วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ชาวบ้านสุดทน ฝูงกิ้งกือนับล้านออกป่วน วอนหน่วยงานเข้าแก้ปัญหาด่วน

ชาวบ้านสุดทน ฝูงกิ้งกือนับล้านออกป่วน วอนหน่วยงานเข้าแก้ปัญหาด่วน

  • Share:

ร้องจ๊าก!! ชาวบ้าน 30 ครัว เขตเทศบาล ต.คลองพน อ.คลองท่อม จ.กระบี่ เดือดร้อนหนัก หลังพบฝูง "กิ้งกือ" นับล้านตัวบุกบ้านมานาน จนคนทำธุรกิจในพื้นที่ได้รับผลกระทบ แม้จะแจ้งหน่วยงานที่รับผิดชอบมาหลายครั้งแล้ว แต่ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 ส.ค. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านห้องแถวบริเวณ หมู่ 1 ในเขตเทศบาลตำบลคลองพน อ.คลองท่อม จ.กระบี่ หลังรับแจ้งจากชาวบ้านว่าบริเวณดังกล่าว ชาวบ้านกว่า 30 ครัว ได้รับความเดือดร้อนมายาวนาน เนื่องจากมีฝูงกิ้งกือตะเข็บ นับล้านตัว เลื้อยเข้ามาตามบ้านเรือนของชาวบ้าน ทุกวัน โดยเฉพาะในช่วงที่ไม่มีฝนตก ที่ผ่านมาเคยแจ้งหน่วยงานที่รับผิดชอบมาหลายครั้งแล้ว แต่ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ส่งผลกระทบต่อชาวบ้านที่ต้องใช้บ้านเปิดเป็นร้านทั้งร้านอาหาร ร้านเสริมสวย ร้านนวดแผนโบราณ

สอบถามจากนางนิตยา สินโพธิ์ อายุ 45 ปี ที่ห้องเช่าเลขที่ 328/35 ทราบว่า ตนเองเปิดบ้านเช่าเป็นร้านนวดแผนโบราณ ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักเพราะในแต่ละวันต้องคอยกวาด และกำจัดกิ้งกือที่เลื้อยขึ้นมาในบริเวณบ้าน รวมทั้งต้องซื้อยามากำจัดตลอด เพราะลูกค้าที่มาใช้บริการบ่นจนไม่กล้ามาใช้บริการ ตนจึงต้องใช้วิธีให้ลูกค้าโทรศัพท์มาเวลาต้องการใช้บริการ แล้ววิ่งไปให้บริการลูกค้าที่บ้านแทน ฝูงกิ้งกือดังกล่าวจะออกมาจากลานฝั่งตรงข้ามบ้าน ซึ่งเป็นพงหญ้ารก น่าจะเป็นจุดขยายพันธุ์ของกิ้งกือ ชาวบ้านเคยร้องขอให้เทศบาลฯ เข้ามาจัดการแหล่งขยายพันธุ์ ซึ่งเชื่อว่าเป็นต้นตอ แต่ยังไม่มีใครมาจัดการให้ จนท.เทศบาลฯ มาช่วยเพียงคอยฉีดยากำจัดให้ตามบ้านเรือนเป็นบางครั้งเท่านั้น จึงอยากขอให้ผู้รับผิดชอบ หาทางกำจัดโดยด่วน เพราะชาวบ้านเดือดร้อนกันหลายครัวเรือนจริงๆ

ผู้สื่อข่าวจึงสอบถามไปยังนายไพศาล ศรีเทพ นายอำเภอคลองท่อม ทราบว่า ปัญหาที่เกิดขึ้น ทางอำเภอไม่ได้นิ่งนอนใจ เข้าไปตรวจสอบร่วมกับทางเทศบาลตำบลคลองพนแล้ว พบว่า แหล่งกำเนิดมาจาก พื้นที่ทุ่งหญ้า ซึ่งอยู่ในที่ดินเอกชน ที่มีเศษหญ้าและขี่เลื่อยทับถมกันเป็นเวลานาน จึงเป็นแหล่งเพาะพันธุ์กิ้งกืออย่างดี แต่การที่จะเข้าไปในพื้นที่ได้นั้น ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของที่ดินเพื่อเข้าไปปรับไถพื้นที่ ก่อนเผาทำลาย และโรยสารเคมีกำจัด ซึ่งขณะนี้ได้ประสานเจ้าของที่ดินบริเวณดังกล่าวแล้ว ต้องรอให้ฝนหยุดตกสักระยะ จึงจะสามารถดำเนินการเข้าปรับพื้นที่ และใช้สารเคมีฉีดในบริเวณแหล่งกำเนิดได้.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้