วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
‘ฐิติราช’ เค้น ปมน้องหญิง

‘ฐิติราช’ เค้น ปมน้องหญิง

  • Share:

2 สาวให้ข้อมูล แม่เล้าล่อลวงไปค้าประเวณี

“ศรีวราห์” ตั้งกรรมการสอบตำรวจงาบสินบน 3 แสนบาท คดีฆาตกรรม “น้องหญิง” โดยให้รองผู้การฯเมืองกรุงเก่าเป็นประธานสอบ ลั่นหากพบเป็นจริงต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด ขณะเดียวกัน ผบช.ก. สอบปากคำพยานสาวอีก 2คนที่เคยตกเป็นเหยื่อ หากพบทำเป็นขบวนการอาจเข้าข่ายค้ามนุษย์

ยังเป็นที่สนใจของสังคมกรณีการเสียชีวิตมีเงื่อนงำของ น.ส.นรีกานต์ ยาวิราช หรือน้องหญิง อายุ 19 ปี พนักงานบัญชีร้านอาหารแห่งหนึ่งใน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา กระทั่งมีการจับกุมนายสุรพล หรืออ๊อฟ ดาราคำ อายุ 23 ปี คนขับรถ เทรเลอร์ ในข้อหาหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ภายหลังได้แจ้งเพิ่มในข้อหาฆ่าคนตายแต่นายสุรพลปฏิเสธอ้างว่าน้องหญิงกระโดดลงจากรถเอง ส่วน น.ส.สิรินาถ รอบรัมย์ หรือเป็ด อายุ 18 ปี คนชวนน้องหญิงไปเที่ยว ถูกแจ้งข้อหาสนับสนุนหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ขณะเดียวกันนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมและทนายของผู้เสียหายได้ออกมาแฉว่ามีนายตำรวจรับสินบน 3 แสนบาทแลกกับการไม่ดำเนินคดีกับผู้ต้องหานั้น

ต่อมาวันที่ 2 ส.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.เปิดเผยถึงคดีนี้ว่า หลังพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาเจตนาฆ่าผู้อื่นเพิ่มเติมกับนายสุรพล หรืออ๊อฟ ดาราคำ แต่ผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ขอยืนยันในการแจ้งข้อหากับใคร ไม่ใช่อยาก จะแจ้งก็แจ้ง ทุกขั้นตอนต้องมีพยานพอสมควร ในชั้นนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีพยานพอสมควรทำให้ฟังได้ว่าหรือเชื่อได้แน่นอนว่าผู้เสียชีวิตไม่ได้กระโดดรถตาย ตนยืนยันได้จึงได้ให้แจ้งข้อหาเพิ่มเติม เบื้องต้น จากหลักฐานที่พบสามารถชี้ไปได้แค่นายสุรพลเพียงคนเดียว ส่วนจะมีใครเกี่ยวข้องหรือไม่ ตรงนี้หากพบหลักฐานไปถึงใครจะดำเนินคดีทั้งหมด ได้สั่งการให้ หาหลักฐานเพิ่มเติมในทุกประเด็นที่ยังเป็นข้อสงสัย หากพบว่าใครเกี่ยวข้องหรือพาดพิงถึงใครต้องเรียกมาสอบปากคำ

รอง ผบ.ตร.กล่าวอีกว่า สำหรับวัตถุพยานที่ตรวจพบได้สั่งให้เร่งดำเนินการตรวจพิสูจน์ให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว ส่วนกรณีที่นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ออกมาเปิดเผยว่า ฝั่งของผู้ต้องหามีการติดสินบนเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อวิ่งเต้นคดีเป็นเงิน 300,000 บาท เรื่องนี้ได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.ชัยยะ เพ็ชรปัญญา รอง ผบก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วและเร่งสอบให้เสร็จโดยเร็ว หากมีข้อมูลหลักฐานชัดเจนว่ามีตำรวจรับสินบนจริงจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด

ที่กองบังคับการปราบปราม พ.ต.ท.นริศ ผูกจิตร สว.กก.2 บก.ป. เปิดเผยว่า ในส่วนของกองปราบปราม พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. สั่งการให้ทำหน้าที่สนับสนุนข้อมูลตามที่ตำรวจภูธรภาค 1 ประสานมา ขณะนี้ได้ไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามถนนทางหลวงที่รถเทรเลอร์คันเกิดเหตุวิ่งผ่านตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุเพื่อมาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง นอกจากนี้ยังตรวจสอบเรื่องประตูรถเทรเลอร์ด้วยว่าทำไมถึงเปิดไม่ได้และมีระบบล็อกยังไงรวมทั้งสอบปากคำพยานเพิ่มเติมทั้งหมดอีกครั้งเพื่อนำไปเพิ่มเติมในสำนวนให้คณะทำงานที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. แต่งตั้งขึ้นมา

ด้าน พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง ผบก.ปคม. เปิดเผยว่า พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก.และคณะ ได้สอบปากคำ น.ส.เจน (นามสมมติ) และ น.ส.รุ้ง (นามสมมติ) พยานปากสำคัญที่เคยออกมาระบุก่อนหน้านี้ว่าเคยถูกล่อลวงไปให้คนขับรถเทรเลอร์ละเมิดทางเพศเช่นกัน ผู้เสียหายทั้งสองเป็นพยานปากสำคัญในคดีเพื่อยืนยันพฤติกรรมของผู้ต้องหาว่าเป็นเช่นใด น.ส.เจนเคยถูกกระทำลักษณะเดียวกับ น.ส.นรีกานต์ หรือน้องหญิง แต่ไม่กล้าเข้าแจ้งความ

“ขณะนี้ได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุศย์ รอง ผบก.ปคม. ดูในรายละเอียดในการสอบปากคำ น.ส.สิรินาถ รอบรัมย์ หรือเป็ด ซึ่งอยู่ในเรือนจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเพื่อขยายผลว่ามีผู้ที่อยู่เบื้องหลังอีกหรือไม่ และเข้าองค์ประกอบเข้าข่ายการค้ามนุษย์หรือไม่ อาทิ ลักษณะพฤติการณ์ข่มขู่ ล่อลวง บังคับ หรือเป็นการสมยอมหรือไม่ พร้อมให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย อย่างไรก็ตาม สำหรับพื้นที่เกิดเหตุมีคดีที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ไม่มาก ส่วนใหญ่จะเป็นการขายพวงมาลัยบังหน้าในที่จอดรถบรรทุก และทำประวัติข้อมูลกลุ่มคนขับรถบรรทุกไว้หมดแล้ว” พล.ต.ต.กรไชยกล่าว

ส่วน พล.ต.ต.สมหมาย ประสิทธิ์ ผบก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยถึงกรณีตำรวจเรียกรับสินบน 3 แสนบาทจากผู้ต้องหาคดีน้องหญิงว่า กำลังตรวจสอบเรื่องนี้ หากใครมีพยานหลักฐานการรับสินบนให้แจ้งความได้ที่ท้องที่เกิดเหตุ หากพบว่าตำรวจเข้าไปรับสินบนตามที่กล่าวอ้าง พร้อมจะลงโทษทันทีไม่ละเว้นแน่นอนโดยจะให้ออกจากราชการทันที ไม่ปกป้องอยู่แล้ว ส่วนที่มองว่าคดีล่าช้ายืนยันว่าตำรวจทำตามพยานหลักฐานเป็นหลัก ขณะเดียวกันร่วมกันทำงานหลายหน่วย เช่น กองปราบปราม และตำรวจภูธรภาค 1 แต่ละหน่วยหาหลักฐานในการดำเนินคดี

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้