วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
พังงาเมืองแห่งความสุข ความสำเร็จที่ไม่ใช่เงิน

พังงาเมืองแห่งความสุข ความสำเร็จที่ไม่ใช่เงิน

  • Share:

“จังหวัดพังงา”...ขึ้นชื่อว่าเป็น เมืองที่มีความสุขเป็นอันดับ 1 ในภาคใต้และกำลังเป็นเมืองที่สร้างความเปลี่ยนแปลงท่ามกลางการพัฒนาที่รุกคืบเข้ามา อาจกำลังสวนทางกับความมุ่งหมายของคนในจังหวัดที่มีเป้าหมายให้เมืองพังงาเป็นเมืองแห่งความสุข

“เกาะพระทอง” ต้นแบบ “Eco Village” อรรถพล มีเพียร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะพระทอง อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา บอกว่า เกาะพระทองกำลังจะเปลี่ยนไป หลังจากกำลังมีโครงการจากภาครัฐเข้ามาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งไฟฟ้ารองรับการท่องเที่ยว ทำให้ผู้ประกอบการโรงแรม รีสอร์ต ต้องมีการเตรียมรับมือเพื่อไม่ให้การพัฒนาเป็นการไปทำลายคุณค่าที่มีอยู่ ให้ยังคงความเป็นหมู่บ้าน เป็นชุมชน

“ยังมีเพียงถนนเล็กๆมีทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ สวยงาม มีทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ที่เป็นจุดขาย และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวต่างชาติ กลุ่มยุโรปนิยมมาพักในระยะเวลานานเพราะเป็นเกาะที่ยังมีความสงบ”

อรรถพล บอกว่า ในพื้นที่ผู้ประกอบการต่างมีแนวคิดไปในแนวทางเดียวกัน คือทำอย่างไรจะรักษาแหล่งท่องเที่ยวนี้ไว้ และทำกิจการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อย่างเช่นที่ Moken Eco Village เป็นรีสอร์ตต้นแบบที่เน้นการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เน้นการอนุรักษ์พลังงาน โดยใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 100% จากการติดตั้งโซลาร์เซลล์ และปลั๊กไฟในห้องพักเป็นแบบยูเอสบี ซึ่งเป็นการใช้ไฟฟ้ากระแสตรง และการก่อสร้างรีสอร์ตยังยึดการใช้วัสดุธรรมชาติที่ไม่ทำลายทัศนียภาพที่ของธรรมชาติด้วย”

ผู้ประกอบการและคนในชุมชนบนเกาะพระทอง คือหัวใจสำคัญที่จะช่วยรักษาคุณค่าของพื้นที่ตัวเอง เพราะอย่างน้อยๆ หากเกิดการเปลี่ยนแปลง การพัฒนาในอนาคต เขาจะรับรู้ได้ว่าอะไรคือสิ่งที่เขาต้องการ

อะไรคือสิ่งที่เกาะพระทองควรจะเป็นไปในอนาคต อะไรคือความสุข ของคนในพื้นที่ และอะไรคือความสุขของผู้มาเยือน ต้องเกิดจากความต้องการของคนในพื้นที่เป็นสำคัญด้วย

เหลียวมองภาคการเกษตรต้นแบบ “เกษตรผสมผสาน”...ในวันวานยางพารา ปาล์มน้ำมัน เคยเป็นความหวังของเกษตรกรในพื้นที่ภาคใต้ ที่หวังเป็นพืชเศรษฐกิจ สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ แต่ความผันผวนด้านราคาที่ขึ้นกับภาครัฐ กำลังสร้างปัญหาใหญ่ให้กับเกษตรกรอยู่ไม่น้อย ด้วยราคาตกต่ำต่อเนื่อง

เอนก จีวะรัตน์ หนึ่งในเกษตรกรในอำเภอกะปง จังหวัดพังงา เห็นปัญหานี้มาตลอดเพราะเกษตรกรส่วนใหญ่ในภาคใต้ยังคงยึดติดกับ ยางพาราและปาล์มน้ำมัน เมื่อเจอปัญหาเขาจึงหันมายึดแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาประยุกต์ใช้...เปลี่ยนที่ดินที่มีกว่า 52 ไร่ จากเคยทำกิจการเหมืองแร่ดีบุกมาเป็นวนเกษตร หรือสวนผสมผสานตั้งแต่ปี 2525 จนได้เป็นต้นแบบเกษตรกรดีเด่นระดับจังหวัดในปี 2543 และต่อมาได้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติในปี 2546

ลุงเอนก เล่าว่า ช่วงแรกที่หันมาปรับเปลี่ยนทำเกษตรผสมผสานเมื่อปี 2525 ก็ทำสะเปะสะปะกันไป จนมาศึกษาจริงจัง 1 ปี ด้านชีววิทยา และยึดหลักการทำเกษตรทฤษฎีใหม่มาปรับใช้ในพื้นที่...แบ่งสัดส่วนที่ดิน 10% เป็นเส้นทางขนส่งในสวน 30% เป็นแหล่งน้ำ 30% เป็นโรงเรือน เลี้ยงสัตว์เลี้ยงไก่ เลี้ยงแพะ แบ่งเป็นที่อยู่อาศัย อีก 30% เป็นแปลงปลูกพืชผัก ผลไม้ พืชเศรษฐกิจ พืชสมุนไพร ไม้ป่าปล่อยเป็นธรรมชาติ

“กว่าจะเป็นสวนวนเกษตรไม่ใช่เรื่องง่าย ใช้เวลาเกือบ 40 ปี ต้องอาศัยการศึกษาเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา เหมือนเป็นการทำเกษตรแบบมีชีวิตที่ต้องอาศัยปัญญาและความอดทน ปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ลองผิดลองถูกจนกว่าจะลงตัวจากเกษตรธรรมชาติมาเป็นเกษตรแบบประณีตที่ต้องใช้องค์ความรู้มาปรับแก้อยู่ตลอด...”

ปัญหาของการปลูกพืชผักสวนครัว พืชเศรษฐกิจ ก็คือแมลงที่จะมากินผัก โรคพืชต่างๆ ถ้าไม่ใช้สารเคมีก็ต้องคิดหาวิธีอื่น เพื่อรักษาผลผลิตให้ได้มากที่สุด และปลอดภัยทั้งผู้ปลูก ผู้บริโภค จึงไม่ใช่เรื่องง่าย กว่าจะได้ผลผลิตที่ปลอดภัยออกขาย

เป้าหมายของการปรับเปลี่ยนมาเป็นสวนผสมผสาน คือต้องการมีพืชอาหารปลอดภัยบริโภคในครัวเรือน เมื่อมีเพียงพอก็มีผลผลิตปลอดภัยส่งขายให้กับผู้บริโภคได้ทุกวัน สามารถสร้างรายได้เข้ามาในครอบครัวได้กว่าวันละ 2,000 บาท ที่มีผู้บริโภคเข้ามาซื้อถึงแปลงผัก และยังมีรายได้จากการลงไปขายในตลาดอีกส่วนหนึ่งด้วย เพียงพอในครอบครัวและยังสามารถเลี้ยงแรงงานที่ทำงานในสวนได้ด้วย

เมื่อทุกอย่างเริ่มลงตัว ลุงเอนก บอกว่า เริ่มมีหลายหน่วยงานให้ความสนใจเข้ามาสนับสนุนทั้งงบประมาณ...องค์ความรู้ เช่น เกษตรจังหวัดเข้ามาแนะนำการทำเกษตรผสมผสาน หอการค้าจังหวัดพังงา ภาคเอกชนด้านการเกษตร เข้ามาแนะนำด้านการตลาด รวมถึงล่าสุดมีสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เข้ามาช่วยด้านองค์ความรู้ ทำให้สวนวนเกษตรมีระบบมากขึ้น จนผลักดันเป็นศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง...เป็นต้นแบบให้กับเกษตรกรคนอื่นที่สนใจปรับแปลงรูปแบบทำการเกษตร

“ถามว่าทุกวันนี้เพียงพอหรือยังกับสวนวนเกษตร ผมบอกเลยว่าพอเพียงต่อการดำรงชีวิต แต่ยังไม่เพียงพอกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เพราะการทำเกษตรผสมผสานต้องพัฒนาอยู่ตลอดเวลา เป็นการทำเกษตรแบบมีชีวิต เหมือนสายน้ำไหลที่ไม่หยุดนิ่ง เพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในการสร้างแรงจูงใจให้กับภาคการเกษตรคนอื่นๆ ถ้าทำเกษตรแบบน้ำนิ่ง...ก็ไปไม่รอด”...สิ่งที่พยายามมาตลอด คือ ปลูก สร้าง ทำ เพื่อบอกต่อเพื่อนเกษตรกรที่ยังพึ่งพาพืชเชิงเดี่ยว ชักชวนให้ปรับวิธีคิด และหันมาพึ่งพาตัวเอง ซึ่งจะเกิดความยั่งยืนได้มากกว่า อย่ารอความหวังจากภาครัฐเพียงอย่างเดียว

การสร้างสุขภาวะพลเมืองฝั่งอันดามันอย่างเป็นรูปธรรม “อันดามัน go green” ภายใต้การสนับสนุนจาก สสส. ดวงพร เฮงบุณยพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน ย้ำว่า มีเป้าหมายเพื่อต้องการเห็นภาพของคนพังงาลุกขึ้นมาทำเรื่องของความสุข โดยเฉพาะภาคเอกชนที่นำแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ได้มอบให้คนไทยมาประยุกต์ใช้

“เราอยากเห็นภาคเอกชนลุกขึ้นมาทำเรื่องของความสุขที่ไม่ใช่ตัวเงิน แต่เป็นความสุขที่ต้องการรักษาทรัพยากร จังหวัดพังงาถือเป็นจังหวัดแรกที่ภาคธุรกิจในพื้นที่เป็นตัวตั้งตัวตีในการขับเคลื่อนต้นแบบให้พังงามุ่งสู่เมืองแห่งความสุข ซึ่งหากภาคธุรกิจสามารถเป็นกลไกหลักในการสร้างความสุขหรือสร้างสุขภาพที่ดีได้ ก็จะเป็นโมเดลที่เป็นรูปธรรมนำมาขับเคลื่อนสุขภาวะในเมืองอื่นๆได้ด้วย”

หัวใจขับเคลื่อน “พังงาเมืองแห่งความสุข” สมเกียรติ รัตนรังษิวัฒน์ ประธานหอการค้าจังหวัดพังงา เสริมว่า ด้วยทุกภาคส่วนไม่อยากเห็นพังงาเปลี่ยนแปลงอย่างไร้ทิศทาง เราเห็นบทเรียนจากของจังหวัดที่อยู่รอบๆอย่างภูเก็ต กระบี่ สุราษฎร์ธานี ที่กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวเต็มรูปแบบ จนส่งผลให้คนในพื้นที่เกิดความทุกข์ ทั้งปัญหารถติด ขยะล้นเมือง ปัญหาน้ำเสีย จึงหารือกันในภาคธุรกิจว่าเราจะพัฒนาเมืองอย่างไรให้ชาวพังงามีความสุข

“เราไม่ได้ปฏิเสธว่าจะไม่ให้มีการพัฒนาทางวัตถุเลย แต่มุ่งหมายว่าไม่ว่าจะพัฒนาอะไรก็ตาม ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน การท่องเที่ยวก็ต้องอยู่บนพื้นฐานความสุขของคนพังงาคือมีความเหมาะสม ไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ...สิ่งแวดล้อมในพื้นที่ ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับคนพังงา...เกิดความยั่งยืนร่วมกันในการใช้ประโยชน์ร่วมกัน”

“พังงาเมืองแห่งความสุข” คนพังงาในพื้นที่ทุกคนต้อง “สุข” ร่วมกันจริงๆ.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้