วันพุธที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สทน.จับมือกรมทรัพยากรธรณี หนุนศึกษาวิจัย ธาตุหายาก-ธาตุกัมมันตรังสี

สทน.จับมือกรมทรัพยากรธรณี หนุนศึกษาวิจัย ธาตุหายาก-ธาตุกัมมันตรังสี

  • Share:

สทน.บูรณาการองค์ความรู้ร่วมกับกรมทรัพยากรธรณี พร้อมสนับสนุนการศึกษาวิจัยธาตุหายากและธาตุกัมมันตรังสี

เมื่อวันที่ 2 ก.ค.61 ดร.พรเทพ นิศามณีพงษ์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า สทน.ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการกับกรมทรัพยากรธรณี เพื่อประสานความร่วมมือบูรณาการองค์ความรู้ทางวิชาการและสนับสนุนการศึกษาวิจัยด้านทรัพยากรธาตุหายากและธาตุกัมมันตรังสี ซากดึกดำบรรพ์ การจัดทำแผนที่ active Fault และวัสดุทนความร้อน การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ คิดว่าเป็นก้าวที่สำคัญของหน่วยงานในประเทศไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งตามนโยบายรัฐบาล Thailand 4.0 อยากจะเห็นการเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานภาครัฐทั้งหมด ผนึกกำลังกัน แล้วก็มุ่งประเด็นในเรื่องเกี่ยวกับการทำวิจัยพัฒนาแล้วก็เอาส่วนแข็งของแต่ละหน่วยงานมาร่วมกัน ทำให้เกิดอิมแพ็คในด้านสังคมและเศรษฐกิจของประเทศไทย ในการดำเนินงานเราก็จะมีการ Kick off ความร่วมมือที่ดำเนินต่อ ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะเป็นจุดเริ่มต้นประเด็นหัวข้อวิจัยที่จะต้องเข้าไปช่วยกัน แนวทาง องค์ความรู้ทั้งหมดที่เราทำมาแชร์กันแล้วก็เอามา Spin off ในภาคอุตสาหกรรม เพื่อทำให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติต่อไป

ด้าน นายทศพร นุชอนงค์ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี กล่าวว่า ความร่วมมือทางวิชาการในครั้งนี้ คือ เป็นเรื่องภารกิจของ 2 หน่วยงาน ที่เห็นว่ามีการเชื่อมโยง เรื่องของกรมทรัพยากรธรณีเพื่อศึกษาวิจัยในด้านทรัพยากรธรณี เรื่องแร่ เรื่องการอนุรักษ์ เรื่องพิบัติภัยต่างๆ ส่วนสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์ (องค์การมหาชน) ก็จะมีเครื่องไม้เครื่องมือวิจัย ซึ่งกรมทรัพยากรธรณีไม่มี ซึ่งการทำงานการสำรวจ เดินสำรวจ นอกจากเดินอย่างเดียว ก็จะมีการเก็บตัวอย่าง และตัวอย่างต่างๆ เหล่านี้จะต้องผ่านการวิเคราะห์ ก็เหมือนกับตัวเราเข้าไปตรวจร่างกายต้องมีเครื่องเอกซเรย์ เครื่องอัลตราซาวด์ มีเครื่องอะไรต่างๆ ซึ่งอันนี้เรามีแต่เรามีไม่ครบ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์ (องค์การมหาชน) ก็คงเหมือนจะเป็นหน่วยปฏิบัติการตรวจร่างกายของมนุษย์ หรือตรวจทรัพยากร เราก็จะได้ข้อมูลที่ละเอียด อันนี้ก็จะช่วยผลงานวิชาการ ผลงานวิจัยด้านวิชาการที่ชัดเจน หลังจากนั้นผลงานวิจัยของเราก็จะนำไปต่อยอด นำไปใช้ประโยชน์ในเรื่องทางเศรษฐกิจ เรื่องทางสังคมของประเทศต่อไป นั้นคือเป็นเป้าหมายของการร่วมมือกันในครั้งนี้ หลังจากนั้นก็จะมีนักวิจัย แล้วก็สรุปหัวข้อที่จะตอบโจทย์ของประเทศ ตอบโจทย์ของเศรษฐกิจและสังคมมีอะไรบ้าง ก็จะได้หัวข้อต่างๆ มา สิ่งที่เราคาดหวังแล้วเราก็จะได้ผลงาน แล้วผลงานนั้นจะได้ถูกนำไปใช้การพัฒนาประเทศต่อไป.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้