกซื้อกันไปเลย

“วิษณุ” ไฟเขียว กกต.จิ้มผู้ตรวจฯ

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี กกต.ดำเนินการเลือก ผู้ตรวจเลือกตั้ง 77 จังหวัด โดยไม่รอ กกต.ชุดใหม่ ว่า เมื่ออำนาจเปิดทางให้ กกต.ทำได้ เขาก็ทำ ส่วน ข้อกังวลที่นักการเมืองอาจซื้อตัวผู้ตรวจฯนั้น ไม่ทราบ เมื่อถามว่าจะมีปัญหาตามมาภายหลังหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า อาจไม่มีปัญหาก็ได้ เพราะผู้ตรวจฯที่เลือก กันมาตนไม่รู้ว่าใครเป็นใคร แต่กลไกการเลือกนั้นดูดี มีการเลือกจากจังหวัดตัวเองและเลือกในจังหวัดข้างเคียง เท่าที่ทราบ กต.ชุดเก่าอ้างถึงเหตุผลที่ต้องรีบเลือกผู้ตรวจฯ เพราะต้องทำงานแข่งกับเวลา ถ้ารอ กกต.ชุดใหม่กว่าจะดำเนินการอาจกระชั้นไป ส่วนตัวเห็นว่าอะไรที่ทำให้เร็วได้ดีทั้งนั้น หากได้ที่มีคุณสมบัติ ไม่เหมาะสมถูกคัดค้าน เมื่อตรวจสอบแล้วมีมูลขัดคุณสมบัติ ต้องเอาออกและเลือกใหม่

สนช.เล่นแร่แปรธาตุโยกงบฯ

ที่รัฐสภา พล.อ.ชาตอุดม ติตถะสิริ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบ ประมาณรายจ่ายประจำปี 2562 แถลงว่า พิจารณางบประมาณหน่วยงานต่างๆเสร็จไปแล้ว 19 กระทรวง ปรับลดงบไปแล้ว 17,226 ล้านบาท เหลืออีก 3 หน่วยงาน คือ สำนักนายกรัฐมนตรี องค์กรอิสระ และศาล จะพิจารณาเสร็จทุกหน่วยงานในวันที่ 7 ส.ค. จากนั้นจะพิจารณาแปรญัตติเพิ่มเติม และเกลี่ยงบประมาณให้แก่หน่วยงานต่างๆอีกครั้ง คาดว่าจะเสร็จภายในวันที่ 14 ส.ค. และเสนอเข้าสู่ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาในวาระ 2-3 ได้ในวันที่ 30 ส.ค. โดยหน่วยงานที่ถูกปรับลด งบมากที่สุดคือ กระทรวงคมนาคม 8,000 ล้านบาท ส่วนกระทรวงศึกษาธิการ ถูกปรับลด 1,800 ล้านบาท และกระทรวงกลาโหม ปรับลด 800 ล้านบาท

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้