วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
นอนคุก อมเงินทอน ยกแก๊ง

นอนคุก อมเงินทอน ยกแก๊ง

  • Share:

ชี้พฤติกรรมชัด รอขอหมายจับ พระสงฆ์ 1-2 รูป

ศาลทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง สั่งไม่ให้ประกัน “พนม ศรศิลป์” อดีต ผอ.พศ.พร้อมพวกทั้ง 8 คนตามความเห็นของพนักงานสอบสวนกองปราบฯ หลังถูกบุกจับคดีเงินทอนวัดลอต 3 แยกคดีเป็น 3 สำนวนแจงพฤติกรรมละเอียดยิบ มีตั้งแต่อมเงินเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปจนถึงเงินอุดหนุนโรงเรียนพระปริยัติธรรม ตั้งแต่ 5-32 ล้านบาท ส่งตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯและทัณฑสถานหญิงกลางทันที “ผู้การกองปราบฯ” แย้ม เงินทอนลอต3 ยังมีจับพระอีก 1-2 รูป ส่วนการดำเนินคดีอดีตพระเถระชั้นผู้ใหญ่ 6 คน คดีจะครบฝากขังผัดสุดท้ายกลางเดือน ส.ค. สำนวนการสอบสวนเรียบร้อยแล้ว คณะพนักงานสอบสวนกองปราบปรามมีความเห็นทางคดีไว้แล้ว เตรียมส่งให้อัยการพิจารณา

กรณีกองปราบลุยตรวจค้น 10 จุดทั่วประเทศ จับกุมนายพนม ศรศิลป์ อดีต ผอ.พศ.พร้อมพวกรวม 8 คน หลังศาลอนุมัติหมายจับ 11 ผู้ต้องหาคดีเงินทอนวัดลอต 3 ข้อหาทุจริตและประพฤติมิชอบตาม ม.157 และฐานสนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐกระทำความผิด ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ทั้งที่ยังรับราชการอยู่และเกษียณอายุราชการแล้ว จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธเตรียมส่งฝากขังศาล

ความคืบหน้าจากกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อเวลา 09.20 น. วันที่ 2 ส.ค. พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ ผกก. (สอบสวน) กก.1 บก.ป.เบิกตัวผู้ต้องหาคดีทุจริตงบประมาณสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) หรือคดีเงินทอนวัด 8 คน ประกอบด้วย นายพนม ศรศิลป์ อดีต ผอ.พศ. นายแก้ว ชิดตะขบ ผอ.พศจ.อ่างทอง นายพัฒนา สุอำมาตย์มนตรี อดีต พศจ.นครปฐม นายบุญเลิศ โสภา ผอ.พศจ.ลำปาง นายชยพล พงษ์สีดา อดีต รอง ผอ.พศ. นางพรเพ็ญ กิติธรางกูร ผอ.กลุ่มระบบพัฒนาระบบบริหาร พศ. นายณรงค์เดช ชัยเนตร ผอ.พศจ.สิงห์บุรี และนายวสวัสดิ์ กิตติธีระสิทธิ์ ผอ.ส่วนบูรณะพัฒนาวัด พศ. เพื่อคุมตัวขออำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางฝากขัง เจ้าหน้าที่แยกขังผู้ต้องหาเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 4 คน กลุ่มแรกคุมตัวที่ บก.ป. อีกกลุ่มขังที่ สน.พหลโยธิน

คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากตำรวจ บก.ปปป.สอบสวนขยายผลคดีทุจริตงบประมาณสำนักงาน พศ. หรือคดีเงินทอนวัดลอต 3 หลังจากก่อนหน้านี้จับกุมอดีตพระชั้นผู้ใหญ่และบุคคลที่เกี่ยวข้องไปแล้ว มีบางคนยังหลบหนี ต่อมาเจ้าหน้าที่รวบรวมหลักฐานจนสามารถขออำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางออกหมายจับผู้ต้องหา 11 คน เมื่อวันที่ 1 ส.ค. ตำรวจ บก.ป. พร้อมหมายศาลตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหา 8 คน คุมตัวมาสอบสวน ทั้งหมดให้การปฏิเสธ ส่วนผู้ต้องหาอีก 3 คนที่ยังหลบหนี ได้แก่ น.ส.ประนอม คงพิกุล อดีตรอง ผอ.พศ. พบข้อมูลว่าหนี ออกนอกประเทศไปแล้ว นายเจษฎา วงศ์เฆม นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างมีกระแสข่าวว่าหลบหนีอยู่พื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช และนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ อดีต ผอ.พศ. ผู้ต้องหารายสำคัญ ตัวการใหญ่หลบหนีอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา

ด้านนายณพล ใบเงิน ทนายความผู้ต้องหาเผยว่า คดีนี้ลูกความตนยืนยันความบริสุทธิ์ ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาพร้อมสู้คดีชั้นศาล ส่วนการยื่นคำร้องขอประกันผู้ต้องหาทั้งหมด ญาติเตรียมหลักทรัพย์และเงินสดไว้แล้ว ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลว่าอนุญาตหรือไม่ ส่วน น.ส.ประนอม คงพิกุล อดีตรอง ผอ.พศ.ที่หลบหนียังติดต่อทนาย น.ส.ประนอมได้ แต่ยังไม่ได้พูดคุยโดยตรง อยากตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใด พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.พศ.เลือกแจ้งความดำเนินคดีเจ้าอาวาสวัดเพียงบางแห่ง ทั้งที่ในเอกสารของบประมาณสนับสนุนโรงเรียนพระปริยัติธรรม มีวัดที่ยื่นของบได้รับการอนุมัติ 8 วัด ทีมทนายอยู่ระหว่างรวบรวมเอกสารพิจารณาว่าจะดำเนินการกับ ผอ.พศ.ฐานะเป็นเจ้าพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ ส่วนแนวทางต่อสู้คดีชั้นศาลจะนำอดีตพระผู้ใหญ่ทั้ง 8 วัดมาเป็นพยาน

ต่อมาเวลา 10.45 น.พนักงานสอบสวน บก.ป.พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.ปพ.บก.ป. (คอมมานโด) คุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 8 คนขึ้นรถตู้ บก.ป.ไปขออำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางฝากขัง ท้ายคำร้องขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเกรงว่าจะไปยุ่งเหยิงกับพยาน รวมทั้งผู้ต้องหาบางรายยังมีคดีติดตัวหลายคดี

ด้าน พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. เผยว่า นอกจากข้าราชการที่กระทำความผิดชัดเจนจนนำไปสู่การออกหมายจับแล้ว ลอตนี้พนักงานสอบสวนเตรียมออกหมายจับพระสงฆ์ที่ร่วมสนับสนุนการกระทำความผิดเพิ่มเติมอีก 1-2 รูป แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจนก่อน ส่วนการสืบสวนสอบสวนคดีทุจริตเงินทอนวัดลอต 3 นี้ ล่าสุดส่วนของวัดหลักพนักงานสอบสวนดำเนินการสอบปากคำครบถ้วนแล้วคาดว่าดำเนินการเสร็จสิ้นเร็ววันนี้ ขณะที่การทุจริตเงินทอนวัดลอต 4 ยังไม่ได้รับการร้องทุกข์จาก พศ.

พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รอง ผบก.ป. เผยความคืบหน้าการดำเนินคดีอดีตพระเถระชั้นผู้ใหญ่ 6 คน ที่ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 24 พ.ค.ว่า คดีจะครบกำหนดฝากขังผัดสุดท้ายครั้งที่ 7 ประมาณกลางเดือน ส.ค. ส่วนสำนวนการสอบสวนคณะพนักงานสอบสวนกองปราบปรามประชุมสรุปสำนวนมีความเห็นไว้แล้ว จะทยอยส่งสำนวนให้อัยการก่อนครบกำหนดฝากขังผัดสุดท้ายตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป

ต่อมาเวลา 11.15 น.ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง พนักงานสอบสวนกองปราบปรามคุมตัว นายพนม ศรศิลป์ อดีต ผอ.พศ. ปัจจุบันเป็นผู้ตรวจราชการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมพวกรวม 8 คน ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตฯ มาขออำนาจศาลฝากขังครั้งแรก แต่ละคนสีหน้าไม่สู้ดีถูกขังที่ด้านล่างอาคารศาล ตำรวจแยกคำร้องเป็น 3 สำนวน สำนวนแรกคือ กล่าวหานายวสวัสดิ์ กิตติธีระสิทธิ์ อดีต ผอ.ส่วนบูรณะพัฒนาวัดและการศาสนสงเคราะห์ พศ.ระบุว่า เมื่อวันที่ 1 ต.ค.-4 ธ.ค.2557 ขณะดำรงตำแหน่ง ผอ.อ้างผลการประชุมให้จัดสรรงบประมาณ พศ.ประจำปี 2558 ที่เป็นเงินอุดหนุนเผยแผ่พุทธศาสนาให้วัดมุขธารารามและวัดท่าพญา จ.นครศรีธรรมราช เป็นเงิน 21,300,000 บาทโดยไม่เสนอรายงานประชุมรับรอง หลังเบิกถอนเงินให้นายเจษฎา วงศ์เมฆ นักธุรกิจ คง เหลือเงินเพียง 700,000 บาทให้วัดทั้งสอง การกระทำผู้ต้องหาผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติโดยมิชอบ เป็นพนักงานยักยอกทรัพย์ มีโทษจำคุก 5-20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับไม่เกินสี่แสนบาท

สำนวนที่ 2 กล่าวหานายณรงค์เดช ชัยเนตร อดีต ผอ.กองส่งเสริมงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา พศ. นายชยพล พงษ์สีดา อดีตรอง ผอ.พศ. และนายพัฒนา สุอำมาตย์มนตรี อดีตนักวิชาการศาสนา กองส่งเสริมงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา พศจ.นครปฐม เป็นผู้ต้องหาพฤติการณ์ปรากฏคือ เมื่อวันที่ 15 ก.ย.-10 ธ.ค.2558 ร่วมกับนายพนม ศรศิลป์ กับพวกจัดสรรงบประมาณ พศ.ให้วัดสระเกศ เพื่อจัดตั้งศูนย์เผยแผ่พระพุทธศาสนาปี 2559 เป็นเงิน 32,500,000 บาท และ 31,200,000 บาทเพียงวัดเดียว ทั้งที่การจัดสรรงบต้องดำเนินการให้แก่วัด 12 แห่ง ภายหลังมีการเบิกถอนเงินให้บุคคลภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้องหลายครั้ง การกระทำของผู้ต้องหาทั้งสามเป็นความผิดฐานร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ และร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานทำให้เสียหาย ทำลายเอกสาร

ส่วนสำนวนที่ 3 กล่าวหานางพรเพ็ญ กิตติธรางกูร อดีตนักวิชาการศาสนาชำนาญการ พศ. นายพนม ศรศิลป์ อดีต ผอ.พศ. นายบุญเลิศ โสภา อดีต ผอ.กองพุทธศาสนศึกษา พศจ.ลำปาง และนายแก้ว ชิดตะขบ อดีตนักวิชาการศาสนา กองพุทธศาสนศึกษา พฤติการณ์ปรากฏคือ เมื่อเดือน ธ.ค.2556-ธ.ค.2557 ร่วมกับนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.พศ.ขณะนั้น นายพนมเป็นรอง ผอ.พศ.จัดสรรงบประมาณ พศ.ส่วนเงินอุดหนุนโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษาให้วัดสามพระยา 5,000,000 บาททั้งที่ไม่มีโรงเรียน

พระปริยัติธรรม ต่อมาพระพรหมดิลก (เอื้อน กลิ่นสาลี) เจ้าอาวาสวัดสามพระยาขณะนั้น ทราบเรื่อง มีการเบิกถอนเงินให้บุคคลภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้อง อันเป็นการเบียดบังทรัพย์สินไปโดยมิชอบ ผู้ต้องหาซึ่งเป็นเจ้าพนักงาน พศ.และพระพรหมดิลกเป็นเจ้าอาวาสวัดย่อมรู้ดีอยู่แล้วว่าวัดไม่มีโรงเรียนพระปริยัติธรรม การกระทำของพระพรหมดิลกเป็นความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุน ส่วนผู้ต้องหาทั้งสี่มีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติโดยทุจริต เป็นเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ และเป็นเจ้าพนักงานรับรองเอกสารอันเป็นเท็จ

เหตุเกิดที่สำนักงาน พศ. อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม วัดสระเกศ วัดสามพระยา และที่อื่นเกี่ยวพันกัน ทุกสำนวน ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนแล้วแต่ยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบพยานเพิ่มเติมอีก 10-15 ปาก รอผลตรวจลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร (ตร.) และพยานหลักฐานอื่นๆ จึงขอฝากขังเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่ 2-13 ส.ค. พร้อมคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากผู้ต้องหาแต่ละคนมีหมายจับหลายคดีและคดีมีอัตราโทษสูง เกรงว่าหากปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาอาจหลบหนีหรือยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ต่อมาศาลพิจารณาคำร้องและฟังคำคัดค้านของผู้ต้องหาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขังตามขอ และออกหมายขังไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ขณะที่ญาติของผู้ต้องหาทั้งหมดยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราว

ต่อมาเวลา 17.15 น. ศาลคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง อ่านคำสั่งประกันตัวผู้ต้องหา พิเคราะห์ข้อเท็จจริงตามคำร้องฝากขังแล้วเห็นว่า กลุ่มผู้ต้องหาร่วมกับวัดสมคบกันวางแผนอาศัยฐานะความเป็นเจ้าหน้าที่ พศ. อนุมัติงบประมาณสนับสนุนจัดการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญให้วัดที่ไม่มีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษาสังกัดหรือตั้งอยู่ กลุ่มผู้ต้องหาให้วัดคืนเงินงบประมาณบางส่วนให้กลุ่มผู้ต้องหาอันเป็นการ เบียดบังงบประมาณ พศ. เป็นต้นตอให้เกิดความเสียหายแก่พุทธศาสนา นอกจากนี้ ผู้ต้องหาบางคนยังร่วมกระทำผิดลักษณะนี้อีกหลายคดี พฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรง คดีมีอัตราโทษสูงและพนักงานสอบสวนคัดค้านการปล่อยชั่วคราว เชื่อ ว่าหากให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาอาจหลบหนี ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวให้ยกคำร้องผู้ต้องหาที่ยื่นขอปล่อยชั่วคราว จากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์คุมตัว ผู้ต้องหาทั้งหมดไปขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และทัณฑสถานหญิงกลางต่อไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้