วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ย้อนรอยคดีป้าสังเวียน ชาวนาเผาตัวคาทำเนียบ ใช้หนี้สินด้วยชีวิต

คุณเคยเป็นหนี้ไหม
เครียดหรือเปล่า?
จะทำยังไง หากหนี้ก้อนนี้ใหญ่โต และไม่มีท่าทีว่าจะหาเงินมาใช้ได้ทัน
แถมยังถูกกดดันจากเจ้าหนี้และสถานการณ์รายล้อม
หนี หยิบยืมคนอื่น หรือแม้แต่คิดสั้น...

จำได้ไหม คดีโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นในทำเนียบรัฐบาล เมื่อช่วงเช้าวันที่ 15 ตุลาคม 2557 หญิงสาวสูงวัยนุ่งผ้าถุง สวมเสื้อแขนยาวลายลูกไม้ เดินทางมาที่ศูนย์บริการประชาชน (ชั่วคราว) ภายในสำนักงาน ก.พ.

“ฉันมาติดต่อเรื่องร้องเรียนกรณีหนี้สินจากการทำการเกษตรที่เคยยื่นไว้แล้วตั้งแต่วันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา”

หญิงสาวสูงวัย คือ นางสังเวียน รักษาเพ็ชร์ อายุ 52 ปี ชาวบ้าน อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี เธอเดินทางมาร้องทุกข์เพราะเป็นหนี้นายทุนนอกระบบรายหนึ่ง จ.ลพบุรี จากเงินเริ่มต้นยืม 4 แสนบาท แต่ปัจจุบันกลายเป็นหนี้ 1,500,000 บาท โดยเธอได้พยายามยื่นเรื่องไปยัง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ฯ ให้ช่วยเหลือ

ระหว่างที่กำลังยื่นเรื่องร้องเรียนอยู่นั้น ป้าสังเวียน ได้คุยโทรศัพท์สายหนึ่ง...โดยมีการเอ่ยถึงปลัดคนหนึ่ง

“ช่วยฉันไม่ได้หรือ ช่วยฉันไม่ได้แล้วใช่ไหม ช่วยฉันไม่ได้แล้วใช่ไหม”

ป้าสังเวียนพูดซ้ำๆ ก่อนจะกระทำบางอย่างที่ทำให้สำนักงานแห่งนี้ช็อก..

ทันใดนั้น เธอหยิบขวดน้ำมันในกระเป๋าตัวเอง แล้วจุดไฟเผาทันที!

สำนักงานที่เปิดขึ้นมาเพื่อดับทุกข์ให้แก่ประชาชน แต่คราวนี้ป้าสังเวียนรู้สึกว่าสถานที่แห่งนี้ไม่สามารถช่วยเหลือเธอได้ เธอได้เผาตัวเองคาสำนักงาน

เจ้าหน้าที่ที่เห็นต่างช็อก..และช่วยกันดับไฟ พร้อมกับแจ้งยังโรงพยาบาลให้มารับตัวในทันที

เหตุการณ์เผาตัวเองครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 หลังจากนักศึกษา ม.รามคำแหง เคยกระทำมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อประมาณ 10 ปีก่อน (นับจาก ปี 2557)

หลังจากส่งโรงพยาบาล แพทย์ระบุว่า ป้าสังเวียนมีแผลไฟไหม้ 50 เปอร์เซ็นต์ของร่างกาย โดยเฉพาะท่อนบน กล่องเสียงถูกทำลาย ไม่สามารถพูดได้ ตามร่างกายมีแผลไฟไหม้หลายแห่ง ร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำ

อาการของเธอสาหัสมาก...

“เรื่องที่เกิดขึ้นสะท้อนว่า น่าจะมีทางออกที่ดีกว่านี้ และควรเป็นตัวอย่างให้สังคมว่าเจ้าหนี้ควรผ่อนปรนและประนีประนอมให้ลูกหนี้อยู่ในสังคมได้” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าว

ต่อมา นายธงชัย รักษาเพ็ชร์ อายุ 60 ปี สามีของเธอ กล่าวว่า เมื่อเช้าเพิ่งไปส่งขึ้นรถเพื่อขึ้นรถประจำทางเข้ากรุงเทพฯ เพราะเคยไปร้องเรียนไว้ที่ศูนย์ดำรงธรรม ของ คสช.

“ถูกนายทุนข่มขู่ทุกวี่ทุกวัน ไม่นึกว่าจะทำร้ายตัวเองขนาดนี้ แต่เชื่อว่าทนกับความคับแค้นใจไม่ได้”

นายธงชัย เล่าว่า ได้ไปกู้เงินมา 4 แสนบาท พร้อมพาคนไปกู้เงินกับนายทุน 2 คน ที่ผ่านมา รับหน้าที่เป็นคนเก็บดอกเบี้ย แต่เมื่อ คสช. เข้ามาก็ไม่กล้าไปเก็บ เพราะกลัว คสช. คิดว่าเป็นคนปล่อยเงินกู้ กระทั่งต่อมา ได้ถูกข่มขู่มาตลอด และเมื่อได้เงินจากโครงการจำนำข้าว 3.5 แสนบาท ก็เอาไปใช้ แต่นายทุนบอกว่า ต้นไม่ยุบและยังทวงเงินเท่าเดิม

นอกจากนี้ ยังหาว่าติดหนี้ 2.5 ล้านบาท โดยรวมกับคนที่พามากู้ด้วย ซึ่งการกู้ดังกล่าวไม่มีการค้ำประกันแต่ประการใด อย่างไรก็ตาม มีการเจรจาต่อหน้าปลัดอำเภอ แต่สุดท้ายกลับต้องทำสัญญาเงินกู้ 1.5 ล้านบาท นอกจากนี้ นายทุนก็ไม่ให้เช่าที่ดินต่อ ทำให้เก็บผลผลิตไม่ได้...

สามีป้าสังเวียนเล่าเรื่องราวความเจ็บปวดที่ถูกบีบคั้นในทุกทาง

ขณะที่ปลัดอำเภอรายดังกล่าว ระบุว่า ป้าสังเวียนได้พาคนมากู้ โดยไม่ได้สัญญา ทำให้เก็บเงินจากคนที่กู้ไม่ได้

เปิดหนังสือร้องเรียน ป้าสังเวียน

นางสังเวียนได้ร้องเรียนว่า มีอยู่วันหนึ่งได้มี ผู้ใหญ่บ้าน และตำรวจจำนวนหนึ่ง บุกมาที่บ้านแล้ว หมู่ 5 ต.วังจั่น อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี แล้วได้ทำการทวงหนี้ โดยกล่าวหาว่าเป็นหนี้กว่า 3 ล้านบาท

เจ้าหนี้มายึดที่นาประมาณ​ 100 ไร่ ประกอบด้วย ไร่ข้าวโพด ฟักทอง และที่นา โดยลงทุนไปกว่า 2 แสน ยังไม่ได้เก็บเกี่ยวและกำลังจะเก็บเกี่ยว จากนั้นก็ถูกเร่งรัดหนี้สิน

ได้กู้เงินมา 4 แสน แต่ในเอกสารประนอมหนี้ต่อหน้านายอำเภอซึ่งมาเป็นพยาน ระบุว่าเป็นหนี้ 1.5 ล้าน โดยที่ตัวเองไม่ทราบรายละเอียดเพราะไม่รู้หนังสือ กระทั่งมีหมายศาลมาที่บ้าน

โดยนางสังเวียนบรรยายว่าได้กู้เงิน 2 ครั้ง ครั้งละ 4 หมื่น และจ่ายดอกเบี้ยมาตลอด จนถึงปี 2556 กระทั่งหยุดจ่ายดอก เพราะไม่มีเงินส่ง เพราะต้องส่งดอกเบี้ยบางส่วนของญาติด้วย กระทั่งมีการเจรจาต่อหน้านายอำเภอ..

เธอเขียนบรรยายในท้ายคำร้องว่า “ขอความเมตตาให้หานักกฎหมายมาช่วย เพราะเป็นคนไม่รู้หนังสือ”

วันต่อมา... นายธนาคม จงจิระ ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พล.ต.พิชิต ฟูฟุ้ง ผบ.มทบ.13 (ลพบุรี) ได้เดินทางไปที่บ้านป้าสังเวียนพร้อมกล่าวคำขอโทษ

“ขอโทษที่ดำเนินการช่วยเหลือล่าช้า เนื่องจากต้องทำตามระเบียบส่วนเรื่องหนี้สินจะเข้าเจรจากับนายทุนเงินกู้ให้”

เมื่อได้พูดคุยกับเจ้าหนี้ นานกว่า 3 ชั่วโมง นายธนาคม เผยว่า “จากการพูดคุยกับเจ้าของเงินตกลงยกหนี้ให้ทั้งหมด 1.5 ล้านบาท โดยไม่มีเงื่อนไข แถมยังยอมให้นางสังเวียนกลับไปทำนาได้ต่อไปด้วย”

หลังเกิดเหตุ 3 วัน อาการป้าสังเวียนยังน่าเป็นห่วง โดย นพ.พลเลิศ พันธุ์ธนากุล รองคณบดีฝ่ายบริการ ปฏิบัติหน้าที่ ผอ.รพ.วชิระ เผยว่า หากเทียบอาการของนางสังเวียนจากวันที่ 18 ต.ค. ถือว่าอาการยังน่าเป็นห่วง ทีมแพทย์ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ขณะนี้ผู้บาดเจ็บยังมีไข้ อุณหภูมิในร่างกายแกว่งไปมาอยู่ระหว่าง 39-40 องศาเซลเซียส ทางพยาบาลของ รพ.วชิระ ให้สารอาหารแก่ผู้ป่วยเพื่อให้ผู้ป่วยมีความแข็งแรง สร้างภูมิคุ้มกันไปต่อสู้กับเชื้อโรค

“ทางทีมแพทย์ยังมีความกังวลเกี่ยวกับการติดเชื้อในกระแสเลือด ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการช็อกสูง ทางทีมแพทย์ต้องทำแผลทุกวัน ซึ่งใช้เวลานาน ต้องล้างทำความสะอาดบาดแผลและเขี่ยเซลล์ที่ตายออกไปไม่ให้เป็นแหล่งเพาะเชื้อ ตอนนี้ได้ส่งเชื้อไปตรวจแล้ว คงต้องใช้เวลาสักพักถึงจะทราบผล หากทราบผลเชื้อจะทราบว่าต้องใช้ยาประเภทไหนทำการรักษา แต่ระหว่างที่รอผลจะเฝ้าระวังผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดต่อไป”

อย่างไรก็ตาม ผลการรักษาป้าสังเวียน นั้นมีอาการดีขึ้นตามลำดับ กระทั่ง... 5 เดือนผ่านไป

17 มี.ค.2558 นพ.พลเลิศ ได้แถลงข่าววว่า ผู้ป่วยได้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 16 มี.ค. เวลา 22.45 น. ด้วยอาการติดเชื้อในกระแสเลือด รวมระยะเวลาที่ผู้ป่วยมารักษาตัวทั้งหมด 105 วัน ทั้งนี้ การรักษาที่ผ่านมาได้ดูแลรักษาแผล ประคับประคองให้เข้าสู่ระยะปกติ จนเริ่มปลูกถ่ายผิวหนังได้ แต่ใน 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา คนไข้มีอาการไข้ขึ้นสูง และมีลักษณะของการติดเชื้อให้เห็น เราหาสาเหตุจนพบว่าเป็นเชื้อที่ค่อนข้างจะดื้อยา จึงได้ให้ยาปฏิชีวนะหลายขนานเพื่อที่จะควบคุม แต่หลังจากให้ยาไปสักระยะหนึ่ง มีเชื้อที่แทรกซ้อนขึ้นมา เป็นกลุ่มของเชื้อรา และด้วยลักษณะของเชื้อที่ดื้อต่อยามาก ทำให้ยาปฏิชีวนะที่ให้ไปไม่ได้ผล การรักษาจึงไม่ได้ดีเท่าที่ควรจะเป็น จนกระทั่งเมื่อคืนนี้คนไข้มีอาการช็อก เนื่องจากเชื้อแพร่กระจายในกระแสเลือดจึงได้เสียชีวิตลง 

หลังป้าสังเวียน เสียชีวิต สาธารณสุขจังหวัดลพบุรี ได้มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวป้าสังเวียนเป็นเงิน 5 หมื่นบาท และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้มอบทุนการศึกษาให้กับบุตรป้าสังเวียนที่กำลังเรียนอยู่ ม.4 (ขณะนั้น) เพื่อเยียวยาด้วย

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นโศกนาฏกรรมที่เกิดจากหนี้สินและความไม่เป็นธรรม ภาครัฐควรจะตระหนักในการดูแลประชาชน และเร่งให้การช่วยเหลือ หากมีปัญหาด้านข้อกฎหมาย เพราะความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากความช่วยเหลือที่ล่าช้า ส่วนใครที่คิดจะก่อหนี้นอกเหนือความจำเป็นก็พึงตระหนักให้มาก ว่าถึงเวลาที่เขาทวงแล้ว จะหาทางออกอย่างไร...

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน 

คุณเคยเป็นหนี้ไหม เครียดหรือเปล่า? จะทำยังไง หากหนี้ก้อนนี้ใหญ่โต และไม่มีท่าทีว่าจะหาเงินมาใช้ได้ทัน แถมยังถูกกดดันจากเจ้าหนี้และสถานการณ์รายล้อม หนี หยิบยืมคนอื่น... 23 ก.ค. 2561 14:18 6 ส.ค. 2561 02:03 ไทยรัฐ