วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สาวชุมพรร้องศูนย์ดำรงธรรม หวั่นอิทธิพลมือฆ่า หลังแม่ถูกยิงปางตาย

ลูกสาวรอง ปธ.อบต. ร้องศูนย์ดำรงธรรมชุมพร หวั่นกลัวอิทธิพลด้วยปมขัดแย้งในหมู่ญาติ หลังแม่ถูกยิงปางตาย เผยถูกข่มขู่ล่าสุดลอบจมเรือนำเที่ยวมูลค่านับล้าน ชีวิตต้องอยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ หวั่นถูกฆ่า...

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 3 กรกฎาคม 2561 นางสาวผกาวรรณ แจ่มจำรัส อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12/11 หมู่ที่ 7 ตำบลปากคลอง อ.ปะทิว จ.ชุมพร พร้อมด้วยนายนรากร อุ่นใจ อายุ 58 ปี ผู้เป็นลุง ได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนขอความช่วยเหลือต่อ นายดุสิต ศักรกานต์ ผอ.กลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชุมพร 

นางสาวผกาวรรณ แจ่มจำรัส กล่าวว่า มารดาของตนชื่อ นางสาวอุมาพร หลิมทอง อายุ 39 ปี หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “รองจิ๋ม” ปัจจุบันเป็นสมาชิกสภา อบต. และรองประธานสภา อบต.ปากคลอง อ.ปะทิว ได้ถูกคนร้ายลอบยิงด้วยปืนที่หน้าบ้านพักเมื่อคืนวันที่ 20 มิถุนายน 2561 จนอาการสาหัส ขณะนี้ยังนอนรักษาตัวอยู่ห้องไอซียู โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์

ต่อมาวันที่ 25 มิถุนายน 2561 ตำรวจได้จับกุมน้าชายของแม่ตนชื่อ นายสมโภชน์ อุบลกาญจน์ หรือ “กำนันจ้ง” อายุ 51 ปี เป็นกำนันตำบลปากคลอง ในข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ยิงปืนโดยใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมชน ซึ่งศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว ขณะนี้ฝากขังผัดแรกอยู่ที่เรือนจำจังหวัดชุมพร ส่วนผู้ต้องหาตามหมายจับอีก 1 คน ยังหลบหนีชื่อ นายสุรพล หลิมทอง อายุ 36 ปี ซึ่งเป็นน้องชายแท้ๆ ของแม่ตนโดยบุคคลทั้งสองได้ร่วมกันพยายามฆ่าแม่ของตน

นางสาวผกาวรรณ กล่าวต่อว่า แม้ขณะนี้นายสมโภชน์ กำนันตำบลปากคลองจะถูกจับกุมและพยายามยื่นขอประกันตัวอยู่ ซึ่งเป็นบุคคลมีอิทธิพลกว้างขวาง รู้จักข้าราชการและเจ้าหน้าที่หลายฝ่าย มีบริวารพรรคพวกอยู่ในพื้นที่ นอกจากนี้นายสุรพลผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุยิงแม่ตนซึ่งยังหลบหนีอยู่นั้น โดยนายสุรพลมีหมายจับถึง 2 หมาย คดีแรกข้อหาใช้อาวุธปืนข่มขู่และทำร้ายร่างกายแม่ตน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 พ.ย.60 และล่าสุดหมายจับที่ 2 คดี ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน แต่ตำรวจยังจับกุมตัวไม่ได้ ทั้งที่ผู้ต้องหารายนี้ก็ยังหลบหนีวนเวียนอยู่ในพื้นที่ นอกจากนั้นยังให้พรรคพวกบริวารเข้าไปลักตัดปาล์มในสวนของแม่ตนอีกด้วย 

นางสาวผกาวรรณ กล่าวต่อว่า เหตุการณ์ล่าสุดเมื่อเช้าวันที่ 1 กรกฎาคม 2561 พบว่าเรือนำเที่ยวทางทะเลขนาด 40 ที่นั่ง มูลค่านับล้านบาท ซึ่งเป็นธุรกิจ “กินปูห้อยขาราชาชุมพร” ที่ใครๆ ก็รู้จักไปทั่ว ซึ่งจอดเทียบท่าอยู่ตามปกติบริเวณหน้าหมู่บ้านเกาะเตียบได้จมลงก้นทะเล จนกระทั่ง 3 วันที่ผ่านมาได้ว่าจ้างคนมากู้เรือ เมื่อตรวจสอบภายในเรือพบว่าวาล์วน้ำซึ่งเป็นวาล์วสำหรับปั๊มน้ำทะเลใต้ท้องเรือเข้ามาหมุนเวียนในเรือถูกเปิดวาล์วทิ้งไว้ทั้ง 3 ตัว จนน้ำทะเลไหลทะลักเข้ามาเต็มท้องเรือและจมลงที่สุด และตอนนี้ยังมีบริวารของกำนันผู้มีอิทธิพลและผู้ต้องหาที่หลบหนียังได้คอยติดตามตนจนไม่กล้าอยู่บ้าน ต้องหลบซ่อนเปลี่ยนที่อยู่อาศัยตลอดเวลา จึงมาขอความช่วยเหลือจากศูนย์ดำรงธรรมดังกล่าว และหลังจากนี้จะไปยื่นหนังสือร้องเรียนกับผู้บัญชาการมณฑลทหารบทที่ 44 ชุมพร ให้ช่วยเหลืออีกทางด้วย

นายดุสิต ศักรกานต์ ผอ.กลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชุมพร กล่าวว่า จะประสานผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายในการช่วยเหลือและลงตรวจสอบในพื้นที่พร้อมทั้งติดตามความคืบหน้าของคดี เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและความปลอดภัยต่อไป 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับ น.ส.อุราพร หลิมทอง หรือ “รองจิ๋ม” รองประธานสภา  อบต.ปากคลอง เจ้าของธุรกิจเรือนำเที่ยว “กินปูห้อยขาราชาชุมพร” ธุรกิจขึ้นชื่อของ  จ.ชุมพร ถูกลอบยิงบาดเจ็บสาหัส ขณะนี้อาการยังไม่พ้นขีดอันตราย สาเหตุเบื้องต้นเกิดจากความขัดแย้งระหว่างวงตระกูลในเครือญาติที่มีมานานนับ 10 ปี จากกรณีพิพาทเรื่องที่ดินสวนปาล์ม ทั้งที่มีเอกสารสิทธิและไม่มีเอกสารสิทธิหลายร้อยไร่ในพื้นที่ตำบลปากคลอง ที่ไม่สามารถตกลงกันได้จนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น. 

ลูกสาวรองปธ.อบต.ร้องศูนย์ดำรงธรรมชุมพร หวั่นกลัวอิทธิพลด้วยปมขัดแย้งในหมู่ญาติ หลังแม่ถูกยิงปางตาย เผยถูกข่มขู่ล่าสุดลอบจมเรือนำเที่ยวมูลค่านับล้าน ชีวิตต้องอยู่อย่างหลบๆซ่อนๆ หวั่นถูกฆ่า.. 3 ก.ค. 2561 18:46 3 ก.ค. 2561 19:27 ไทยรัฐ