วันพุธที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สงครามไม้พลอง

สงครามไม้พลอง

  • Share:

ในสมัยรัชกาลที่ 5 มีกฎหมายห้ามถือไม้พลองขนาดใหญ่ ...เพราะถ้าถูกสงสัยเป็นอันธพาล อาจจะก่อการจลาจล...ก็จะถูกตำรวจจับขึ้นโรงพักได้ง่ายๆ

ในหนังสือ แกะปมจินตนภาพ นาย ก.ศ.ร. กุหลาบแห่งกรุงสยาม (บุญพิสิฐ ศรีหงส์ สำนักพิมพ์มติชน พ.ศ.2560) หัวข้อที่ 6 การสิวิไลยของกรุงสยาม...ตอนหนึ่งความว่า

ข่าวใหญ่ที่ผู้คนสนใจวิจารณ์ไปทั่ว เกิดขึ้นเมื่อ 18 ก.พ.2437 เมื่อพลตระเวน จับพระยาธรรมสารเนตติ์ (เหลือ) ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ และรัฐมนตรี ขณะถือไม้เท้านำบ่าวไพร่เตรียมอาหารไปใส่บาตรพระสงฆ์

เมื่อพลตระเวนแจ้งข้อหา ถือไม้เท้าที่มีขนาดผิดไปจากประกาศอนุญาต ในประกาศของ “กอมมิตีบังคับการกรมพระนครบาล” ขอให้ไปโรงพัก ท่านก็ยอมไปแต่โดยดี

พวกพลตระเวนที่แจ้งข้อหาแล้ว แต่ก็มิได้ว่ากล่าวหรือทำประการใด ยอมให้พระยาธรรมสารเนตติ์ เอาของไปถวายพระได้ตามเจตนา

รุ่งขึ้นนักข่าวติดตามความคืบหน้าที่ศาลโปริสภา ผู้พิพากษาตัดสินว่า พระยาธรรมสารเนตติ์ ไม่ได้กระทำผิดต่อประกาศของกอมมิตีบังคับการกรมพระนครบาล

ความประสงค์ของประกาศมีแต่จะให้ศาลปรับไหมคนซึ่งกรมกองตระเวนฝ่ายกองรักษามีความสงไสยว่า ประพฤติการอันธพาล อาจจะก่อการจลาจลทำร้ายขึ้นเท่านั้น

หาได้ต้องการให้จับกุม ผู้มียศบรรดาศักดิ์สูง และมีกิริยาอันเป็นที่ไว้วางใจ เช่นพระยาธรรมสารเนตติ์นั้นไม่

ข่าวนี้มีผู้ใช้ชื่อ “นานๆก็โป่งเสียหนหนึ่ง” เขียนแสดงความสงสัยว่า

พระยาธรรมสารเนตติ์ เป็นผู้พิพากษา ทั้งยังเป็นรัฐมนตรีรับราชการฉลองพระเดชพระคุณ ทำไมจึงไม่รู้ว่ามีกฎหมาย ห้ามมิให้คนถือไม้พลองกระบองสั้นกำหนดวัดศูนย์กลางต้นโตตั้งแต่นิ้วกึ่งขึ้นไป ฤาปลายโตแต่ 1 นิ้วขึ้นไป เดินไปมาในท้องที่พลตระเวนตั้งกองรักษาอยู่

มีข้อสังเกตถึงสำนึกเดิมๆที่คลี่คลายมาสู่สำนึกในเรื่องความเสมอภาคของบุคคล การที่จะได้รับการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเสมอหน้ากัน ตลอดจนกระบวนการใช้เหตุผล

ต่อมา เมื่อวันที่ 28 พ.ค.2439 ที่ถนนเฟื่องนคร บ่าวไพร่ของภรรยาเก่าและภรรยาใหม่ของพระยาเพชรปาณี (ตรี) เจ้าของลิเกเพชรปาณี ปลัดทูลฉลองกระทรวงพระนครบาล ใช้ไม้พลองกระบองสั้น ตีกันชุลมุน

จมื่นมหาสนิท (มานพ บุรณสิริ) น้องชายพระอนันต์นรารักษ์ ผู้บังคับการโปลิศ เป่านกหวีดเรียกพลตระเวนมาระงับเหตุ บ่าวไพร่เมียเก่าเมียใหม่พระยาเพชรปาณี เลิกตีกันเอง

รวมหัวกันเอาไม้พลองกระบองสั้น ตีสู้กับไม้พระบองของพลตระเวน

ขณะเกิดเรื่อง ตัวพระยาเพชรปาณี ก็ยืนดูอยู่กับเมียใหม่ที่หน้าบ้าน โดยมิได้ห้ามปราม

จนเมื่อพระอนันต์นรารักษ์มาถึง ถามพระยาเพชรปาณีว่า “ทำไมไม่ห้าม” พระยาเพชรปาณีโต้เถียงกับผู้บังคับการโปลิศหลายประโยค และหลุดปากว่า “ถ้ารับสั่งถูกก็กลัว รับสั่งไม่ถูกก็ไม่กลัว”

ประเด็นนี้ มีผู้วิจารณ์ใน นสพ.สยามออบเซอร์เวอร์ ฉบับเดือน มิ.ย.2439 ว่า ผู้มีบรรดาศักดิ์ได้ทำความร้าย ผิดกฎหมาย แล้วมีพระราชกำหนดละเว้นโทษบ้างหรือไม่

ถ้าหากมีบทกฎหมายที่จะละเว้นได้แล้ว เสียงที่กล่าวว่า ยุติธรรมๆนั้น ควรจะประดิษฐานลงในที่ใด

ผมอ่านเรื่อง สงครามไม้พลอง สมัยรัชกาลที่ 5 แล้ว ได้รู้ว่าการใช้กฎหมายมีความไม่ลงตัว มีข้อโต้เถียงกันมานานแสนนานไม่ว่าในสมัยการปกครองแบบใด จึงเลิกสงสัย ทำไม?

คดีความผิดชนิดเดียวกัน พวกหนึ่งถูกจับเข้าคุก แต่อีกพวกยังลอยหน้าลอยตา

ตัวอย่างมีมาแต่โบราณ ถือไม้เท้าเข้าในเขตห้ามถือเหมือนกัน คนหนึ่งไม่ถูกจับ แต่อีกพวกเจอข้อหาอันธพาล ก่อการจลาจล.

กิเลน ประลองเชิง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้