วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สามมิตร โต้ พิชัย ยันตั้งใจทำเพื่อชาติ

สามมิตร โต้ พิชัย ยันตั้งใจทำเพื่อชาติ

  • Share:
ชี้อุดมการณ์ล้วนๆ เหตุรวมตัวหนุนตู่

เพื่อไทยสายเหนือโร่ปัด “สันติ” เผ่นทิ้งพรรค “สามารถ” ยันผู้ใหญ่คุยกันจบไม่คิดย้ายไปไหนกร้าววิธีสกปรกให้ท้ายพวกน้ำเน่าเดินสายดูด “อนุสรณ์” กระทุ้ง กกต.คุมเลือกตั้งให้สมกับที่ของบฯ 5 พันล้าน “จุรินทร์” ตอกทำย้อนยุค สวนทางที่คุยฟุ้งจะปฏิรูป ขอแค่ชนะเลือกตั้งโดยไม่สนวิธีการ ปชป.ค้านแหลกยกเลิก ส.ข.โพลชี้คนยังไม่เชื่อมั่นได้เลือกตั้ง 62 รอฟังชัดๆ จากปากนายกฯ “เสี่ยแฮงก์” โต้ “พิชัย” ละอ่อนน้อยการเมือง ฟุ้งสามมิตรรวมตัวเพราะอุดมการณ์ล้วนๆ หนุน “บิ๊กตู่” เพราะตั้งใจทำเพื่อชาติ

หลังจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ออกหน้ามาปกป้องกลุ่มสามมิตรที่เดินสายดูดอดีต ส.ส. เข้าร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐของ คสช. ล่าสุดพรรคเพื่อไทยออกมาวิพากษ์วิจารณ์โยงถึงกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าทำตัวไม่รู้ไม่ชี้ ผิดกับการไล่บี้จ้องเอาผิดยุบพรรคเพื่อไทย

พท.โร่ปัด “สันติ” เผ่นหนีพรรค

เมื่อวันที่ 1 ก.ค. นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย และแกนนำภาคเหนือพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวนายสันติ พร้อมพัฒน์ อดีต รมว.คมนาคม แกนนำพรรคเพื่อไทย จะย้ายไปร่วมงานกับกลุ่มสามมิตร ว่า ไม่เป็นความจริง เป็นข่าวปล่อยออกมาเพื่อสนับสนุนกระแสดูด สร้างความสับสนให้กลุ่ม ส.ส.ที่เขาจะไปดูด ใครไม่ตรวจสอบข้อมูลคงหลงเชื่อ แต่จากการพูดคุยกันของผู้ใหญ่ในพรรคกับนายสันติ ยืนยันว่านายสันติไม่คิดย้ายไปไหน แต่เจ้าตัวไม่อยากออกมาตอบโต้ เพราะมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ ช่วงนี้เมื่อเขาเตรียมไปประชุม ครม.สัญจรที่ภาคเหนือก็ต้องสร้างกระแสข่าว ขย่มออกมาเผื่อผลไม้จะหล่นลงมาบ้าง เป็นยุทธศาสตร์หนึ่งที่เขาดำเนินการ แต่ยืนยันขณะนี้ไม่มีอดีต ส.ส.เกรดเอในภาคเหนือคิดย้ายพรรค

ซัดให้ท้ายพวกน้ำเน่าเดินสายดูด

นายสามารถกล่าวอีกว่า การทำเช่นนี้ถือเป็นวิธีสกปรก ไม่น่าเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสการปฏิรูปการเมือง ตอน คสช.เข้ามาบอกนักการเมืองไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ ต้องปฏิรูป แต่วิธีดำเนินการของ คสช. แสดงให้เห็นความไม่จริงใจที่จะปฏิรูปการเมือง แทนที่จะสร้างนักการเมืองรุ่นใหม่เพิ่ม กลับไปให้ท้ายคนที่เดินเกมการเมืองแบบเก่าที่เดินสายดูดน้ำโคลน ทั้งนายบ่อน นายไพ่เข้ากลุ่มเพื่อสืบต่ออำนาจ แบบนี้จะเป็นการปฏิรูปได้อย่างไร ยิ่งอยู่ในอำนาจคุมเกมเลือกตั้ง แล้วมาให้ท้ายคนบางกลุ่มที่ทำผิดหลักการประชาธิปไตย และผิดกฎหมายประเด็นคนนอกไปครอบงำพรรค แบบนี้จะทำให้เป้าหมายที่เสียเวลาไป 4-5 ปีเสียเปล่า ยิ่งย้อนหลังไปกว่าเดิมอีก

ดักคอแก้ไพรมารีเอื้อบางพรรค

นายสามารถยังกล่าวถึงผลการหารือร่วมระหว่าง คสช.กับพรรคการเมือง ที่มีการเสนอให้ยกเลิกไพรมารีโหวต หรือทำเฉพาะระดับภาคว่า เท่าที่ดูไพรมารีโหวตยังไม่ได้ข้อยุติ มีข้อเสนอที่แตกต่างกันออกไป แต่ความเห็นพรรคเพื่อไทยมองว่าควรดำเนินการตามที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ที่ต้องการให้สมาชิกพรรคมีส่วนร่วมกำหนดตัวผู้สมัคร ส.ส. มาเป็นตัวแทนของตัวเอง ควรให้สมาชิกพรรคในเขตนั้นๆ หรือจังหวัดนั้นๆ เป็นผู้กำหนดตัวผู้สมัคร พรรคเพื่อไทยมีความพร้อมและไม่เห็นด้วยที่จะไพรมารีโหวตแค่ระดับภาค ถ้าไปแก้ไขเช่นนี้เหมือนเป็นการเอาใจพรรคการเมืองบางพรรคที่ไม่มีความพร้อม สุดท้ายอาจขัดเจตนารมณ์ ของกฎหมายเลอะเทอะกันไปใหญ่กลายเป็นลิงแก้แห จนเกิดปัญหาภายหลัง เมื่อของเดิมดีอยู่แล้วต้องดำเนินการไป

กระทุ้ง กกต.ทำตัวให้น่าเชื่อถือ

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเดินสายดูดอดีต ส.ส.ของกลุ่มสามมิตร โดยผู้ใหญ่ในรัฐบาลระบุว่าไม่ได้ทำผิดกฎหมาย ว่า การเสนอให้หรือสัญญาว่าจะให้ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด เพื่อจูงใจให้บุคคลสมัครเข้าเป็นสมาชิก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี มีโทษปรับให้เพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง นำไปสู่การยุบพรรคและสวนทางกับการปฏิรูปการเมืองหรือไม่ เพราะมีทั้งการเสนอเงิน เสนองบประมาณ หรือคำสัญญาจะช่วยเหลือเรื่องคดีความ ให้อดีต ส.ส.ที่ถูกดูดรอดพ้นจากคดี ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงถือว่าเข้าข่ายแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ทำลายระบบนิติรัฐหรือไม่ รัฐบาล คสช.มาแล้วก็ไป แต่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ควรสนใจใส่ใจในเรื่องเหล่านี้หรือไม่ งบประมาณที่เตรียมเสนอขอเพื่อใช้จัดการเลือกตั้งกว่า 5,000 ล้านบาท ถ้าทำได้เท่านี้ก็ควรพิจารณาตัวเอง ทำอย่างไร กกต.จึงจะเป็นองค์กรที่เป็นหลัก เป็นที่พึ่งที่หวังของประชาชน โดยเสมอภาค ไม่นำองค์กรไปเป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อการสืบทอดอำนาจของใครหรือไม่

“จุรินทร์” ตอกพลังดูดย้อนยุค

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ระบุว่าการเดินสายดูดของกลุ่มสามมิตรไม่ผิดกฎหมายว่า ไม่ขอให้ความเห็นเรื่องข้อกฎหมาย ให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่มีหน้าที่โดยตรงดีกว่า แต่กระแสข่าวการดูด ส.ส.ที่ปรากฏอยู่นั้น สะท้อนว่ากำลังมีการย้อนยุคกลับไปสู่จุดที่ว่า ทำอย่างไรก็ได้ขอให้ชนะ เหมือนบางยุคในอดีต ต้องยอมรับว่าพฤติกรรมมันสวนทางกับการปฏิรูปการเมืองชัดเจน เป็นห่วงภาพลักษณ์ประชาธิปไตย และการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น กรณีนี้คงไปโทษฝ่ายการเมืองอย่างเดียวคงไม่ได้แล้ว เพราะปรบมือข้างเดียวคงไม่ดัง ดังนั้นสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันทำ คือทำอย่างไรให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริตเที่ยงธรรม เพื่อผลการเลือกตั้งที่ออกมาจะได้เป็นที่ยอมรับได้ และไม่ย้อนกลับไปเกิดปมปัญหาอีก

จี้ กกต.สอบ “ทักษิณ” ครอบงำ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสการดูดอดีต ส.ส. ว่า การที่ ส.ส.ย้ายพรรคเป็นเรื่องปกติ ถ้าย้ายเพราะอึดอัดไม่สามารถอยู่พรรคเดิมได้ อุดมการณ์ความคิดเห็นไม่เหมือนกัน หรือพรรคเดิมอนาคตมืดมน เป็นเรื่องที่ทำได้ แต่ถ้าใช้อำนาจรัฐไปบีบคั้นถือว่าไม่ถูกต้อง ส่วนกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สนทนากับสมาชิกพรรคเพื่อไทย เมื่อดูทั้งสองคลิปติดต่อกัน มีทั้งภาพและเสียง มีการพูดโต้ตอบกับแกนนำของพรรคการเมือง พูดถึงว่าอีสานต้องได้ทุกที่นั่ง และอดีต ส.ส.ย้ายออกไปก็ดีแล้ว เอารุ่นใหม่เข้ามาแทน มีระบุชื่อพรรคเพื่อไทยชัดเจน จึงมองเป็นเรื่องอื่นไม่ได้นอกจากเป็นการสั่งการ หรือแสดงความเห็น แสดงความอยู่เหนือพรรคเพื่อไทย ฟังเป็นอย่างอื่นไม่ได้ มีการก้าวก่ายแทรกแซงพรรคเพื่อไทย จึงเป็นเรื่องที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องพิจารณาดำเนินการไปตามตัวบทกฎหมายโดยเคร่งครัด

ปชป.ออกโรงค้านยกเลิก สข.

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเนื้อหาร่าง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร ที่มีสาระสำคัญเพื่อยกเลิกสมาชิกสภาเขต (สข.) ว่า พรรคประชาธิปัตย์ขอคัดค้านการยกเลิก สข. ที่มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชน กลับไปใช้วิธีให้ผู้อำนวยการเขตแต่งตั้ง คัดเลือกกรรมการประชาคมเขตกันขึ้นมาเอง ถือว่าไม่ส่งเสริมการปกครองในระบอบประชาธิปไตย และการยกเลิก สข. ก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน คือ 1.ตัดโอกาสประชาชนที่จะใช้สิทธิตามระบอบประชาธิปไตยกระจายอำนาจให้เลือกตั้งผู้แทนระดับท้องถิ่น ทำงานใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด 2.การยกเลิก สข. แล้วใช้วิธีการแต่งตั้งคณะกรรมการประชาคมเขตมาทำหน้าที่แทน ถือเป็นการถอยหลังเข้าคลอง 3.การยกเลิก สข. ทำให้ไม่มีการตรวจสอบผู้บริหารของสำนักงานเขต เพราะกรรมการประชาคมเขตแต่งตั้งโดยผู้อำนวยการเขต และคัดเลือกกันเองย่อมไม่ตรวจสอบผู้แต่งตั้งตนเองอยู่แล้ว

จวก กทม.เปิดรับฟังลับๆล่อๆ

นายองอาจกล่าวอีกว่า การที่ กทม.เปิดให้แสดงความคิดเห็นร่างเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ผ่านทางเว็บไซต์ พบว่ารูปแบบการให้แสดงความคิดเห็นมีลักษณะชี้นำ เพราะมีเฉพาะช่องที่เห็นด้วย และอื่นๆ แต่ไม่มีช่องไม่เห็นด้วย นอกจากนั้นช่องทางการแสดงความคิดเห็นก็จำกัด ผ่านเว็บไซต์ของ กทม.เพียงช่องทางเดียว และมีระยะเวลาจำกัดถึงแค่วันที่ 13 ก.ค.นี้เท่านั้น ขณะที่ประชาชนส่วนมากยังไม่ทราบว่ามีการเปิดรับฟังความคิดเห็น ว่าควรยกเลิก สข.หรือไม่ จึงขอฝากไปยัง กทม. ควรสร้างกระบวนการรับฟังความคิดเห็นที่เปิดกว้างมากกว่านี้ เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

“สัญญา” ปราม 2 พรรคสาดน้ำลาย

ขณะที่นายสัญญา สถิรบุตร อดีตผู้อำนวยการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การตอบโต้กันของ 2 พรรคใหญ่ ไม่เห็นมีสาระอะไรนอกจากต่างโยนความผิด ทั้ง 2 พรรคเคยบริหารประเทศตามครรลองประชาธิปไตย แต่รักษาระบบรัฐสภาไว้ไม่ได้ การตอบโต้กันไปมาเช่นนี้ยิ่งสร้างความเบื่อหน่ายให้ประชาชน เมื่อเกิดวิกฤติทหารก็ออกมายึดอำนาจ ประชาชนชื่นชมในช่วงแรก และเริ่มเบื่อหน่ายกับการปกครองแบบเผด็จการ ที่เริ่มปฏิบัติย้อนกลับไปทำในสิ่งที่เคยตำหนินักการเมือง เช่น การดูด ส.ส. ที่ผ่านมาเคยเสนอต่อคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แล้วว่าต้องทำให้สภาเป็นของประชาชน โดยมีระบบลูกขุนสภา รวมทุกภาคส่วนมาทำหน้าที่ตัดสิน ถูกต้องเป็นถูก ผิดต้องเป็นผิด ประชาชนจึงจะไม่ออกมาประท้วงข้างถนน ทหารก็ไม่มีเหตุต้องออกมาทำปฏิวัติ ประชาชนจึงจะเริ่มกลับมาศรัทธาประชาธิปไตย ต้องเริ่มที่พรรคการเมืองต้องเข้าใจคำว่าประชาธิปไตยให้ถ่องแท้ ควรหันหน้าเข้าหากันชั่วคราวพิจารณาให้เข้าใจถึงปัญหา ดีกว่ามาโยนความผิดกันไปมา

สามมิตรโต้ “พิชัย” ละอ่อนน้อย

ด้านนายอนุชา นาคาศัย แกนนำกลุ่มสามมิตร กล่าวตอบโต้นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน และแกนนำพรรคเพื่อไทย ที่กล่าวโจมตีกลุ่มสามมิตรที่ไปดูดอดีต ส.ส.เข้าพรรค ว่า เคยได้ยินชื่อ “รัฐมนตรีบริจาค” หรือไม่ ในวงการเมืองรู้ดีว่าเป็นใคร ต่างกับนายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีต รมช.คมนาคม ผู้ผลักดันให้มีสนามบินสุวรรณภูมิ หรือนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ สมัยเป็น รมว.อุตสาหกรรม เคยเจรจาเรื่องก๊าซรักษาผลประโยชน์ให้ประเทศจำนวนมหาศาล แต่นายพิชัยตอนเป็น รมว.พลังงาน กลับไม่รู้ว่านายสุริยะทำอะไรให้ประเทศบ้าง นายพิชัยเป็นนักการเมืองใหม่คงไม่รู้วิถีการเมืองในอดีต สมัยอยู่พรรคไทยรักไทยเคยไปกวาดต้อนนักการเมืองพรรคอื่นเข้าร่วม ถ้าไม่เรียกดูดแบบนั้นเรียกว่าอะไร ถือเป็นเรื่องธรรมดาทางการเมือง ที่พรรคใหม่จะหาคนที่มีความเห็นตรงกันมาร่วมงาน เมื่อเขาอยู่พรรคนั้นไม่ได้ หรืออุดมการณ์เริ่มไม่ตรงกัน ก็ต้องหาที่อยู่ใหม่ที่อุดมการณ์ไปด้วยกันได้

ถูกต้องแล้วที่ทหารออกมา

นายอนุชากล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์บ้านเมืองไม่ปกติ พรรคการเมืองเพียงแค่แสวงหาอำนาจโดยอ้างประชาธิปไตย เอาคนออกมาเดินบนถนนเพื่อให้ได้อำนาจ จนประเทศไม่สงบสุข คิดว่าอดีต ส.ส.บางคนคงไม่พอใจอุดมการณ์เช่นนี้ เขาคงไม่อยากเห็นคนออกมาบาดเจ็บล้มตาย ใช้ความรักความศรัทธาประชาชนมาเป็นเครื่องทำลายล้างเพื่อเข้าไปสู่อำนาจ รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีเจตนารมณ์ลดปัญหาความขัดแย้ง เมื่อทำประชามติแล้วประชาชนรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เราก็ต้องยึดมั่นครรลองประชาธิปไตยเลือกตั้งตามกติกา ใครไม่เห็นด้วยก็ต้องไปว่ากันหลังเลือกตั้ง ตนและกลุ่มสามมิตรเป็นนักการเมืองที่มองว่า การที่ทหารเข้ามาเป็นเพราะความจำเป็น ที่นักการเมืองนำพาผู้คนมาเข่นฆ่ากัน ถือว่าถูกต้องแล้วที่ทหารออกมา เราต้องโทษตัวเราเอง

ฟุ้งรวมตัวด้วยอุดมการณ์ล้วนๆ

แกนนำกลุ่มสามมิตรกล่าวว่า กลุ่มของเราอยู่ภายใต้กฎหมาย เคยถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี ไม่เคยออกมาโวยวาย หรือเรียกร้องให้ออกมาเดินบนท้องถนน หรือต้องการอำนาจจนลืมความสุขของประเทศ คิดแต่ต้องโหยหาอำนาจเพื่อล้มล้างอีกฝ่าย เมื่อมาถึงจุดนี้การที่นักการเมืองรวมตัวกันในนามกลุ่มสามมิตร เป็นเรื่องอุดมการณ์ ถ้าพรรคไหนดีคิดว่าอุดมการณ์ดีอยู่แล้วสบายใจ อดีต ส.ส.เขาอยู่ อยู่แล้ว แต่ที่ออกมาบางส่วนทำให้เห็นเจตนาอะไรบางอย่าง ที่ระบุว่าออกมาแล้วจะสอบตกนั้นเขาจะออกมาทำไม แม้ต่อให้สอบได้แต่ก็อาจไม่สบายใจ เพราะอุดมการณ์ไม่ตรงกัน สู้ออกมาอยู่กับสิ่งที่เขาคิดว่าถูกต้อง ดีกว่าไปทนอยู่เช่นนั้น

หนุน “บิ๊กตู่” ที่ตั้งใจทำเพื่อชาติ

“ที่กลุ่มสามมิตรประกาศสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เป็นนายกฯต่อ เพราะเห็นว่าเมื่อมีการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย เราจะสนับสนุนใครก็ได้ที่คิดว่าเขาตั้งใจทำงานเพื่อประเทศชาติ ให้เกิดความสงบในบ้านเมือง และรับฟังความคิดเห็นของผู้คน นำมาปฏิบัติให้ประชาชนมีความสุข ผมคิดว่า พล.อ.ประยุทธ์อยากเห็นประชาชนทุกหมู่เหล่ามีความสุข มีความเจริญกินดีอยู่ดี นี่เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่จะทำสิ่งดีๆในวันข้างหน้า เรามั่นใจจะต่อสู่บนวิถีทางประชาธิปไตย เราจะเอาชนะให้ได้” นายอนุชากล่าว

คนยังไม่เชื่อมั่นได้เลือกตั้ง 62

วันเดียวกันสวนดุสิตโพล เปิดผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน 1,136 คนจากทั่วประเทศ เรื่องมาช่วยกันคิดเกี่ยวกับการเลือกตั้งในปี 2562 พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 54.17 มองว่าการกำหนดวันเลือกตั้งวันที่ 24 ก.พ.-5 พ.ค.2562 ถือเป็นข่าวดี อยากให้มีการเลือกตั้ง รองลงไปยังเห็นว่าเป็นเพียงการคาดคะเน ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน ยังไม่แน่ใจ รอให้นายกฯแถลงอย่างเป็นทางการ เมื่อถามถึงความเชื่อมั่นว่าจะมีการเลือกตั้งในปี 2562 ร้อยละ 36.88 ไม่ค่อยเชื่อมั่น ร้อยละ 25.09 ค่อนข้างเชื่อมั่น ร้อยละ 20.86 ไม่เชื่อมั่นเลย ต้องให้นายกฯออกมาประกาศอย่างเป็นทางการ ระบุวัน เวลา ที่แน่นอน ประชาชนจึงจะมั่นใจว่าได้เลือกตั้งในปี 2562 และส่วนใหญ่เห็นว่าการเลือกตั้งจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทุกคนทุกฝ่ายต้องให้ความร่วมมือ เคารพสิทธิซึ่งกันและกัน กฎระเบียบเคร่งครัด อยู่ในกติกา เคารพกฎหมาย รัฐบาลต้องหารือพูดคุยกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง มีข้อตกลงร่วมกัน ทั้งนี้ส่วนใหญ่ยังเชื่อว่าถ้ามีการเลือกตั้งแล้ว การเมืองไทยจะดีขึ้น

หวังรัฐบาลใหม่ฉุด ศก.ดีขึ้น

ด้านนิด้าโพลเปิดผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน จำนวน 1,250 หน่วยตัวอย่าง เรื่อง “นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจไทย” พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 54.88 มองว่าภาพรวมเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา (ม.ค.-มิ.ย.) แย่ลง เหตุจากราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ รายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย และราคาสินค้าเพิ่มสูงขึ้น มีเพียงร้อยละ 14.88 ระบุว่าดีขึ้นมีรายได้เพิ่มขึ้น สำหรับนโยบายที่อยากเสนอให้รัฐบาลนำไปใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ 5 อันดับแรก คือ นโยบายรับซื้ออุดหนุนพืชผลทางการเกษตร นโยบายควบคุมราคาสินค้า นโยบายเพิ่มงานเพิ่มอาชีพ ลดปัญหาการว่างงาน นโยบายลดอัตราดอกเบี้ยและคงอัตราภาษี และนโยบายเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ นอกจากนี้ ส่วนใหญ่ร้อยละ 56.64 ยังไม่เชื่อมั่นในการบริหารงานของรัฐบาลและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ในช่วงครึ่งปีหลัง ว่าจะทำให้เศรษฐกิจไทยดีขึ้น เพราะไม่ได้ช่วยประชาชนทุกระดับอย่างแท้จริง รัฐบาลแก้ปัญหาไม่ตรงจุด เป็นโครงการที่ไม่ต่อเนื่อง มีเพียงร้อยละ 38.32 บอกว่ามีความเชื่อมั่น นอกจากนี้ ส่วนใหญ่ยังเห็นว่าถ้ามีการเลือกตั้งและได้รัฐบาลชุดใหม่ จะทำให้เศรษฐกิจไทยดีขึ้น ต่างชาติจะเข้ามาลงทุนมากขึ้น เพราะมีความมั่นใจต่อรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และรัฐบาลชุดใหม่น่าจะมีแนวทางการบริหารและพัฒนาประเทศได้ดีกว่า

“เรืองไกร” คุ้ยปมซื้อไฟฟ้ารายย่อย

อีกเรื่องนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต ส.ว.สรรหา กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีมติให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) ต่ออายุการซื้อไฟฟ้าจากกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็ก (SPP) ออกไปอีก 3 ปี ว่า เรื่องนี้เป็นมติกพช. เมื่อวันที่ 30 พ.ค.2559 เห็นชอบต่อสัญญาให้ SPP ระบบ Cogeneration ที่จะสิ้นสุดสัญญาในปี 2560-2561 ระยะเวลา 3 ปี แต่วันที่ 20 ต.ค.2560 คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติปรับปรุงช่วงเวลาการสิ้นสุดอายุกลุ่มที่ได้ต่ออายุจากเดิมตั้งแต่ปี 2560-2561 เป็น 2559-2561 อาจเป็นการเอื้อประโยชน์ให้เอกชนรายใดรายหนึ่ง ที่มีปัญหาการนับวันครบอายุสัญญากับ กฟผ.หรือไม่ แม้กระทรวงพลังงานกำลังตรวจสอบเรื่องนี้อยู่ แต่เนื่องจากประธาน กพช.คือนายกรัฐมนตรี ประธานกบง. คือ รมว.พลังงาน กรณีนี้ควรร้องให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบ เพราะอาจผูกพันโยงใยเป็นปัญหาไปถึงรัฐวิสาหกิจกลุ่มค้าน้ำมันอีกแห่งหนึ่งด้วย เพราะมีข่าวซื้อหุ้นของ SPP รายหนึ่งที่อาจได้รับการต่อสัญญาจากมติดังกล่าว ดังนั้นจะส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบต่อไป

มะเร็งคร่า “คณิน บุญสุวรรณ”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงค่ำวันเดียวกัน นายคณิน บุญสุวรรณ อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ 2540 และอดีตประธานคณะทำงานติดตามการร่างรัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อไทย เสียชีวิตที่บ้านพักด้วยวัย 72 ปี หลังเข้ารับการรักษาอาการป่วยด้วยโรคมะเร็ง ที่โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ สำหรับประวัตินายคณิน เกิดที่จังหวัดชลบุรี จบปริญญาตรีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปริญญาโททางรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮิวส์ตัน สหรัฐอเมริกา เป็น ส.ส.ชลบุรี สมัยแรกสังกัดพรรคกิจสังคม เมื่อปี 2522 แล้วย้ายมาเป็น ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อปี 2528 และเป็นสมาชิก ส.ส.ร.ปี 40 โดยเป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญด้วย ถือเป็นผู้มีความรู้ด้านรัฐธรรมนูญและสถาบันทางการเมืองมากที่สุดคนหนึ่ง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้