วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
“สมคิด” บูมเศรษฐกิจภาคใต้

“สมคิด” บูมเศรษฐกิจภาคใต้

  • Share:

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ (ครม.สัญจร) ในครั้งต่อไปที่ภาคใต้กลุ่ม จ.ชุมพร ระนอง และสุราษฎร์ธานี ในช่วงวันที่ 20-21 ส.ค.นี้ ซึ่งทั้ง 3 จังหวัดเป็นกลุ่มที่รัฐบาลต้องการจะพัฒนาให้มีความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจของภาคใต้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ หรือเซาท์เทิร์น อีโคโนมิค คอร์ริดอร์ (เอสอีซี) ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จะเป็นผู้เสนอแผนการพัฒนาเอสอีซีให้ที่ประชุม ครม.สัญจร จ.ชุมพรพิจารณา หลังจากที่ก่อนหน้านี้ที่ประชุม ครม.สัญจร จ.เพชรบุรีได้เห็นชอบโครงการพัฒนาการท่องเที่ยวในเขตพัฒนาการท่องเที่ยวฝั่งตะวันตก (ไทยแลนด์ริเวียร่า) ไปแล้ว โดยเอสอีซีมีโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญคือ โครงการรถไฟทางคู่เชื่อมระหว่างจังหวัดชุมพร-ระนอง-สุราษฎร์ธานี และโครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกที่ จ.ระนอง และโครงการรถไฟความเร็วสูงที่เชื่อมต่อจากหัวหินไปถึง จ.ชุมพรและสุราษฎร์ธานี

นายสมคิด กล่าวว่า ต่อไปนี้งบประมาณจะเริ่มเทลงไปภาคใต้ทั้งงบประมาณในการทำถนน ควบคู่ไปกับรถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูง จะเกิดการพัฒนา จ.ชุมพร ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวใหญ่แห่งใหม่ และได้เจรจากับทางสายการบินแอร์เอเชียให้จัดเที่ยวบินไปลงที่ จ.ชุมพรให้มากขึ้นแล้ว เพราะเป็นจังหวัดที่มีทั้งสถานที่สำหรับดำน้ำ เกาะ และด้านการเกษตรจำนวนมาก จึงเกิดความคิดที่จะสร้างการเชื่อมโยงรถไฟทางคู่ที่เชื่อมจีน-ลาว-หนองคาย-กรุงเทพฯ-เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ต่อไปยัง จ.ชุมพร และไปถึงท่าเรือน้ำลึกที่จังหวัดระนองซึ่งมีแผนจะพัฒนาเป็นสมาร์ทซิตี้และการพัฒนาให้เป็นเมืองท่าเชื่อมไปยังกลุ่มความร่วมมือแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ หรือบิมสเทค อินเดียและพม่า

ทั้งนี้ จ.ระนองเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญเพราะมีแหล่งน้ำแร่ ไม่ต้องไปแช่น้ำแร่ถึงประเทศญี่ปุ่น ซึ่งรถไฟทางคู่จะเชื่อมจาก จ.ชุมพรไปฝั่งอันดามันคือ จ.ระนองและต่อไปยัง จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีทั้งด้านการเกษตรคือปาล์ม ยาง ผลไม้ และด้านการท่องเที่ยว ซึ่งการเชื่อมโยงรถไฟทางคู่เชื่อมจากจีนลงมาถึงภาคใต้เป็นการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานที่มีความเหมาะสมช่วยในการขนส่ง จะเกิดผลประโยชน์ด้านการค้าขายระหว่างไทย-จีนมากขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะการส่งออกผัก ผลไม้ไปจีนจะทำได้ง่ายขึ้น.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้