วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ช่วงล่าง เครื่อง เกียร์ จุดเด่น RANGER RAPTOR กระบะสายโหด

ช่วงล่าง เครื่อง เกียร์ จุดเด่น RANGER RAPTOR กระบะสายโหด

  • Share:

จากความเข้มงวดของการปรุงแต่งประสิทธิภาพ มีเพียงทางเดียวเท่านั้นที่ทีม Ford Performance จะยอมให้ Ranger Raptor คันแรกของโลกออกสู่ตลาด หลังจากผ่านการทดสอบในพื้นที่ทุรกันดารและทะเลทรายในประเทศออสเตรเลีย กระบะสายโหดจาก Ford Performance คันนี้ มุ่งหน้าไปยังลิฟอร์เนีย เพื่อขับทดสอบอย่างหนักในพื้นที่ทุรกันดารซึ่งในบริเวณนั้นเป็นดินแดนแห่งทะเลทรายสุดโหด เป็นสถานที่แห่งเดียวกันที่ Ford ใช้ทดสอบ F-150 Raptor

Ford ให้ความสำคัญกับดีเอ็นเอของรถยนต์ในตระกูล Ford Performance ดีเอ็นเอของรถ F-150 Raptor อันเลื่องชื่อนั้น ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรถกระบะออฟโรดที่ใช้วิ่งสำรวจสภาพถนน เพื่อนำข้อมูลไปเตรียมรถลงแข่งขันความเร็วสูงที่ทะเลทรายบาฮาและดาการ์ ซึ่งพร้อมเผชิญหน้ากับทุกอุปสรรค

เฮอร์มานน์ ซาเลนบอค ผู้อำนวยการ Ford Performance กล่าวว่า Ranger Raptor ต้องผ่านสนามทดสอบเดียวกัน บททดสอบเดียวกัน และมาตรฐานเดียวกันกับพี่ใหญ่ อย่าง F-150 Raptor

“นี่คือเส้นทางที่มีความหฤโหดระดับเดียวกันกับการแข่งขันบาฮา 1000 และดาการ์ แรลลี่ ที่เราหามาได้” ซาเลนบอค กล่าว “นี่คือพื้นที่ที่ดีที่สุดในโลกที่จะใช้ทดสอบความแกร่งของรถกระบะประเภทนี้ ถ้าผ่านที่นี่ไปได้ ก็ไม่มีที่ไหนที่เป็นอุปสรรคของ Ranger Raptor อีกต่อไป”

ดีเอ็นเอของกระบะสายโหด Ford Performance ถ่ายเทงานวิศวกรรมเพื่อให้เข้ากับกระบะสายลุยอย่าง Ranger Raptor จากการทดลองวิ่ง Ranger Raptor สามารถผ่านบททดสอบไปได้ตามที่คาดหมายไว้ และพร้อมแล้วที่โรงงานของ Ford Thailand จะทำการส่งออกรถกระบะขนาดกลาง ด้วยมาตรฐานใหม่ของรถกระบะสมรรถนะสูงเพียงรุ่นเดียวที่ผลิตจากโรงงานในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก

เอ็ด เครนซ์ หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรมด้านการใช้งาน Ford Performance กล่าวว่า รถออฟโรดสมรรถนะสูง Ford F-150 Raptor ถูกถ่ายเทประสิทธิภาพของแรงบิด ชุดส่งกำลัง ระบบรองรับ ระบบเบรกและโหมดการขับเคลื่อนหลากรูปแบบเพื่อเอาตัวรอดในเขตทุรกันดาร จาก F150 มาเป็น Ranger Raptor เป็นไปได้อย่างสมบูรณ์แบบ

มิติตัวถังยาว 5,398 มิลลิเมตร กว้าง 2,038 มิลลิเมตร สูง 1,873 มิลลิเมตร ความกว้างช่วงล้อหน้า 1,710 มิลลิเมตร หลัง 1,710 มิลลิเมตร ความสูงจากพื้นถึงใต้ท้อง 283 มิลลิเมตร


“คุณจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ทุกแง่มุมของรถคันนี้ได้รับการออกแบบมาโดยมีสมรรถนะเป็นหัวใจหลัก ทั้งช่วงล้อที่กว้างขึ้น ความสูงที่เพิ่มขึ้น แก้มข้างรถที่ขยายออก โช้คอัพของ FOX Racing Shox รวมถึง ล้อและยางที่ใหญ่ขึ้น รูปลักษณ์ที่ดุดันสื่อถึงสมรรถนะที่อัดแน่นเต็มเปี่ยมของรถคันนี้ นี่คือ แร็พเตอร์อย่างแท้จริง ที่มีดีเอ็นเอของ Ford Performance อยู่ในทุกตารางนิ้ว Raptor ในสายพันธุ์ของ Ranger คือ รถออฟโรดสมรรถนะสูงที่ผลิตจากโรงงานเพียงหนึ่งเดียวในโลก และจะสร้างความตื่นตะลึงให้กับทุกคนด้วยประสิทธิภาพที่เหนือกว่าในทุกแง่มุม"

ดาเมียน รอส หัวหน้าทีมวิศวกร Ford Ranger Raptor รู้ดีว่าทีมช่างและวิศวกรของ Ford ได้สร้างสุดยอดรถกระบะที่มีดีเอ็นเอของ Ford Performance ตั้งแต่ช่วงแรกๆ ของการพัฒนาและทดสอบบนเส้นทางออฟโรดสุดโหดในทะเลทรายฟิงเค่อ ประเทศออสเตรเลีย หนึ่งในเป้าหมายระยะแรก คือ การออกแบบโครงสร้างของตัวรถที่สามารถรับมือกับการขับขี่แบบออฟโรดความเร็วสูงได้  Ford ทดสอบความเร็วกับรถต้นแบบหลายครั้ง และได้ผลลัพธ์ที่ดีเกินคาด 

ระบบกันสะเทือนขั้นเทพ
Ford Ranger Raptor สร้างมาตรฐานใหม่ของศักยภาพและความเร็วในการขับขี่แบบออฟโรด โช้คอัพของ Fox Racing Shox ช่วยดูดซับแรงกระแทกจากการขับขี่ความเร็วสูง ซึ่งมักจะเขย่าทั้งตัวรถและคนขับอย่างรุนแรงในรถทั่วไป ระบบกันสะเทือนหลังแบบใหม่ รวมถึงระบบวัตต์ลิงค์และสปริงคอยล์โอเวอร์ช็อค ทำให้เพลาเคลื่อนที่อย่างมั่นคง จึงช่วยเรื่องการทรงตัวและการควบคุมรถให้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ ช่วงล่างที่ถูกยกสูงขึ้นและระยะช่วงล้อที่กว้างขึ้น มุมไต่และมุมจากเพิ่มขึ้น ยังช่วยเรื่องการทรงตัว ทำให้สามารถขับขี่แบบออฟโรดในทุกภูมิประเทศและทุกความเร็วได้อย่างมั่นใจ

ขุมกำลังดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร ระบบส่งกำลังประสิทธิภาพสูงแบบ 10 สปีด
เครื่องยนต์ดีเซลใหม่แบบ Bi-Turbo (เทอร์โบคู่) ขนาด 2.0 ลิตร และเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Ford ในการส่งถ่ายกำลังแรงบิดที่ได้รับจากเครื่องยนต์อย่างเต็มประสิทธิภาพ เครื่องยนต์ดีเซลแถวเรียง 4 สูบ ทรงพลังและมีขนาดเล็ก มีน้ำหนักเบา ปล่อยมลพิษต่ำ แรงบิดและแรงม้าจัดเต็มด้วยการบูสอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้ด้วยเทอร์โบ 2 ลูก และอัตราทดเกียร์ที่แคบลง เครื่องยนต์ดีเซล EcoBlue TDCi 4 สูบแถวเรียง ขนาด 2.0 ลิตร 1,996 ซีซี. อัดอากาศด้วยเทอร์โบคู่ High-Pressure (HP Turbo) เทอร์โบแรงดันสูง และ Low-Pressure (LP Turbo) เทอร์โบแรงดันต่ำ ควบคุมด้วยวาล์ว Bypass) กำลังสูงสุด 213 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด พร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์หลังพวงมาลัย Paddle Shift

สายพานไทม์มิ่งแบบจุ่มในน้ำมันเครื่อง Belt-in-oil Primary Drive ฝาครอบเครื่องยนต์ พร้อมโฟมดูดซับเสียง เพื่อลด NVH : Noise Vibration Hashness ฝาครอบ Compressor ระบายความร้อนด้วยน้ำ ลูกสูบอะลูมิเนียม มีการหล่อซ้ำที่ขอบแอ่งหัวลูกสูบ Bowl Edge Re-Melt
ระบบกรองน้ำมันเกียร์ Sump Filtration and ULV ปั๊มน้ำมันเกียร์ชนิดใบพัดแปรผันแบบเยื้องศูนย์ Off-Axis Variable-Displacement Vane Pump คลัตช์แบบ Rollover One-way Clutch (OWC)

โหมดขับเคลื่อนของ Ranger Raptor

ขับเคลื่อน 2 ล้อ (2WD)

Normal : โหมดปกติ
Sport : สปอร์ต เกียร์เปลี่ยนไวขึ้น คารอบเครื่องไว้สูง
ขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD)

Grass / Gravel / Snow : หญ้า กรวด/หิน หิมะ เปลี่ยนเกียร์นุ่มนวลขึ้น ออกตัวด้วยเกียร์ 2 ลดการลื่นไถลของล้อรถ
Mud / Sand : ใช้เกียร์ต่ำ ปรับการตอบสนองของระบบ Traction Control
Rock : หิน ใช้ความเร็วต่ำ
Baja : บาฮา ปรับการตอบสนองเครื่องยนต์ให้เหมาะกับการขับแบบ Off-Road ความเร็วสูง ตัดการทำงานระบบ Traction Control ปรับการตอบสนองของระบบส่งกำลัง (เกียร์) และคารอบเครื่องไว้สูง

ล้อ และ ยาง 
ล้อขนาด 17 นิ้ว
ยาง All-Terrain BF Goodrich ขนาด 285/70 R17
เส้นผ่านศูนย์กลางยาง 838 มิลลิเมตร กว้าง 285 มิลลิเมตร

ระบบเบรก
คาลิปเปอร์เบรกคู่หน้า แบบลูกสูบคู่ เส้นผ่านศูนย์กลาง 54 มิลลิเมตร
เบรกคู่หน้า : ดิสก์เบรก พร้อมครีบระบายความร้อน ขนาด 332 x 32 มิลลิเมตร

เบรกคู่หลัง : ดิสก์เบรก พร้อมครีบระบายความร้อน ขนาด 332 x 24 มิลลิเมตร
ดิสก์เบรกด้านหลัง พร้อมระบบ Brake Actuation Master Cylinder

(ข้อมูลจาก http://www.headlightmag.com/official-photo-data-ford-ranger-raptor/)

ห้องโดยสาร
Ranger Raptor มีดีเอ็นเอของ Ford Performance เบาะที่นั่งออกแบบเป็นพิเศษ เพื่อรองรับการขับแบบออฟโรดด้วยความเร็วสูง ท่านั่งที่กระชับรัดกุมบนเบาะของ Raptor ช่วยให้สามารถควบคุมรถขณะวิ่งด้วยความเร็วสูงบนเส้นทางออฟโรดได้ง่าย ผู้ขับ Raptor จะสังเกตเห็นความแตกต่างของรายละเอียดบริเวณคอนโซลหน้ารถ เช่น เป็นการเดินด้ายสีน้ำเงิน การเลือกใช้วัสดุหนัง ดีเอ็นเอ Ford Performance มีบทบาทสำคัญในการปรุงแต่งภายในของ Raptor รวมถึงแถบบอกตำแหน่งองศาพวงมาลัย On-Centre Marker ที่เป็นแถบสีแดงด้านบนของพวงมาลัย ช่วยให้นักขับออฟโรดทราบถึงตำแหน่งองศาของพวงมาลัยขณะลอยอยู่ในอากาศหรือขับขี่ด้วยความเร็วสูง พวงมาลัยของเรนเจอร์ แร็พเตอร์ ยังมาพร้อมแป้น Paddle Shift ขนาดใหญ่ที่ผลิตจากแม็กนีเซียมน้ำหนักเบา ทำให้ผู้ขับเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างแม่นยำและไว ตามความต้องการ

การผสมผสานสมรรถนะของ F-150 Raptor เข้ากับความคล่องตัวของกระบะไซส์กลางอย่าง Ranger Raptor ทำให้ลูกค้าทั่วโลกให้ความสนใจรถรุ่นนี้มากเป็นพิเศษ Raptor กลายเป็นรถปิกอัพในฝันของสายลุยทั่วโลก หลังจาก Ford รับฟังและตอบสนองต่อเสียงเรียกร้องของลูกค้า ด้วยการวิจัย พัฒนา ออกแบบและนำขึ้นสู่สายการผลิตรถกระบะพันธุ์ใหม่ที่มีสมรรถนะสูงกว่ารถกระบะทั่วไป.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-5253692475053

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้