วันพุธที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ชู “บุรีรัมย์เมืองแห่งกีฬา”

ชู “บุรีรัมย์เมืองแห่งกีฬา”

  • Share:

“เนวิน”ดัน“ปราสาทสายฟ้า”เข้าตลาดหุ้น

“เนวิน” เตรียมนำทีมสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด “ปราสาทสายฟ้า” เข้า จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ไตรมาส 2 ปี 2562 ประกาศเงินที่ได้จากการระดมทุนจะนำไปลงทุนสปอร์ต เอนเตอร์เทนเมนต์ พัฒนาบุรีรัมย์ให้เป็นเมืองแห่งกีฬา จากที่เคยเป็นเมืองทางผ่าน เผยรายได้สโมสรฯ ปีละ 900 ล้านบาท ไม่รวมรายได้อื่นๆ

นายเนวิน ชิดชอบ ประธานบริหาร สโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด หรือทีมปราสาทสายฟ้า เปิดเผยว่า คาดว่าในไตรมาส 2 ปี 2562 บริษัทบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จำกัด จะยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (ไฟลิ่ง) เพื่อนำบริษัทขายหุ้นระดมทุน และนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาด หลักทรัพย์เอ็มเอไอ (mai) โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ฟินันเซียไซรัส เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน คาดว่าจะระดมทุนประมาณ 100 ล้านบาท จากปัจจุบันมีทุนจดทะเบียนที่ 200 ล้านบาท

สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุน จะนำไปลงทุนในสปอร์ต เอนเตอร์เทนเมนต์ โดยอาศัยประโยชน์จากแนวทางการพัฒนาจังหวัดบุรีรัมย์ให้เป็น Sport City หรือเมืองแห่งกีฬา เพื่อเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยว จากเดิมที่จังหวัดบุรีรัมย์เคยเป็นเพียงเมืองทางผ่านเท่านั้น

นอกจากนี้ ยังจะนำมาพัฒนาสนามแข่งขัน ของสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งตั้งอยู่ใกล้เคียงกับสนามแข่งรถ “ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต” ที่เป็นสนามแข่งรถที่ได้รับมาตรฐานระดับโลก รวมทั้งจะนำเงินจากการระดมทุนส่วนหนึ่ง มาทำศูนย์ฟื้นฟูกายภาพบำบัดสำหรับประชาชนทั่วไป และเป็นเงินทุนหมุนเวียนภายในบริษัท

“ปี 2562 ผมจะยื่นข้อมูลขออนุญาตขายหุ้นเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพราะผมต้องการให้ทีมสโมสรบุรีรัมย์อยู่ได้ด้วยระบบไม่ใช่ด้วยตัวบุคคลใดบุคคลหนึ่ง และอยากให้แฟนบอลเข้ามาร่วมเป็นเจ้าของทีมสโมสรบุรีรัมย์จริงๆ”

นายเนวินกล่าวว่า ในปัจจุบันสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีรายได้รวมปีละ 900 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากสปอนเซอร์ 200 ล้านบาท รายได้จากการขายเสื้อและของที่ระลึก 400 ล้านบาท และยังมีรายได้จากการจำหน่ายบัตรผ่านประตู และเงินรางวัลจากการเป็นแชมป์ในการแข่งขันในรายการต่างๆ การขายพื้นที่ และการทำอีเวนต์ต่างๆ

“ปี 2560 มีผู้เข้าชมการแข่งขันฟุตบอลเฉลี่ย 20,000 คนต่อนัด แต่ประเมินว่าในปีนี้จะลดลงเหลือประมาณ 12,000-13,000 คนต่อนัด ไม่ใช่เพราะคนนิยมดูฟุตบอลน้อยลง แต่ส่วนหนึ่งเป็นเพราะพฤติกรรมการชมบอลเปลี่ยนไป โดยนิยมดูการถ่ายทอดสดในบ้าน หรือผ่านทางโซเชียลมีเดีย เพราะสะดวกกว่าการเดินทางมาดูที่สนาม”

นายเนวินกล่าวว่า สินทรัพย์ที่สำคัญที่สุดของสโมสร คือ นักเตะ ซึ่งในทีมมีนักเตะทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีชื่อเสียง โดยบริษัทได้มีแผนจะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai มาระยะหนึ่งแล้ว แต่มีความล่าช้า เนื่องจากมีปัญหาในการประเมินมูลค่าสินทรัพย์และค่าเสื่อมของนักเตะ ซึ่งถือเป็นสินทรัพย์ในรูปแบบพิเศษที่จำเป็นต้องทำความเข้าใจกับผู้สอบบัญชี

นายกนกศักดิ์ ปิ่นแสง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จำกัด กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทได้เตรียมความพร้อมในทุกด้าน เพื่อวางระบบภายในของบริษัทเพื่อเตรียมตัวและรองรับการเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียน โดยมีการจัดทำระบบบัญชีให้เป็นไปตามมาตรฐาน การจัดทำระบบตรวจสอบภายใน เป็นต้น

ทั้งนี้ สโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ฯ หรือทีม “ปราสาทสายฟ้า” คว้าแชมป์ทุกรายการมาแล้ว 15 แชมป์ตลอด 9 ปี โดยเฉลี่ยมีผู้เข้าชมการแข่งขันแมตช์ละ 12,000-13,000 คนต่อฤดูกาลแข่งขัน ขณะที่ทุกวันมีผู้เข้าเยี่ยมชมสนามทีมเหย้า คือ สนามธันเดอร์คาสเซิล สเตเดียม ที่ได้รับมาตรฐาน FIFA ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย โดยเปิดให้ชมฟรีวันละประมาณ 10,000 คน.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้