วันอังคารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ไหม้วินาศกว่า 100 ล้าน บ.แปรรูปอาหารทะเล 'ผู้ส่งออกกุ้ง' รายใหญ่

ไหม้วินาศกว่า 100 ล้าน บ.แปรรูปอาหารทะเล 'ผู้ส่งออกกุ้ง' รายใหญ่

  • Share:

เพลิงเผาบริษัทส่งออกอาหารทะเลแปรรูปแช่แข็งและผู้ส่งออกกุ้งรายใหญ่ของประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร ขณะพนักงานจัดเตรียมน้ำมันในห้องทอดกุ้ง จู่ๆ เครื่องทอดกุ้งขนาดใหญ่ใช้แก๊สแอลพีจีเป็นเชื้อเพลิงเกิดระเบิดไฟไหม้ลุกลามอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ใช้เวลาดับไฟนานกว่า 2 ชม. หลังเพลิงสงบพบตัวอาคารทรุด เครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิตวอดเสียหาย ตำรวจต้องกันเป็นพื้นที่อันตราย ค่าเสียหายกว่า 100 ล้านบาท

เพลิงไหม้โรงงานอาหารทะเลแปรรูปแช่แข็งและผู้ส่งออกกุ้งรายใหญ่ของประเทศวอดเสียหาย เปิดเผยเมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 2 ก.ค. ร.ต.อ.อิทธิพล พรหมภินันท์ รอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองสมุทรสาคร รับแจ้งเหตุเพลิงลุกไหม้บริษัท ไทยรอแยลฟรอเซนฟู๊ด จำกัด เลขที่ 119/99 หมู่ 1 ต.ท่าจีน อ.เมืองสมุทรสาคร จึงพร้อมด้วยนายประภัสสร์ มาลากาญจน์ ผวจ. สมุทรสาคร พ.ต.อ.พลัฎฐ์ วิเศษสิงห์ รอง ผบก.ภ.จ.สมุทรสาคร และรถดับเพลิงจากเทศบาลนครสมุทรสาคร และพื้นที่ใกล้เคียงกว่า 20 คันไปฉีดน้ำ

ที่เกิดเหตุเป็นบริษัทส่งออกอาหารทะเลแปรรูปแช่แข็งและผู้ส่งออกกุ้งรายใหญ่ของประเทศ จุดเกิดเหตุอยู่ด้านหลังของส่วนการผลิตเป็นอาคารขนาดใหญ่ 2 ชั้น เนื้อที่ประมาณ 1 ไร่เศษ พบกลุ่มควันพวยพุ่งมาตากในอาคารเจ้าหน้าที่ต้องเข้าไปใช้น้ำฉีดสกัดเพลิงลุกไหม้พร้อมใช้รถกระเช้าสกัดเปลวเพลิงไม่ให้ลุกลาม แต่การดับไฟค่อนข้างลำบาก เนื่องจากภายในมีวัสดุง่ายต่อการติดไฟ ขณะที่คนงานช่วยกันขนย้ายถังแก๊สไม่ให้เกิดระเบิด ใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง จึงควบคุมเพลิงไว้ได้ พบอาคารเกิดทรุดตัว เครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิตได้รับความเสียหาย

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า บริษัทดังกล่าวมีนางอำไพ หาญไกรวิไลย์ ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร เป็นเจ้าของ ก่อนเกิดเหตุขณะพนักงาน 10 คน จัดเตรียมน้ำมันอยู่ในห้องทอดกุ้ง จู่ๆเครื่องทอดกุ้งเกิดระเบิดไฟไหม้ลุกลามอย่างรวดเร็ว คาดว่าสาเหตุเกิดจากเครื่องทอดกุ้งที่ใช้แก๊สแอลพีจีเป็นเชื้อเพลิงอาจร้อนจัดจนเกิดระเบิดขึ้น อย่างไรก็ตามต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยาการมาตรวจสอบหาสาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้ง ส่วนค่าเสียหายเบื้องต้นไม่ตํ่ากว่า 100 ล้านบาท

นายสุวรรณชัย ออสุวรรณ หัวหน้าชุดปฏิบัติการระงับเหตุเพลิงไหม้ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่า การดับเพลิงครั้งนี้ค่อนข้างยากลำบาก เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปถึงจุดเกิดเหตุแบบครอบคลุม ต้องค่อยๆไล่ตามไฟไปเรื่อยๆ ฉีดน้ำแล้วก็ต้องใช้โฟมเข้าช่วยเพื่อให้ไฟดับลงง่ายยิ่งขึ้น หลังเพลิงสงบต้องฉีดน้ำหล่อเลี้ยงไม่ให้เกิดการปะทุขึ้นมาอีก สำหรับอาคารที่เกิดเหตุสร้างประมาณ 4-5 ปี ภายในมีระบบน้ำสปริงเกอร์บนรางหลังคา แต่ไม่เพียงพอในการระงับเหตุเพลิงไหม้

ด้าน พล.ต.ต.มานะ อินพิทักษ์ ผบก.ภ.จ.สมุทรสาคร สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกันบริเวณเพลิงไหม้เป็นพื้นที่อันตรายและกันไม่ให้ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปอย่างเด็ดขาดเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบหาสาเหตุของเพลิงไหม้ อย่างไรก็ตาม ต้องรอให้วัสดุอุปกรณ์ภายในอาคารเย็นตัวลงก่อนจึงสามารถเข้าตรวจสอบพื้นที่ได้

ต่อมาเวลา 10.00 น. นายนคร หาญไกรวิไลย์ ลูกชายนางอำไพ และเป็นผู้อำนวยการบริษัท เปิดเผยว่า ยังไม่ทราบสาเหตุเพลิงไหม้ว่าต้นตอมาจากอะไร จุดเกิดเหตุอยู่บริเวณห้องทอดกุ้ง มีเครื่องจักรกลขนาดใหญ่ 5 เครื่อง น้ำมันที่ใช้ในกระบวนการทอดกุ้งจำนวนมาก โฟมใช้เป็นบรรจุภัณฑ์และแผ่นโฟมที่ใช้ในการบุผนังห้องซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ทำให้เป็นเรื่องค่อนข้างยากต่อการดับเพลิง โชคดีไฟไม่ลุกลามไปถึงห้องแช่เยือกแข็งที่ใช้เก็บกุ้งเพื่อการส่งออก จากนั้นจะประสานบริษัทประกันภัยมาตรวจสอบ เพื่อประเมินมูลค่าความเสียหายที่ชัดเจน ส่วนพนักงานไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้