วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ล่าฆาตกรโหด ฆ่าสาวไฮโซ

ล่าฆาตกรโหด ฆ่าสาวไฮโซ

  • Share:

ศาลมีหมายจับ! ไม้เบสบอลหวด เชิดรถเบนซ์หนี ไปทิ้งไว้ชายแดน

“บิ๊กหยม” ผบช.น. สั่งระดมฝ่ายสืบสวนเร่งล่าจับ “ไอ้โก้” ฆาตกรโหดใช้ไม้เบสบอลทุบ “ไฮโซสาวเชอรี่” ดับคาโรงแรมหรู ตรวจสัญญาณจีพีเอสรถเก๋งยี่ห้อเบนซ์ของเหยื่อที่คนร้ายขับหลบหนีพบจอดทิ้งอยู่ในตลาดชายแดนไทย-กัมพูชา จ.จันทบุรี ประสานด่านตรวจเข้าเมืองช่วยติดตามอาจจะหลบหนีไปเขมร ตำรวจตั้ง 2 ประเด็น ชู้สาวกับการพนัน แฉประวัติคนร้าย เคยบีบคอผู้ตายแจ้งความไว้ที่ สน.โชคชัย ด้านครอบครัวเหยื่อโหดเผย ผู้ตายเป็นเสาหลักของครอบครัว รวมทั้งมีฝันต้องการสร้างบ้านราคาถูกให้คนจนอยู่

กรณีพบศพ น.ส.ธิติมา หรือเชอรี่ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ อายุ 39 ปี ไฮโซสาวนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และขนส่งรายใหญ่ เจ้าของกิจการปั๊มน้ำมันอีก 3 แห่ง และเป็นญาติพระเอกหนุ่ม แบงค์-อาทิตย์ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ เสียชีวิตอยู่ภายในห้องเลขที่ 2702 ชั้น 7 โรงแรมกรีนพ้อยท์ เรสซิเด้นท์ ซอยประดิษฐ์มนูธรรม 19 แขวงและเขตลาดพร้าว กทม. สภาพสวมชุดนอนสีเขียว นั่งหน้าฟุบอยู่กับขอบเตียงนอน มีบาดแผลถูกตีด้วยไม้เบสบอลที่ท้ายทอยด้านหลังจนกะโหลกศีรษะยุบ พบไม้เบสบอล 1 อัน เปื้อนเลือดวางอยู่บนเตียงนอนมีผ้าห่มคลุมอยู่ ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณหน้าลิฟต์ พบผู้ตายกับนายอัศยา หรือโก้ ชัยภา อายุ 33 ปี ลูกน้องในเครือบริษัทของผู้ตาย ทำหน้าที่คอยดูแลบัญชีและทรัพย์สิน เข้าห้องพักคืนวันที่ 26 ก.ค. และดึกวันที่ 27 ก.ค. พบว่านายอัศยาออกไปจากห้องพักคนเดียว และยังพบว่ารถเก๋งยี่ห้อเบนซ์ รุ่นอี 220 สีบรอนซ์ทอง ของผู้ตายหายไป ก่อนศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก อนุมัติหมายจับคนร้ายคือนายอัศยา มีประวัติติดการพนัน ข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และลักทรัพย์ในเวลากลางคืน

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 1 ส.ค. พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู ผกก.สน.โชคชัย เผยว่า ก่อนที่จะมาพบศพ น.ส.ธิติมา หรือเชอรี่ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ อายุ 39 ปี จากการสอบสวนญาติระบุว่า ปกติผู้ตายจะมีการคุยกันในกลุ่มไลน์พนักงานบริษัท วันที่ 27 ก.ค. ผู้ตายไม่มีการโต้ตอบญาติได้โทร.เข้ามือถือ แต่กลับพบว่านายอัศยาเป็นผู้รับสายพร้อมบอกว่าผู้ตายกำลังทำบุญไม่สามารถรับสายได้ เมื่อโทร.กลับไปอีกครั้งไม่มีผู้รับสาย ญาติตัดสินใจเข้าแจ้งความคนหายไว้ที่ สน.พหลโยธิน แล้วออกตามหาจนพบศพในห้องพักในซอยประดิษฐ์มนูธรรม 19 วันที่ 30 ก.ค.

พ.ต.อ.สุพลกล่าวอีกว่า ภายหลังพบศพผู้บังคับบัญชาเร่งรัดให้ติดตามจับกุมตัวคนร้ายคือนายอัศยา หรือโก้ ชัยภา อายุ 33 ปี ชาวชัยภูมิ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1704/2561 ลงวันที่ 31 ก.ค.61 ข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และลักทรัพย์ในเวลากลางคืน มาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด ส่วนความคืบหน้าคดีตั้งไว้ 2 ประเด็น ประเด็นแรกชู้สาว ประเด็นที่สองเรื่องการพนัน ระบุไม่ได้ว่าเป็นประเด็นใดจนกว่าจะได้ตัวผู้ก่อเหตุมาสอบสวน เนื่องจากพบว่าผู้ก่อเหตุและผู้ตายอยู่กันตามลำพังเพียง 2 คน ส่วนทรัพย์สินผู้ตายจากการตรวจสอบพบว่าส่วนใหญ่ยังอยู่ภายในห้องพัก มีเพียงรถเก๋งยี่ห้อเบนซ์รุ่นอี 220 สีบรอนซ์ ทะเบียน 6 กฒ 1937 กรุงเทพมหานคร ของผู้ตายเท่านั้นที่หายไป

ผกก.สน.โชคชัยเผยต่ออีกว่า ประสานไปทางญาติเพื่อติดตามจีพีเอสของรถ พบว่าอยู่ในพื้นที่อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ประสานตำรวจ สภ.โป่งน้ำร้อน ช่วยตรวจสอบ ต่อมาเมื่อวันที่ 31 ก.ค. ตำรวจ สภ.โป่งน้ำร้อนแจ้งว่า พบรถเก๋งยี่ห้อเบนซ์ของไฮโซเชอรี่จอดทิ้งไว้ที่ลานจอดรถในตลาดชายแดนไทย-กัมพูชา บ้านคลองใหญ่ หมู่ 4 ต.คลองใหญ่ อ.โป่งน้ำร้อน ใกล้จุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด รถไม่ติดป้ายทะเบียนไว้ ตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบคนร้ายขับมาจอดทิ้งไว้ตั้งแต่เวลาประมาณ 18.00 น. ของวันที่ 27 ก.ค. ให้กองพิสูจน์หลักฐานเก็บลายนิ้วมือแฝง และเคลื่อนย้ายรถเบนซ์ขึ้นรถสไลด์นำมาเก็บรักษาไว้ที่ สน.โชคชัย ส่วนการติดตามคนร้าย ตนไม่ยืนยันว่าหลบหนีออกไปนอกประเทศแล้วหรือยัง แต่ประสานไปยังด่านตรวจคนเข้าเมืองจุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาดให้ช่วยติดตามแล้ว อย่างไรก็ตาม ฝ่ายสืบสวน สน.โชคชัย และ กก.สส.บก.น.4 อยู่ระหว่างติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด

ด้าน พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. กล่าวถึงคดีดังกล่าวว่า ขณะนี้ทราบผู้ต้องหาที่ก่อเหตุแล้วพนักงานสอบสวน สน.โชคชัย รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับเรียบร้อยแล้ว สั่งการให้ตำรวจ บก.สส.บช.น. เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.น.4 และ สน.โชคชัย ติดตามจับกุมตัวอย่างเร่งด่วน ทราบเบาะแสและเส้นทางหลบหนีคนร้ายแล้วอยู่ระหว่างตามจับกุม

มีรายงานว่า จากการตรวจสอบข้อมูลทราบว่า นายอัศยา ชัยภา ผู้ต้องหาหลบหนีไปทาง อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี คาดว่าอาจจะหลบหนีข้ามชายแดนไปฝั่งประเทศกัมพูชา ใช้ช่องสุนัขผ่านหรือที่ชาวบ้านเรียกว่าช่องหมาลอด เป็นช่องทางผิดกฎหมาย ให้คนในพื้นที่มีความคุ้นเคยกันพาข้ามชายแดน ชุดสืบสวน กก.สส.บก.น.4 กำลังตรวจสอบหาข้อมูลเบาะแสเพิ่มเติม นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลอีกว่านายอัศยาเคยทำร้ายร่างกายผู้ตายด้วยการบีบคอ ผู้ตายแจ้งความไว้ที่ สน.โชคชัย

ส่วนการตรวจสอบบัญชีธนาคารของ น.ส.ธิติมา พบว่าก่อนที่จะพบศพ น.ส.ธิติมาถอนเงินออกจากธนาคาร 2 แสนบาท อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเงินนำไปใช้อะไร วันที่พบศพไม่พบเงินจำนวนดังกล่าว และอยู่ระหว่างตรวจสอบรถเก๋งยี่ห้อเบนซ์ของผู้ตายที่คนร้ายนำไปจอดทิ้งไว้ในลานจอดรถตลาดใน อ.โป่งน้ำร้อน จอดทิ้งไว้หรือจำนำไว้กับผู้ใดหรือไม่ ทั้งนี้ จุดที่คนร้ายนำรถไปจอดเป็นลานจอดรถเอกชนใกล้กับชายแดนกัมพูชา

ที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ เจ้าหน้าที่ของสถาบันนิติเวชฯ กล่าวว่า ศพของ น.ส.ธิติมาถูกส่งมาชันสูตรพลิกศพตั้งแต่วันที่ 30 ก.ค. มีครอบครัวของผู้เสียชีวิตนำใบมรณะบัตรและเอกสารยืนยันมาติดต่อขอรับศพ เมื่อวันที่ 31 ก.ค. นำไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่ศาลา 1 วัดบางบัว เขตบางเขน กทม. เบื้องต้น ใบชันสูตรระบุสาเหตุการตายว่า ถูกของแข็งไม่มีคมกระแทกที่ศีรษะ ขณะที่วัดบางบัว ซอยพหลโยธิน 46 บริเวณหน้าศาลา 1 พบป้ายเขียนกำหนดการสวดพระอภิธรรมศพ เวลา 19.00 น. วันที่ 31 ก.ค.ถึงวันที่ 5 ส.ค. มีพิธีประชุมเพลิง เวลา 17.00 น. ไม่พบญาติและประตูศาลาปิดอยู่ มีรายงานว่าศพของ น.ส.ธิติมาบรรจุอยู่ในโลงไม้สีขาวลายบัวทอง บริเวณรอบๆมีการประดับด้วยดอกไม้สดสีขาว พร้อมพวงหรีดของญาติและคนรู้จัก กว่า 15 พวง เพื่อร่วมแสดงความเสียใจ

มีรายงานว่า นายปฐมพัฒน์ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ พี่ชาย น.ส.ธิติมา หรือเชอรี่ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊ก ชื่อ “ปฐมพัฒน์ ตระกูลค้ายางรถยนต์” เขียนข้อความอาลัยด้วยความรู้สึกเศร้าเสียใจว่า “วันที่สูญเสียครั้งใหญ่ของครอบครัว น้องสาวผู้ซึ่งเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของครอบครัว จากไปไม่มีวันกลับ วันนี้ครอบครัวเรามาพร้อมหน้าแล้วนะเชอรี่ รักน้องคนนี้ผู้หญิงคนเดียวของบ้านเรา เจ้าหญิงน้อยขอให้หลับมีความสุขบนสวรรค์”

ต่อมา 15.30 น. นายอำนวย วิชัยโชติ อายุ 66 ปี บิดา และครอบครัวไฮโซเชอรี่จัดเตรียมสถานที่ภายในศาลาที่วัดบางบัว เพื่อเตรียมทำพิธีสวดอภิธรรมศพในช่วงเย็นเป็นคืนที่ 2 บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า นายอำนวยกล่าวด้วยสีหน้าเศร้าว่า มีลูกทั้งหมด 4 คน ผู้ตายเป็นลูกคนที่ 2 และเป็นเสาหลักของบ้าน ก่อนหน้านี้ตนและลูกสาวมักจะพูดคุยกันเรื่องธุรกิจตลอด ไม่เคยได้พูดคุยกันเรื่องส่วนตัวเท่าไหร่นัก ระยะ 3-4 เดือนที่ผ่านมา ลูกสาวทำตัวแปลกไปไม่มาเยี่ยม แต่ไม่ได้มาเล่าอะไรให้ฟัง ส่วนนายอัศยา หรือโก้ ชัยภา ที่ทำงานกับลูกสาว ตนไม่ทราบว่ามีนิสัยอย่างไร แต่รู้ว่าเข้ามาทำงานที่บริษัทนานแล้ว ล่าสุด เจอกันวันสุดท้ายบ่ายวันที่ 26 ก.ค. ลูกสาวเอาก๋วยเตี๋ยวมาให้ จากนั้นแยกย้ายกันตามปกติจนได้รับข่าวว่าลูกสาวตนเสียชีวิตแล้ว ต้องการให้ตำรวจจับคนร้ายให้ได้

ด้านนายปฐมพัฒน์ ตั้งวิบูลย์พานิชย์ อายุ 40 ปี พี่ชายผู้ตาย เผยว่า ที่ผ่านมาตนคุยกับน้องสาวผ่านไลน์ตลอด ส่วนมากน้องสาวจะมาหาหลานๆ และให้เงินค่าเรียนหนังสือ แต่หลังๆไม่ค่อยมา เนื่องจากงานยุ่ง หลังจากนั้นเริ่มติดต่อหาน้องสาวไม่ได้โทรศัพท์หานายอัศยาเพื่อถามว่าน้องสาวอยู่ที่ไหน นายอัศยาพูดจาแปลกๆ ผิดสังเกต บอกว่าเชอรี่ติดธุระที่อื่น สุดท้ายพบเป็นศพ น.ส.ธิติมาเคยสัมภาษณ์ลงนิตยสารว่า ฝันอยากสร้างบ้านราคาถูกให้คนจนอยู่ ครอบครัวคุยปรึกษากับผู้เกี่ยวข้องขณะนี้อนุญาตให้ครอบครัวเข้าดำเนินการก่อสร้างให้เสร็จ เพื่อสานฝันของน้องสาวให้สมบูรณ์

ทั้งนี้ ภายในงานศพมีญาติและคนรู้จักมาช่วยงาน ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า น.ส.ธิติมาเคยให้ความช่วยเหลือชาวบ้านในหลายชุมชน อาทิ ชุมชนบางบัว 70 ชุมชนพหลโยธิน 46 โดยสร้างบ้านให้กับชาวบ้าน ทำให้เป็นที่รักของชาวบ้าน เมื่อทุกคน ทราบข่าวรู้สึกเสียใจ ขณะที่ น.ส.กนกวรรณ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ แม่ของ น.ส.ธิติมา จะมีอายุครบ 66 ปี วันที่ 4 ส.ค.นี้ มีอาการทางสมอง ญาติยังไม่ได้แจ้งถึงการสูญเสีย เพราะกลัวมีผลกระทบทางจิตใจ

ด้าน แบงค์-อาทิตย์ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ พระเอกดาวรุ่ง ช่อง 7 สี เผยความรู้สึกว่า ถือเป็นเรื่องที่น่าตกใจและน่าเสียใจสำหรับครอบครัว เพิ่งทราบข่าวเมื่อเช้าจากคุณแม่ ผู้เสียชีวิตเป็นลูกพี่ลูกน้อง เป็นญาติฝั่งคุณพ่อ และคุณพ่อคุณแม่จะไปร่วมงานศพวันที่ 2 ส.ค. ตนไม่ได้ไปเพราะติดงาน ส่วนตัวไม่เคยทราบเรื่องส่วนตัวของพี่สาวและไม่ค่อยเจอกัน หลังเกิดเหตุและเป็นข่าว มีเพื่อนฝูงและแฟนคลับเข้ามาสอบถาม บางคนคิดว่าเป็นพี่สาวแท้ๆได้ชี้แจงไปและขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วง สุดท้ายอยากให้เจ้าหน้าที่จับกุมคนร้ายให้ได้เร็วเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้