วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สารพัดกลโกงออนไลน์ เตือนภัยซ้ำๆ ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ

สารพัดกลโกงออนไลน์ เตือนภัยซ้ำๆ ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ

  • Share:

ปัจจุบันมิจฉาชีพมีหลายรูปแบบ โดยใช้กลโกงต่างๆ ผ่านสื่อออนไลน์ ทำให้เหยื่อหลงเชื่อสูญเสียเงิน มีตั้งแต่หลักร้อย ไปจนถึงหลักแสน หลักล้านบาท หากรวมเหยื่อหลายๆ คน มูลค่าความเสียหายถือเป็นจำนวนเงินมหาศาล แม้ที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการเตือนภัยอย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีผู้ตกเป็นเหยื่อ ซ้ำแล้วซ้ำอีก!!

ล่าสุดกองบังคับการปราบปราม ได้ออกมาเตือนอีก เกี่ยวกับพฤติกรรมของมิจฉาชีพ โพสต์ในเพจหลอกผู้หางานทำ มีการระบุเป็นงานง่ายๆ สามารถทำงานที่บ้านได้ เช่น งานแพ็กยางแยกสี, งานแยกสีลูกปัด, งานตัดเฟรม และงานปักเฟรมแถวเดียว โดยให้เหยื่อสมัครเป็นสมาชิก และซื้ออุปกรณ์จากมิจฉาชีพในราคาถูก

แค่นี้ยังไม่พอ มีการเขียนข้อความจูงใจระบุอีก เมื่อทำงานเสร็จ สามารถนำส่งคืนได้ราคาที่สูง พร้อมกลอุบายจะออกค่าส่งให้ เมื่อเหยื่อส่งงานที่ซื้อมาเพื่อจะขอรับเงิน แต่สุดท้ายติดต่อไม่ได้ กลายเป็นทำงานให้ฟรี แถมเสียเงินให้มิจฉาชีพอีก

ที่ผ่านมาทางกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ได้รับแจ้งความร้องเรียนเรื่องการถูกหลอกในลักษณะนี้ไม่ต่ำกว่า 30 รายในแต่ละเดือน และได้มีการแจ้งเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อ หรือโลภมากเห็นแก่เงินค่าจ้าง

สารพัดวิธีมิจฉาชีพ จอมต้มตุ๋น ต้องรู้เท่าทัน

ขณะที่ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ออกมาแฉกลโกงออนไลน์ในหลายรูปแบบเช่นกัน อาทิ การหลอกขอรหัสผ่านการใช้งานบัญชีอีเมล โดยมิจฉาชีพจะส่งอีเมลแอบอ้างเป็นผู้ให้บริการบัญชีอีเมล หลอกขอชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (email address) และรหัสผ่าน (password) โดยอ้างว่าเจ้าของอีเมลจะต้องยืนยันการใช้งานอีเมล แล้วใช้รหัสผ่านที่ได้มาเข้าใช้งานบัญชีอีเมลแทนเจ้าของอีเมลนั้น (ซึ่งถือได้ว่าเป็นเหยื่อคนที่ 1)

เมื่อเข้าใช้งานในบัญชีอีเมลของเจ้าของบัญชีอีเมลที่กลายเป็นเหยื่อคนที่ 1 ได้แล้ว มิจฉาชีพจะส่งอีเมลไปหาเพื่อนของเจ้าของบัญชีอีเมล แล้วหลอกขอให้เพื่อนโอนเงินให้ เช่น อ้างว่าเจ้าของบัญชีอีเมลไปต่างประเทศแล้วกระเป๋าเงินหาย จึงต้องการความช่วยเหลือเรื่องเงินโดยด่วน โดยมักจะให้โอนเงินผ่านบริการรับโอนเงิน ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีเอกสารแสดงตนในการรับเงินในต่างประเทศ ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถติดตามจับคนร้ายได้ และเพื่อนก็สูญเงินโดยไม่มีโอกาสได้คืน (กลายเป็นเหยื่อคนที่ 2)

พร้อมตั้งข้อสังเกต มิจฉาชีพจะอ้างเป็นผู้ให้บริการบัญชีอีเมลแต่ชื่อบัญชีอีเมล (email address) ที่แสดง จะไม่ใช่ชื่อบัญชีอีเมลของผู้ให้บริการอีเมลจริง นอกจากนั้น ข้อความในอีเมลที่มิจฉาชีพส่งให้เหยื่อคนที่ 2 มักเป็นภาษาอังกฤษหรือเป็นภาษาไทยที่ไม่คุ้นเคย เช่น ใช้สรรพนามต่างจากที่เคยใช้สนทนากัน
 
นอกจากนี้ยังมีผู้ต้องเป็นเหยื่อในกลุ่มของผู้เข้าถึงสินเชื่อได้ยาก โดยมิจฉาชีพจะแอบอ้างเป็นผู้ให้บริการเงินกู้ มีการโฆษณาผ่านเว็บไซต์ต่าง ๆ หรือส่งอีเมลหาเหยื่อโดยตรงว่าให้บริการเงินกู้นอกระบบดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเงินเร็ว ไม่ต้องซื้อสินค้า ไม่ตรวจสอบเครดิตบูโร

และเมื่อเหยื่อติดต่อไปและขอกู้เงิน ผู้ให้กู้จะอ้างว่าจะส่งสัญญาให้กับผู้ขอกู้เพื่อลงลายมือชื่อ พร้อมทั้งขอให้เหยื่อโอนเงินชำระค่าทำสัญญา ค่าเอกสาร ค่ามัดจำ หรือดอกเบี้ยภายในเวลาที่กำหนด เช่น ก่อน 18.00 น. เพื่อผู้ให้กู้จะโอนเงินกู้ให้ก่อนเวลา 20.00 น. โดยสามารถยกเลิกและขอเงินโอนล่วงหน้าดังกล่าวคืนได้

เหยื่อส่วนมากมักจะรีบร้อน และกลัวว่าจะไม่ได้เงินกู้ จึงรีบโอนเงินให้กับผู้ให้กู้ในเวลาที่กำหนด แต่เมื่อติดต่อกลับผู้ให้กู้เพื่อขอรับเงินกู้ กลับไม่สามารถติดต่อผู้ให้กู้ได้อีกเลย และสูญเงินไปโดยไม่มีโอกาสได้เงินคืน

ขาช็อประวังซื้อของออนไลน์ สูญเงิน ไม่ได้ของ

รูปแบบการหลอกลวงมีสารพัดวิธี มิจฉาชีพอาจหลอกขายสินค้า หรือประกาศให้เช่าบ้านผ่านเว็บไซต์ต่าง ๆ และเมื่อเหยื่อสนใจ จะขอให้เหยื่อโอนเงินเต็มจำนวนผ่านบริการโอนเงินที่ไม่ต้องใช้เอกสารแสดงตนโดยระบุชื่อเหยื่อเป็นผู้รับเงิน เพื่อหลอกเหยื่อว่าใช้เป็นการยืนยันการสั่งซื้อสินค้าหรือบริการเท่านั้น แต่เมื่อเหยื่อโอนเงินพร้อมแจ้งรหัสการรับเงิน มิจฉาชีพจะใช้รหัสดังกล่าวรับเงินออกไปทันทีโดยไม่มีสินค้าเสนอขายจริง

ในบางกรณีมิจฉาชีพอาจแอบอ้างเป็นบริษัทต่างชาติ ติดต่อไปยังเหยื่อที่ประกาศสมัครงานในอินเทอร์เน็ตแจ้งว่ารับเหยื่อเข้าทำงาน แต่เหยื่อต้องจ่ายค่าใบอนุญาตทำงานในต่างประเทศ ทั้ง ๆ ที่บริษัทนั้นไม่มีอยู่จริง


รวมถึงมิจฉาชีพจะประกาศรับสมัครงานผ่านอินเทอร์เน็ต หลอกเหยื่อว่าเป็นบริษัทต่างประเทศที่ขายสินค้าในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก จึงขอให้เหยื่อทำหน้าที่เป็นผู้รวบรวมเงินให้ โดยอาจจ่ายค่าจ้างเป็นสัดส่วนกับเงินที่ได้รับ เช่น ร้อยละ 25 ของเงินค่าสินค้า

เมื่อมีเงินโอนเข้าบัญชีของเหยื่อ บริษัทจะแจ้งเหยื่อให้หักค่าจ้างไว้ แล้วโอนเงินที่เหลือทั้งหมดให้แก่บริษัทแม่ในต่างประเทศทันทีผ่านบริการโอนเงินที่ไม่ต้องใช้เอกสารแสดงตน โดยที่เหยื่อไม่รู้เลยว่า เงินที่โอนเข้ามาในบัญชีเหยื่อนั้นเป็นเงินผิดกฎหมายที่มิจฉาชีพหลอกให้คนอื่นโอนมาให้ กว่าเหยื่อจะรู้ตัวก็อาจเป็นตอนที่พนักงานธนาคารติดต่อเพื่ออายัดบัญชีของเหยื่อหรือถูกตำรวจจับแล้ว
 

ป้องกันได้ ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ สำคัญต้องไม่โลภ

สำหรับวิธีป้องกัน 1. ควรเปิดเผยข้อมูลในโซเชียลเน็ตเวิร์กเท่าที่จำเป็น เพื่อป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพนำข้อมูลไปแอบอ้างใช้ทำธุรกรรม 2. ควรเปลี่ยนรหัสผ่าน (password) ในการเข้าใช้บัญชีอีเมลหรือบัญชีโซเชียลเน็ตเวิร์กเป็นประจำ 3. เมื่อได้รับการติดต่อแจ้งให้โอนเงินให้ ควรตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนโอนเงิน เช่น ติดต่อหน่วยงานที่ถูกอ้างถึงโดยตรง อาทิ กรมศุลกากร โทร. 1164 ธนาคารแห่งประเทศไทย โทร. 1213 หรือสำนักงานตัวแทนในประเทศไทยของหน่วยงานต่างชาติ


4. ไม่โลภต่อเงินที่ไม่มีที่มา หรือผลตอบแทนที่สูงเกินจริง ควรพิจารณาให้รอบคอบถึงความเป็นไปได้ในความเป็นจริง 5. ตรวจหาไวรัสในเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นประจำ เพื่อป้องกันการขโมยข้อมูลการใช้งาน 6. ติดตามข่าวสารกลโกงอย่างสม่ำเสมอ


หากตกเป็นเหยื่อถูกแอบอ้างใช้บัญชีอีเมล ควรติดต่อผู้ให้บริการอีเมลทันที เพื่อแจ้งเปลี่ยนรหัสผ่าน ส่วนกรณีโอนเงินให้แก่มิจฉาชีพแล้ว ควรติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าของสถาบันการเงินเพื่อระงับการโอนและการถอนเงิน หากไม่สามารถระงับการโอนเงินได้ ให้รวบรวมหลักฐานและข้อมูลต่าง ๆ แจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมทั้งลงบันทึกประจำวัน ณ ท้องที่เกิดเหตุ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการระงับการถอนเงินออกจากบัญชีที่โอนไป

พร้อมกับการแจ้งระงับการถอนเงินออกจากบัญชีที่โอนไปกับสถาบันการเงินที่ใช้บริการ โดยสถาบันการเงินจะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน จึงจะสามารถคืนเงินได้

และส่วนใหญ่เมื่อเงินที่โอนไปให้มิจฉาชีพแล้ว มิจฉาชีพจะรีบถอนออกทันที ซึ่งทำให้ยากต่อการติดตาม เพราะฉะนั้นผู้ตกเป็นเหยื่อต้องทำใจเท่านั้น.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้