วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ช็อก! โจอี้ บาซู ตาบอด! ลุ้นปาฏิหาริย์รักษาหาย ยันไม่เกี่ยวคดียาเสพติด (คลิป)

เมื่อเวลา 13.30 น. ณ ศูนย์ฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง บีอาร์ซี ซ.เจริญนคร 78 นักร้องดัง โจอี้ บาซู หรือ นายศุรเฎฒฌ์ กรณ์งูเหลือมโชต พร้อมด้วย นายชาตินันท์ เชยประเสริฐ ประธานกรรมการบริษัท/ผู้อำนวยการศูนย์, นางนิตยา ชไนศวรรย์ กรรมการบริษัท, น.ส. ชนม์นิภา ฉัตรโชคไพศาล กรรมการบริษัท และทีมนักกายภาพบำบัดและนักกิจกรรมบำบัด ได้แถลงข่าวถึงความคืบหน้าในการรักษาอาการป่วยเส้นเลือดในสมองตีบ พร้อมทั้งเผยถึงเรื่องคดีความเกี่ยวกับยาเสพติดของโจอี้ด้วย


ถามถึงความคืบหน้าอาการป่วยของโจอี้?
ชาตินันท์ : พี่โจอี้ได้เข้ามารับการฟื้นฟูที่ศูนย์ฯ ตั้งแต่วันที่ 24 พ.ค. ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 2 เดือนแล้ว อาการแรกรับเบื้องต้นของพี่โจอี้มาด้วยโรคหลอดเลือดในสมองตีบ

นักกายภาพบำบัด : ในส่วนการกายภาพบำบัดตอนนี้เน้นการฝึกเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อ ยืดกล้ามเนื้อ ตอนนี้คุณโจอี้ฝึกเดินได้ 5-10 เมตรโดยไม่มีอาการเหนื่อย แต่ว่ายังต้องฟื้นฟูต่อไปค่ะ

นักกิจกรรมบำบัด : ตอนนี้เราจะเน้นการพูดคุยสื่อสารในชีวิตประจำวัน ฝึกกำลังกล้ามเนื้อของแขนและมือค่ะ อาการตอนนี้มีแรงยกแขน สามารถหยิบจับได้ค่ะ แต่ยังต้องช่วยประคองอยู่ ในเรื่องการพูดสามารถพูดคิดคำได้เร็วมากขึ้น พูดเป็นประโยคได้บ้างค่ะ

ชนม์นิภา : ในส่วนการพยาบาล ตลอดระยะเวลาที่คุณโจอี้อยู่ที่ศูนย์ฯ คุณโจอี้ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมต่างๆ ได้ดีนะคะ จากการตรวจเยี่ยมของแพทย์ประจำศูนย์

ทดสอบกล้ามเนื้อใบหน้าดีขึ้น ยิ้มมุมปากข้างที่อ่อนแรงยกขึ้นใกล้เคียงอีกข้าง พูดชัดขึ้น กล้ามเนื้ออ่อนแรงฟื้นฟูได้ดี รับประทานอาหารได้ปกติ สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ดีค่ะ

โจอี้ : ผมต้องขอบคุณนะครับ ผมยังพูดไม่ชัดสักเท่าไร แต่ว่าพูดได้ดีขึ้นครับ ไม่มีปัญหาในส่วนของสมอง

ชาตินันท์ : เหมือนกับพูดได้บ้างครับ แต่ยังพูดไม่ชัดมาก

กำลังใจเราดีใช่มั้ย?
โจอี้ : ครับผม ผมก็ต้องมีหน้าที่ในการทำงานต่อไปครับ

อาการหลอดเลือดในสมองตีบเป็นไงบ้าง?
ชาตินันท์ : อาการตอนนี้คือ stable แล้ว อยู่ในช่วงการฟื้นฟูครับ

ค่าใช้จ่ายในการรักษา?
โจอี้ : ก็หลักแสนครับ ก็เป็นเงินที่ได้จากงานคอนเสิร์ตครั้งที่แล้ว

ชาตินันท์ : แต่ค่าพักอาศัยหรือทางด้านการฟื้นฟู ทางเราไม่ได้คิดอะไรกับพี่โจอี้เลยเพราะกรรมการเป็นแฟนคลับพี่โจอี้อยู่แล้วตั้งแต่แรก แต่ที่พี่โจอี้ต้องใช้เงินคือในการไปพบคุณหมอเพื่อฟอลโลว์อัพ ค่ายาเกี่ยวกับสมอง

ต้องอยู่นานขนาดไหน?
ชาตินันท์ : ประมาณ 6 เดือนครับ เพื่อฟื้นฟูให้พี่โจอี้ได้กลับไปใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงกับปกติที่สุดครับ ถามว่าเป็นไปได้มั้ย ผมว่าเป็นไปได้ครับ แต่ปกติได้มากแค่ไหนมันมีหลายปัจจัย

แต่ผมมองว่าพี่โจอี้ร่วมมือขนาดนี้ 2 เดือนพี่โจอี้ก็ดีขึ้นแล้ว อีก 6 เดือนผมว่าพี่โจอี้สามารถกลับไปทำอะไรมากขึ้นกว่าเดิมแน่นอนครับ

ในส่วนของคดีความเป็นยังไงบ้าง?
นิตยา : ตอนนี้กรมคุมประพฤติได้มาติดตามและทำงานร่วมกับพวกเรา ให้ความสะดวกค่อนข้างมาก ตอนนี้อยู่ในระหว่างความดูแลไม่เกิน 2 เดือนนี้ ถ้าทุกอย่างเรียบร้อยก็จะพ้นในระยะฟื้นฟู

ทุกอย่างก็จะเรียบร้อยในอีกประมาณ 1-2 เดือนนี้ค่ะ เพราะจากระยะเวลาที่เขามาเยี่ยมคราวที่แล้วก็น่าจะเกือบเดือน ถ้าโดยระยะเวลาก็อีกประมาณ 1 เดือนค่ะ ก็จะสิ้นสุดระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่จะมาเยี่ยมค่ะ

โจอี้ : ต้องบอกว่าการฟื้นฟูไม่เกี่ยวนะ เขาแค่ดูว่าเราไปเสพอีกรึเปล่า ซึ่งไม่มีเลย ยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องคดีความเลย คนที่เขาจับไม่ได้จับผมนะ เขาจับอีกคนนึง มันจบแล้ว

นิตยา : คนที่มาไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจค่ะ ในเรื่องคดีตอนนี้เขามองว่าผู้เสพเป็นผู้ป่วย ดังนั้นจะไม่มีเรื่องของการดำเนินคดี ในกรมคุมประพฤติเนี่ยถ้าเป็นผู้ป่วยทั่วไป เขาต้องกลับไปรายงานตัวว่าเขาไม่มีโอกาสจะกลับไปใช้ยาเสพติดหรือมีความเสี่ยงใดๆ

พอเกิดคดีปุ๊บก็มีอาการเจ็บป่วยแบบนี้อยู่แล้ว เจ้าหน้าที่คุมประพฤติก็ช่วยอำนวยความสะดวกด้วยการติดตามเยี่ยมและประสานกับทางเราเรื่องอาการต่างๆ ซึ่งถือว่าค่อนข้างสบายใจ พอผ่านไป 1 เดือนนี้แล้ว เมื่อสิ้นสุดก็น่าจะจบเรื่อง แต่ไม่ใช่จบแล้วจะไปดำเนินคดีอะไรต่อ ถือว่าสิ้นสุดกระบวนการฟื้นฟู น่าจะจบเรื่องตรงนี้ค่ะ

คดีนี้มีผลต่อการรักษาหรือจิตใจเรามั้ย?
โจอี้ : ถ้าคุณเอาปัญหานี้เป็นปัญหาใหญ่ก็ไม่ได้ แต่ด้วยความเป็นศิลปิน เราก็โดนอยู่แล้ว แต่คนที่โดนไม่ใช่เรา เป็นคนอื่น ก็ทำใจว่าไม่เป็นไร

เพื่อนๆ มาเยี่ยมบ้างมั้ย?
โจอี้ : มาทุก 5 วันครับ ไม่รู้ใครเป็นใครบ้าง ส่วนลูกสาวก็มาครับ

เป็นห่วงลูกมั้ย?
โจอี้ : เขาอยู่กับน้าสาวครับ ก็โอเคไม่มีปัญหา ส่วนตัวคือคิด 3 อย่าง หนึ่งคือภาพโดยรวม สองคือภาพของลูกสาว สามคือภาพตัวเองที่ต้องก้าวต่อไปยังไง

แสดงว่าอนาคตอยากกลับไปทำงานเหมือนเดิม?
โจอี้ : ใช่ครับ จริงๆ ไม่ได้หวังจะกลับไปร้องเพลงนะ กลับไปเพื่อรักษาโมเดลต่างๆ ที่เกี่ยวกับงานที่ทำอยู่ แต่มีปัญหาอยู่เรื่องนึง เรื่องแรกไม่เกี่ยวกับ รพ.นี้ครับ คือทุกคนมองเห็นผม

อาจจะมองว่าผมเหมือนคนทั่วไปปกติ แต่จริงๆ แล้วผมตาข้างซ้ายบอด ไม่มีใครรู้ ผมต้องไปรักษาให้หายอีก พอดีได้คุยกัน คาดว่าเป็นมาประมาณ 2 เดือนครับ

ชาตินันท์ : คือโดยอาการของโรคหลอดเลือดสมอง สมองในส่วนควบคุมการมองเห็นมันเสียไปตรงนั้น พูดตรงๆ ว่าพี่โจอี้คงมองไม่เห็นข้างนึงครับ ในเบื้องต้นตอนนี้คือทางศูนย์เราทำอะไรในเรื่องการรักษาทางตาไม่ได้เลย ก็จะต้องปรึกษากับทาง รพ.ที่พี่โจอี้พบหมออยู่

คือ รพ.แพทย์ปัญญา ในการประสานงานรักษาเรื่องตาของพี่โจอี้ต่อครับ ตอนนี้เรื่องตายังไม่ได้ทำอะไรเลยครับ เพราะตอนนี้เราเน้นเรื่องการทำกายภาพบำบัดและกิจกรรมบำบัดก่อนครับ

หลายคนมองว่าที่เกิดอาการป่วยเนื่องจากเรื่องยาเสพติด?

โจอี้ : ไม่ใช่ครับ

ขอถามเรื่องตาซ้ายที่มองไม่เห็น พอฟื้นฟูร่างกายเสร็จแล้วค่อยไปดูแลเรื่องตาใช่มั้ย?
ชาตินันท์ : มันเป็นอาการที่มาคู่กัน แต่มันเป็นคนละเรื่องกับการฟื้นฟูที่ศูนย์นะครับ เนื่องจากตาเป็นเรื่องละเอียดอ่อนในการฟื้นฟูสมอง คือตาของพี่โจอี้ไม่เป็นอะไรนะครับ กระจกตาปกติทุกอย่าง แต่ว่าเวลาที่ส่งกระแสประสาทจากตา สมองประมวลผลไม่ได้ว่าเป็นภาพอะไร

มันก็เหมือนเมนบอร์ดที่ประมวลผลไม่ได้ พอประมวลผลไม่ได้หมอก็ต้องมาดูว่าในสมองส่วนนั้นที่เสียไปมีโอกาสฟื้นขึ้นมาได้มั้ย ซึ่งเรายังคอนเฟิร์มอะไรตรงนี้ไม่ได้นะครับ แต่โดยดีเทลต้องคุยกับหมอด้านนี้ก่อน แต่ทางเราให้คำตอบเรื่องตาไม่ได้ครับ

ฝากถึงคนที่ติดตามข่าวนี้?
โจอี้ : ผมยังรักทุกคนเหมือนเดิมครับ.

โจอี้ บาซู เผยตอนนี้ดวงตามองไม่เห็น แต่กำลังใจดีมาก พร้อมที่จะสู้ต่อ ส่วนเรื่องค่ารักษาตัว ได้เงินจากการที่เพื่อนศิลปินจัดคอนเสิร์ตช่วยเหลือ... 2 ส.ค. 2561 15:44 2 ส.ค. 2561 18:41 ไทยรัฐ