วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
การเมืองกัมพูชา (2)

การเมืองกัมพูชา (2)

  • Share:

ตัวเลขอย่างไม่เป็นทางการของการเลือกตั้งทั่วไปของกัมพูชา 2561 จำนวนคนที่มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้ง 8,380,217 คน มาลงคะแนน 6,946,164 คน (ร้อยละ 82.17) ลงคะแนนให้พรรคประชาชนกัมพูชา 4,875,189 คน (ร้อยละ 76.78) พรรคฟุนซินเปค 373,526 (ร้อยละ 5.88) พรรคสันนิบาตเพื่อประชาธิปไตย 308,292 คน (ร้อยละ 4.86) และมีบัตรเสีย 596,775 ใบ

คนกัมพูชาไม่เคยหย่อนบัตรเลือกตั้ง ส.ส. นะครับ (ยกเว้นการเลือกตั้งครั้งแรก พ.ศ.2536) มีแต่ไปหย่อนบัตรเลือกพรรคการเมือง จากนั้นจึงเอาคะแนนมาหาสัดส่วนว่า ควรจะมี ส.ส.ของพรรคใดกี่คนในจังหวัดนั้น

จังหวัด A มี ส.ส. ได้ 5 คน พรรค ก. ก็จะส่งบัญชีรายชื่อของว่าที่ ส.ส.ของพรรคจำนวน 5 คนมาให้ พรรค ข. ก็ส่ง 5 คน พรรค ค. ก็ส่ง 5 คน

ดังนั้น ในจังหวัดนี้ ใครได้คะแนนร้อยละ 22 ก็ได้ ส.ส. 1 คน พรรคประชาชนกัมพูชาได้คะแนนร้อยละ 88 ก็ได้ ส.ส. 4 คน พรรคฟุนซินเปคได้ร้อยละ 22 ก็ได้ ส.ส. 1 คน

คนกัมพูชาจึงไม่ค่อยรู้จัก ส.ส.ของจังหวัดตัวเอง เพราะไม่เคยเลือก ส.ส.มีแต่เลือกพรรคการเมือง พรรคก็ส่งคนมาใส่ในบัญชีเรียงให้ครบในแต่ละจังหวัด

จังหวัดใดมี ส.ส.ของพรรคใดมากกว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดก็ต้องเป็นคนของพรรคนั้น ผู้ว่าฯ จึงต้องเปลี่ยนไปเป็นคนของพรรคการเมืองที่ชนะเลือกตั้งในจังหวัด

การเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ.2561 พรรคประชาชนกัมพูชาของฮุน เซนมี ส.ส. 114 คน พรรคฟุนซินเปคมี 6 คน พรรคสันนิบาตเพื่อประชาธิปไตย มี 5 คน ทั้ง 125 คนนี้จะได้เข้าไปนั่งในสภาแห่งชาติ (National Assembly)

พุธเมื่อวาน ผมเขียนถึงเขมรแดงที่ได้รับการหนุนจากพรรคคอมมิวนิสต์จีนให้เขียว สัมพัน เป็นประมุขของประเทศตั้งแต่ 11 เมษายน 2519-7 มกราคม 2522

เฮง สัมริน และกองทัพเวียดนามนำกำลังยึดกรุงพนมเปญและล้มรัฐบาลเขมรแดงได้เมื่อ 7 ธันวาคม 2522 และเปลี่ยนชื่อประเทศเป็น “สาธารณรัฐประชาชนกัมพูชา” มีเฮง สัมริน เป็นประมุข โดยมีอดีตเขมรแดงที่แปรพักตร์มาอยู่ฝ่ายเฮง สัมริน เมื่อ พ.ศ.2521 ที่ชื่อฮุน เซน เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ

พ.ศ.2525 มีการเปิดทางให้กลุ่มการเมืองที่ต่อต้านรัฐบาล เฮง สัมริน เข้ามาร่วม “รัฐบาลผสมกัมพูชาประชาธิปไตย” รัฐบาลนี้จึงประกอบไปด้วยกลุ่มของเฮง สัมริน กลุ่มของเขมรแดง กลุ่มของนายซอนซาน และกลุ่มของเจ้าสีหนุ นี่แหละครับเป็นที่มาของคำว่าเขมร 4 ฝ่าย

เพราะแต่ละกลุ่มมีความคิดสุดโต่ง พวกหนึ่งก็จีนจ๋า พวกหนึ่งก็สายเวียดนามและโซเวียต อีกพวกหนึ่งก็สายเจ้า จึงต้องหาคนสายกลางมาเป็นผู้นำของกลุ่มทั้งหมด พ.ศ.2528 จึงได้รัฐมนตรีต่างประเทศสายกลางที่ชื่อฮุน เซน มาเป็นนายกรัฐมนตรี

นักการเมืองบางคนที่มีวิสัยทัศน์บางคนยังตั้งพรรคการเมืองเพื่อหนุนอุดมการณ์ของตัวเอง พ.ศ.2521 ฝ่ายนิยมกษัตริย์ที่นำโดยนายเน็ก บุนเจย ตั้ง “พรรคฟุนซินเปค” เพื่อหนุนเจ้านโรดม สีหนุ พ.ศ.2524 รัฐมนตรีต่างประเทศฮุน เซน ตั้ง “พรรคประชาชนกัมพูชา” เพื่อเน้นนโยบายสังคมนิยมเชิงปฏิรูป

โลกทั้งใบอยากให้กัมพูชาสงบ เลขาธิการสหประชาชาติและตัวแทน 18 ประเทศ จึงจัดเจรจาสันติภาพระหว่าง 30 กรกฎาคม–30 สิงหาคม 2532 ประชุมกันแล้วก็มีข้อสรุปว่าให้ทุกฝ่ายยุติสงครามกลางเมืองและให้เวียดนามถอนทหารออกจากกัมพูชา

เขมรทุกฝ่ายไปลงนามสัญญาสันติภาพที่กรุงปารีส เมื่อ 23 ตุลาคม 2534 หลังจากนั้น เจ้าสีหนุก็บินกลับกัมพูชาเพื่อมาเป็นกษัตริย์อีกครั้งหนึ่ง และเปลี่ยนชื่อประเทศจากสาธารณรัฐประชาชนกัมพูชาไปเป็น “รัฐกัมพูชา” หรือ State of Cambodia (SOC)

สหประชาชาติตั้งองค์กรพิเศษ “อันแทค” เพื่อให้นำสันติภาพกลับมาสู่กัมพูชาภายใน พ.ศ.2535-2536 อันแทคมีพลเรือนและกองกำลังทหาร 22,000 คนจาก 20 ประเทศ ส่งเข้าไปในแผ่นดินกัมพูชาเพื่อรักษาสันติภาพและปลดอาวุธกองกำลังต่างๆ และเพื่อจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาจากเขตเลือกตั้ง 120 คน เพื่อร่างรัฐธรรมนูญเมื่อเดือนพฤษภาคม 2536

การเลือกตั้งครั้งแรกทำให้มีนายกรัฐมนตรี 2 คนในเวลาเดียวกันคือ เจ้านโรดม สีหนุ จากพรรคฟุนซินเปค และฮุน เซน จากพรรคประชาชน

ในห้วงเวลานี้ พอลพตผู้นำเขมรแดงสั่งฆ่านายซอนเซน นายทหารคนสนิท ข้อหาพยายามเจรจาสันติภาพกับรัฐบาล

พรุ่งนี้มารับใช้กันต่อครับ.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย

songlok1997@gmail.com

การเมืองกัมพูชา (1)

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้