ยังทำใจไม่ได้! แม่เศร้าเดินทางมารับศพลูกสาวและสามี หลังถูกลูกเขยยิงดับคาโรงพยาบาล เผยทั้งสองมาตายจากไปตนจะอยู่ต่อไปอย่างไร ขณะที่ลูกเขยอาการยังสาหัสแพทย์ต้องเฝ้าดูนาทีต่อนาที...

จากกรณีพิษรัก สามีบุกยิง น.ส.ธัญญามาศ ทะนามศรี อายุ 26 ปี และนายสัมพันธ์ ทะนามศรี อายุ 60 ปี แฟนสาวและพ่อตา เสียชีวิตกลางโรงพยาบาลนครปฐม ก่อนใช้ปืนกระบอกเดียวกันลั่นไกใส่ตัวเอง โดยคาดว่าสาเหตุมาจากทะเลาะกับพ่อตาที่ให้ลูกสาวเลิกกับลูกเขย จนเกิดอาการเครียดจัดแล้วก่อเหตุสะเทือนขวัญดังกล่าวขึ้น (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง ที่นี่)

ล่าสุด ช่วงเช้าของวันที่ 16 มิ.ย.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ครอบครัวของ น.ส.ธัญญามาศ ทะนามศรี และ นายสัมพันธ์ ทะนามศรี ได้เดินทางมารับศพที่โรงพยาบาลศูนย์นครปฐม โดยเจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมหลังจากที่มีการผ่าพิสูจน์ศพเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทางญาติได้นำใบรับศพ มาดำเนินการรับศพกลับบ้าน เพื่อนำไปตั้งสวดบำเพ็ญกุศลที่ วัดโพธิ์ราชศรัทราธรรม อ.บางเลน จ.นครปฐม

จากการสอบถาม นางรัศมี ทะนามศรี อายุ 50 ปี แม่ของ น.ส.ธัญญามาศ ซึ่งเป็นภรรยาของ นายสัมพันธ์ ได้มีอาการโศกเศร้าเสียใจเป็นอย่างยิ่ง เปิดเผยเบื้องต้นว่า "ตอนนี้ยังทำใจไม่ได้ เมื่อวานนี้รู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเรื่องดังกล่าวไม่คิดมาก่อนว่าจะเกิดขึ้นกับครอบครัว ตนมีบุตร 2 คน ชายหญิง แต่ตอนนี้สามีต้องมาตายจากไปพร้อมกับบุตรสาวอีก ตนจะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไร"

...

ทางด้าน นายแพทย์สุนัย จันทร์ฉาย รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม กล่าวว่า เบื้องต้นอาการ นายชัยพร ผู้ก่อเหตุ ค่อนข้างหนักเพราะกระสุนปืนโดนจุดสำคัญคือแกนสมองใหญ่ แพทย์ต้องเฝ้าดูอาการนาทีต่อนาที นอกจากนี้จากการตรวจสอบยังพบว่า นายชัยพร เพิ่งเข้ารับการรักษากับทีมแพทย์จิตเวชของโรงพยาบาล เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา แพทย์ที่ให้การรักษาพบว่าอาการค่อนข้างหนัก เพราะมีความเครียดสูง ทำให้แพทย์ต้องให้คำปรึกษานานหลายชั่วโมง

ขณะที่ นางกาหลง เชาวนะกมล แม่ของนายชัยพร ผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า ทั้งสองคนคบกันมานานหลายปีจนแต่งงาน แต่เพิ่งทราบไม่นานว่ามีปัญหากัน ส่วนตนอยากให้ลูกกลับไปคืนดีกันเพราะมีลูกแล้วอายุเพียงเดือนกว่าเท่านั้น จึงแนะนำให้ลูกชายไปง้อ โดยตนก็ได้เดินทางไปบ้านของ น.ส.ธัญญามาศ เมื่อไปถึงได้บอกกล่าวขอโทษพ่อแม่ โดยลูกชายยกมือกราบขอโทษ แต่ผู้เป็นพ่อมีท่าทีเฉยเมย โดยตนไม่รู้ว่าทะเลาะกัน แต่ก็ได้เตือนสติไว้ว่าจะทำอะไรขอให้ใจเย็นๆ ซึ่งลูกชายได้ตอบกลับมาเพียงคำเดียวว่า "เดี๋ยวจะจัดการเอง" แต่ไม่คิดว่าจะจัดการในรูปแบบนี้.