วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“เครือสหพัฒน์” ขอผลักดันไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วย 3 โครงการประชารัฐด้านเกษตร-สิ่งแวดล้อม

โดย Advertorial

นอกเหนือจากการดูแล พัฒนา และเข้าไปช่วยเหลือ “ทรัพยากรบุคคล” อันเป็นนโยบายหลักของโครงการ “ประชารัฐ” ด้วยการสนับสนุนผ่านโครงการต่างๆ ทั้งในด้านสุขภาพและการสร้างอาชีพแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันเมื่อประชาชนได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงแล้วก็คือในเรื่องของ “สิ่งแวดล้อม” ซึ่งก็เป็นอีกแง่มุมหนึ่งที่รัฐบาลเล็งเห็นความจำเป็นในการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนของคุณภาพชีวิตประชาชนในอนาคต

“เครือสหพัฒน์” เองก็เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่ได้ลงมือในเรื่องของสิ่งแวดล้อมมาอย่างยาวนาน และเพื่อตอบรับแนวทางประชารัฐของรัฐบาล ก็ได้มีการริเริ่มโครงการต่างๆ เพิ่มเติมอีกถึง 3 โครงการ โดยมีเป้าหมายหลักคือการปลูกฝังแนวคิดความรักและหวงแหนในธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้กับประชาชนในทุกท้องที่ รวมถึงมุ่งสู่การใช้ชีวิตร่วมกันกับธรรมชาติอย่างพึงพาอาศัยกันและกัน ผ่านโครงการต่างๆ ดังนี้

ในส่วนของโครงการแรกนั้น ได้รับความร่วมมือโดย บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ในโครงการเกษตรพอเพียง ดร.เทียม โชควัฒนา จังหวัดลำพูน โครงการนี้ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2555 มีแผนงานการบริหารจัดการในหลักการ “เกษตรแบบพอเพียง” โดยคำนึงถึงวิถีชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนสอดคล้องกับวิถีชีวิตชุมชน

ในปัจจุบัน ได้วางแผนการดำเนินงานเพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้ชุมชนต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียงให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาศึกษาดูงาน เป็นที่ฝึกอบรมให้ความรู้ด้านการเกษตร โดยการดำเนินงานที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือจาก 3 ภาคส่วน คือ ภาครัฐบาล ภาคประชาชน และภาคธุรกิจ ซึ่งเป็นการดำเนินการตามแนวทาง “โครงการประชารัฐ” โดยร่วมกับโรงเรียนวัดหนองซิว จัดกิจกรรมโครงการ “เครือสหพัฒน์ ประชารัฐร่วมใจ” เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียน โดยเรียนรู้เกี่ยวกับการปลูกข้าวไรซ์เบอร์รี่ และการเพาะเห็ดนางฟ้า เป็นต้น

โครงการเกษตรฯ จัดกิจกรรมร่วมกับกลุ่มข้าวปลอดภัย ตำบลป่าสัก โดยเป็นกลุ่มเกษตรกรที่รวมตัวกันเพื่อผลิตข้าวปลอดสารพิษ และมุ่งเน้นการลดต้นทุนการผลิตข้าว อีกทั้งการมอบโคขาวลำพูน ให้เกษตรกรกลุ่มเศรษฐกิจพอเพียงตำบลป่าสัก เพื่อให้เกษตรกรนำโคขาวลำพูนไปเลี้ยงหมุนเวียนภายในกลุ่มเป็นการสร้างอาชีพ และอนุรักษ์โคขาวลำพูนให้อยู่คู่กับจังหวัดลำพูนต่อไป

ในปี 2561 โครงการเกษตรฯ มีสมาชิกกลุ่มเกษตรกรรายย่อยเพิ่มจาก 30 ราย เป็น 61 ราย และมีกิจกรรมส่งเสริมการปลูกข้าวไรซ์เบอร์รี่ และสนับสนุนปัจจัยการผลิต ให้คำแนะนำ ข้อมูลวิชาการต่างๆ กับกลุ่มเกษตรกร เช่น การเลี้ยงไส้เดือน ปลูกฝรั่งกิมจู และปลูกข้าวปลอดภัย เพื่อส่งเสริมรายได้ให้กับชุมชน

โครงการเกษตรพอเพียง ดร.เทียม โชควัฒนา จังหวัดลำพูน ได้ดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งการทำการเกษตรแบบพอเพียงและงานการศึกษาทดลองต่างๆ มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาโครงการฯ ให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านการเกษตร ที่แสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรม สิ่งแวดล้อม และชุมชน สามารถอยู่ร่วมกันได้ โดยใช้แนวทางการดำเนินงานที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตชุมชนท้องถิ่น โดยเฉพาะสังคมของเด็กปฐมวัยและผู้สูงอายุ เพื่อให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

ทางด้านโครงการถัดไปนั้น ได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล แลบบอราทอรีส์ จำกัด โดยการร่วมปลูกฝังแนวคิดรักธรรมชาติให้กับประชาชนในหลากหลายแนวทางด้วยโครงการ ประชารัฐร่วมใจ ILC หัวใจสีเขียว เพื่อสิ่งแวดล้อม เนื่องด้วยการตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ จากสภาวะแวดล้อมที่ถูกทำลายลงไปทุกวัน บริษัท ILC จึงจัดกิจกรรมปลูกป่าในพื้นที่ป่าต้นน้ำ พื้นที่ป่าไม้มีปัญหาไฟไหม้ และพื้นที่ป่าชายเลนที่ส่งผลกระทบกับระบบนิเวศ ภายใต้กิจกรรม “ประชารัฐร่วมใจ ILC คืนชีวิตให้ผืนป่ามอบสีสันให้โลกสวยงาม” สานพลังความร่วมมือระหว่าง 3 ภาคส่วน คือ ภาครัฐบาล ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคม โดยร่วมมือกับ กรมป่าไม้ ชุมชน โรงเรียน วัด ดำเนินกิจกรรมต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 จนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลากว่า 10 ปี จำนวนต้นไม้ที่ปลูก 82,000 ต้น ช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 68 ล้าน kg.co2 อีกทั้งยังส่งเสริมรายได้ในการเพาะพันธุ์กล้าไม้ให้กับชุมชนในพื้นที่ เช่น ชุมชนภูหลง จ.ชัยภูมิ, บ้านขุนสมุทรจีน จ.สมุทรปราการ, คลองโคน จ.สมุทรสงคราม เป็นต้น

บริษัท ILC ยังได้จัดกิจกรรม “ILC มอบชีวิตใหม่ให้เต่าสู่สีสันท้องทะเลไทย” กิจกรรม การอนุรักษ์เต่าทะเลไม่ให้สูญพันธุ์ ดำเนินกิจกรรมต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2555 มาจนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลากว่า 6 ปี จัดกิจกรรมเพาะพันธุ์ และอนุบาลเต่าทะเล ก่อนปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ จำนวน 266 ตัว สนับสนุนการจัดซื้ออุปกรณ์และเวชภัณฑ์กับโรงพยาบาลเต่าทะเล สานพลังความร่วมมือระหว่าง ฐานทัพเรือสัตหีบ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร เพื่อรักษาสมดุลระบบนิเวศวิทยาทางทะเล ส่งเสริมคนในชุมชนให้ตระหนักถึงการอนุรักษ์เต่าทะเลที่ใกล้จะสูญพันธุ์ สนับสนุนโครงการในพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ให้คนไทยหันมาใส่ใจอนุรักษ์ธรรมชาติ

นับเป็นระยะเวลากว่า 47 ปี ที่บริษัท ILC พัฒนาธุรกิจเครื่องสำอางให้เติบโตควบคู่ไปกับพัฒนาสังคม ชุมชน สิ่งแวดล้อม ปลูกจิตสำนึกให้พนักงานภายในองค์กรให้มีหัวใจสีเขียวเป็นหนึ่งเดียวกัน ได้มีส่วนร่วมเป็นจิตอาสารักษาสิ่งแวดล้อม รวมถึงพัฒนาสังคมที่เป็นรากฐานของการพัฒนาตนเอง พัฒนาธุรกิจ และพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป

และในส่วนสุดท้าย จะเป็นลักษณะของโครงการที่มีการบูรณาการให้การประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อมสามารถควบคู่ไปกันได้อย่างพึ่งพาอาศัยกันจากนโยบาย “พลิกฟื้นผืนป่า สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” ของรัฐบาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งมอบหมายให้สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่ 3 (ลำปาง) กรมป่าไม้ ดำเนินการโครงการ “ประชารัฐรวมใจ ปลูกไผ่เพื่อเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม” โดยร่วมกับ บริษัท สหโคเจน (ชลบุรี) จำกัด (มหาชน) จัดทำโครงการย่อย “ปลูกไผ่คืนผืนป่า สร้างอาชีพ” ในพื้นที่บ้านห้วยวาด ตำบลทุ่งผึ้ง อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง ซึ่งราษฎรในหมู่บ้านดังกล่าวและหมู่บ้านใกล้เคียงได้คืนที่ดินบุกรุกให้กับภาครัฐ มีเนื้อที่ประมาณ 20,000 ไร่ โดยเริ่มโครงการตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นไป

โครงการ ปลูกไผ่คืนผืนป่า สร้างอาชีพ จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดการบุกรุกป่าและร่วมฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ ลดความขัดแย้งเรื่องที่ดินทำกินในเขตป่าสงวนระหว่างภาครัฐกับประชาชน รวมถึงเพื่อสร้างแหล่งอาหารและอาชีพให้กับคนในชุมชน โดยมีเป้าหมายเพื่อปลูกไผ่เสริมในพื้นที่ฟื้นฟูสภาพป่าจำนวน 20,000 ไร่ ใช้กล้าไผ่ 400,000 ต้น อัตราการรอดตายเมื่ออายุครบ 1 ปี ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80

ในส่วนของการดำเนินงานนั้น บริษัทได้จัดหากล้าไม้ไผ่ส่งมอบให้กับสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่ 3 (ลำปาง) เพื่อนำส่งให้กับประชาชนไปปลูกเสริมในพื้นที่ฟื้นฟูสภาพป่าของกรมป่าไม้ โดยเริ่มตั้งแต่ฤดูกาลปลูกปี 2561 พร้อมกับร่วมกับนักวิชาการจากกรมป่าไม้ อบรมให้ความรู้และคำแนะนำด้านการปลูกไผ่ให้กับประชาชน จากนั้นติดตาม ประเมินผล และรายงานความก้าวหน้าของโครงการทุก 6 เดือน รวมถึงได้มอบเงินค่าบำรุงรักษาต้นไผ่แก่ประชาชนผู้เข้าร่วมโครงการตามจำนวนกล้าไผ่ที่รอดตายเมื่ออายุครบ 1 ปี ต้นละ 10 บาท และเมื่ออายุครบ 2 ปี ต้นละ 5 บาทอีกด้วย นับว่าเป็นการสร้างแหล่งอาหาร สร้างอาชีพ ให้ประชาชนได้อยู่กับป่าอย่างสงบสุขไปพร้อมๆ กัน

ทั้งสามโครงการประชารัฐด้านเกษตรและสิ่งแวดล้อมของเครือสหพัฒน์นี้ คือการตอบรับอันสำคัญต่อวิสัยทัศน์ของรัฐบาลที่มองเห็นว่าการที่ประเทศชาติจะก้าวหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืนนั้น ทั้ง “ทรัพยากรบุคคล” และ “ทรัพยากรธรรมชาติ” จะต้องได้รับการพัฒนาควบคู่กันไป เพื่อทำให้ประเทศไทยเรากลายเป็นสังคมที่พร้อมจะเติบโตไปสู่การทัดเทียมนานาประเทศอย่างแท้จริง

อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันเมื่อประชาชนได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงแล้วก็คือในเรื่องของ “สิ่งแวดล้อม” ซึ่งก็เป็นอีกแง่มุมหนึ่งที่รัฐบาลเล็งเห็นความจำเป็นในการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน... 1 ส.ค. 2561 15:47 11 ส.ค. 2561 15:03 ไทยรัฐ