แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเวชศาสตร์ใต้น้ำฯ แจงเหตุ หลัง 8 คนของทีมหมูป่าออกจากถ้ำหลวง ต้องรีบพา รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ เพื่อรักษาตามหลักวิชาการ และปฏิบัติการ "ควบคุมโรค" ที่อาจเกิดขึ้นจากการติดในถ้ำหลวงนาน 16 วัน...

หลังเมื่อเย็นวันที่ 8 ก.ค. 61 และวันที่ 9 ก.ค. 61 มีรายงานถึงการช่วยเหลือ 8 คนของทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี ออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงรายได้สำเร็จ  โดยนำออกจากถ้ำวันละ 4 คน เมื่อนำตัวพ้นออกจากปากถ้ำ ก็เข้าสู่กระบวนการประเมินอาการใน รพ.สนาม 

ภาพมุมกว้าง รพ.สนาม ที่ถ้ำหลวง
ภาพมุมกว้าง รพ.สนาม ที่ถ้ำหลวง

ภาพจากประชาสัมพันธ์เชียงราย
 ขณะประเมินสุขภาพทีมหมูป่า
ภาพจากประชาสัมพันธ์เชียงราย
 ขณะประเมินสุขภาพทีมหมูป่า

...

จากนั้นก็นำตัวส่งโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ โดยแบ่งเป็น 2 วิธี คือ ทางรถพยาบาล เฮลิคอปเตอร์ นับว่าเป็นข่าวดีที่คนทั้งโลกรอคอยมา 15 วัน ซึ่งทีมหมูป่าทั้ง 8 คน ที่ออกจากถ้ำ นั้นไม่มีการเปิดเผยชื่อแต่อย่างใด จนกว่าจะนำอีก 5 ชีวิตที่เหลือออกจากถ้ำได้

ทั้งนี้ การรีบนำตัวทีมหมูป่าส่งต่อยัง โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ อ.เมือง โดยเข้าพักรักษาในหอผู้ป่วยที่แยกเฉพาะให้ทีมหมูป่าฯ 12 คน และโค้ชเอก ในตึกอุบัติเหตุฉุกเฉินใหม่ ชั้น 8 ซึ่งเป็นห้องที่มีระบบควบคุมการติดเชื้อตามมาตรฐาน พร้อมทีมแพทย์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เฝ้าติดตามดูอาการตลอดเวลานั้น นาวาเอกคมสัน วุฒิประเสริฐ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเวชศาสตร์ใต้น้ำ กองเวชศาสตร์ใต้น้ำและการบิน กรมแพทย์ทหารเรือ ซึ่งเคยปฏิบัติภารกิจที่ถ้ำหลวงเมื่อสัปดาห์ก่อน เปิดเผยถึงเหตุผลกับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ว่า

ภาพจากประชาสัมพันธ์เชียงราย
 ขณะนำทีมหมูป่าขึ้นรถพยาบาลหน้าถ้ำหลวง
ภาพจากประชาสัมพันธ์เชียงราย
 ขณะนำทีมหมูป่าขึ้นรถพยาบาลหน้าถ้ำหลวง

รถพยาบาลนำหมูป่า จากถ้ำหลวง ผ่าน อบต.โป่งผา เพื่อไปรักษาที่ รพ.เชียงรายฯ
รถพยาบาลนำหมูป่า จากถ้ำหลวง ผ่าน อบต.โป่งผา เพื่อไปรักษาที่ รพ.เชียงรายฯ

การพาทีมหมู่ป่าฯ 8 คน มา รพ. ก็เพื่อต้องตรวจสุขภาพหลายๆ อย่างพร้อมกัน คือ ฟื้นฟูสุขภาพร่างกายแล้ว ยังถือเป็น “การควบคุมโรค” ไปในตัวด้วยอีกอย่างหนึ่งเหมือนเช่น นาวาเอกคมสัน ที่ถูกควบคุมโรคครบ 7 วัน แล้วหลังกลับมาปฏิบัติภารกิจที่ กทม.

“ทั้ง 8 คนที่ต้องไป รพ. โดยเร็ว นอกจากฟื้นฟูตามสภาพร่างกายของแต่ละคนแล้ว ต้องถูกควบคุมโรคด้วย เหตุที่ รพ.เชียงรายฯ จัดพื้นที่ให้ทั้ง 13 คน นอนหอผู้ป่วยในชั้นเดียวกัน ก็เป็นหนึ่งในกระบวนการทางการแพทย์ เพราะมาจากแหล่งเดียวกัน

เนื่องจากติดในถ้ำมา 10 กว่าวัน จะเสี่ยงติดเชื้อที่มากับมูลค้างคาว ที่เข้าทางบาดแผล หรือน้ำที่ดื่มเข้าไป หรือเชื้อไวรัสบางชนิดที่อาจจะพบเจอในถ้ำ เชื้อแบคทีเรียบางอย่างที่เจริญได้ในที่ชื้น ที่มืด การควบคุมหรือการกักกันพื้นที่ไม่ได้หมายความว่า “เป็นโรค” เพียงแต่แค่สงสัยว่าจะมีการติดเชื้อจากโรคที่เกิดจากในถ้ำไหม ถ้ามีจะได้ป้องกันไม่ให้แพร่เชื้อไปหาคนอื่น” นาวาเอกคมสันอธิบาย

...

สำหรับวิธีการตรวจว่ามีโอกาสติดเชื้อแปลกปลอมจนเกิดโรคอุบัติใหม่หรือไม่นั้น สามารถตรวจวินิจฉัย ตามพื้นฐาน คือ การเจาะเลือด เพื่อดูเม็ดเลือดขาวว่าอยู่ในระดับใด หากอยู่ในเกณฑ์สูง จะบ่งบอกถึงการติดเชื้อ ซึ่งเม็ดเลือดขาวก็แบ่งออกได้อีกหลายชนิดว่า ชนิดใดหมายถึงติดเชื้อแบคทีเรีย ชนิดใดติดเชื้อไวรัส ซึ่งการเจาะเลือดนี้ ยังสามารถตรวจเช็กเกลือแร่ในร่างกายได้ว่าตัวไหนพร่อง หรือต่ำลง และเอกซเรย์ปอดดูว่ามีปัญหา มีรอยฝ้า มีน้ำในปอดหรือเปล่า จากนั้นก็ดูแลรักษาพยาบาลตามขั้นตอน

“การควบคุมโรคแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ ความเสี่ยงสูง กับความเสี่ยงน้อย กลุ่มที่มีความเสี่ยงเยอะ อาจจะต้องควบคุมโรคที่ รพ. หรือสถานที่ที่จัดไว้ แล้วมีการวัดสัญญาณชีพ วัดไข้ ตลอด 7 วัน ห้ามติดต่อใคร แต่หากเป็นกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงต่ำ เหมือนผมก็อาจให้ควบคุมโรคอยู่ที่บ้าน รายงานผลทุกวันว่ามีไข้ไหม

...

ในการควบคุมโรคต้อง 7 วันอย่างต่ำ จะมากกว่านี้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับงานเวชกรรมป้องกันของแต่ละเห็นว่าควรจะกักนานแค่ไหน ความเสี่ยงต่อโรคอุบัติใหม่เยอะแค่ไหน เคยมีสถิติกักตัวนานสุด 21 วัน เมื่อตรวจแล้วว่ามีใครป่วยเป็นอะไรบ้าง แล้วอาการป่วยสัมพันธ์กับสิ่งที่สงสัยก็ดำเนินการรักษา แยกจากกลุ่มเดิมที่ตรวจแล้วไม่เจอ ไม่ติดเชื้อ ไม่ป่วย”

ด้านการรักษาทีมหมูป่าฯ  นาวาเอกคมสันกล่าวว่า ต้องเป็นลักษณะ “สหสาขาของแพทย์” คือ ต้องมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลายสาขา ร่วมทีมกันดูแล ทั้งเรื่องสุขภาพกายและจิตใจ โดยเบื้องต้นต้องให้ทีมแพทย์ที่ดูแลทางร่างกายดูแลจนพ้นวิกฤติทางกาย ควบคู่จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นไปพร้อมกันด้วย ประเมินเรื่องสภาวะจิตใจ ความเครียดความกังวลต่างๆ ว่ามีมากน้อยแค่ไหน และวางแผนดูแลเยียวยาจิตใจตามปัญหาที่พบ

“การดูแลรักษาทีมหมูป่า เป็นเรื่องของสหสาขาของแพทย์ ต้องเป็นทีมแพทย์ที่ช่วยกันดูแล ที่มีทั้งแพทย์ หมอเด็ก นักจิตวิทยาเด็ก แพทย์ที่เกี่ยวกับอายุรกรรม แพทย์เกี่ยวกับระบาดวิทยา โรคติดเชื้อ มีแพทย์หลายสาขามาเป็นทีมช่วยกันดูแล” นาวาเอกคมสันกล่าว

...

อย่างไรก็ดี นาวาเอกคมสัน แพทย์เวชศาสตร์ใต้น้ำ เมื่อครั้งได้ทำภารกิจอยู่ในถ้ำหลวงวันละ 9 ชั่วโมง ลงไปสแตนด์บายในถ้ำที่โถง 1 ซึ่งขณะนั้นระดับน้ำท่วมมาถึงบริเวณดังกล่าว ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการดำน้ำ โดยทำหน้าที่ตรวจประเมินสุขภาพหน่วยซีลว่าก่อนลงดำน้ำมีปัญหาสุขภาพอะไรไหม หรือขึ้นกลับมาแล้วมีปัญหาสุขภาพหรือเปล่า เจ็บป่วยหรือไม่ ทั้งนี้ในแต่ละวันในทีมแพทย์ก็ผลัดเวรกัน ผลัดละ 4 ชั่วโมง เปิดเผยว่าทุกคนที่เข้าไปทำงานในถ้ำหลวง หากภารกิจเสร็จสิ้นสมบูรณ์ต้องถูกควบคุมโรคเช่นเดียวกับทีมหมูป่าฯ

วันที่ 9 ก.ค. 61 เวลา 17.03 น. รถพยาบาลนำหมูป่าตัวที่ 5 ออกจากถ้ำหลวง พาไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์ เพื่อไปรักษาตัวที่ รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์
วันที่ 9 ก.ค. 61 เวลา 17.03 น. รถพยาบาลนำหมูป่าตัวที่ 5 ออกจากถ้ำหลวง พาไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์ เพื่อไปรักษาตัวที่ รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์

“ทุกคนที่ทำงานในถ้ำ เดี๋ยวกระทรวงสาธารณสุข หรือหน่วยงานต้นสังกัด กองทัพบก กองทัพเรือ ก็จะต้องมีโปรแกรมของการควบคุมโรค ซึ่งขึ้นอยู่แต่ละหน่วยงานด้วย แต่ของกองทัพเรือ หากเสร็จภารกิจทั้งหมดอย่างสมบูรณ์แล้ว คนที่ทำงานในถ้ำต้องถูกควบคุมโรคหมด” นาวาเอกคมสันกล่าวทิ้งท้าย

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง

ในรถพยาบาลมีอะไรสำคัญ? เปิดภาพอุปกรณ์จำเป็น ขณะลำเลียงทีมหมูป่าไป รพ. 

ถอดรหัสคำพูด ทีมหมูป่า ทำไมต้อง What day (คลิป) 

13 ชีวิตรอดแล้ว! หมอแนะวิธีรักษาดวงตา หลังติดถ้ำมืด 9 วันเต็ม 

เจาะโจทย์ยาก ช่วย 13 ชีวิตติดถ้ำหลวง ไขปมลึก "จ่าแซม" อดีตซีลสุดแกร่งเสียชีวิต