วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ใจตรงกัน! 3 พรรค ถกวงเสวนา เห็นพ้องต้องแก้ รธน.ยกเครื่องประชาธิปไตย

"จาตุรนต์" จี้ คสช.กำหนดวันเลือกตั้งชัดเจน เล็งเลิกยุทธศาสตร์ "มาร์ค" บี้ คสช.เอาให้ชัดอนาคตการเมือง จี้ปลดล็อกเร็วที่สุด ด้าน "ธนาธร" ชงแก้ รธน.ทั้งฉบับ ส่วน "ไพบูลย์" ชี้ทางออกยอมรับกติกาตาม รธน.

เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.61 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ท่าพระจันทร์ คณะรัฐศาสตร์ มธ.จัดเสวนาเนื่องในวาระคล้ายวันสถาปนาคณะรัฐศาสตร์ประจำปี 2561 ในหัวข้อ "อนาคตประชาธิปไตยไทยข้ามพ้นกับดักความหวัง?" โดยมีผู้ร่วมวงเสวนาประกอบด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและแกนนำเพื่อไทย (พท.) นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) และนายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป (ปชช.) โดยบรรยากาศในการเสวนาเป็นไปอย่างคึกคัก มีนักศึกษาและประชาชนเข้าร่วมการเสวนาจำนวนมาก และที่มีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบ รวมถึงเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงสังเกตการณ์ตลอดการเสวนา

โดย นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ไม่ใช่กับดักสำหรับนักการเมืองหรือพรรคการเมือง แต่เป็นกับดักต่อประเทศไทยที่จะดักการพัฒนาของระบอบประชาธิปไตย กติกาที่เขียนขึ้นทำให้ประเทศถอยหลังไปมาก ผลการเลือกตั้งอาจไม่นำไปสู่สิ่งที่ประชาชนต้องการ ขณะที่กับดักที่สำคัญอีกสิ่งคือการมียุทธศาสตร์และแผนปฏิรูปประเทศ ถ้าคสช.มาเป็นรัฐบาลภายหลังการเลือกตั้งแสดงว่าได้วางแผนกำหนดประเทศไทยไว้แล้วและต้องมีอายุไปอีก 20 ปี ซึ่งตนเห็นว่ารัฐธรรมนูญที่ดีควรจะแก้ไขได้

นายจาตุรนต์ กล่าวถึงการจัดการกับกับดักต่างๆ ว่า 1. กำหนดวันเลือกตั้งโดยเร็ว 2. คสช.งดใช้อำนาจตามมาตรา 44 ที่จะกระทบกับการเลือกตั้ง ก่อนเลือกตั้ง 3 เดือน และให้ครม.ทั้งคณะลาออกแล้วให้ปลัดกระทรวงต่างๆ มาทำหน้าที่ตามมาตรา 168 ตามด้วยมาตรา 169 ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้คสช.สืบทอดอำนาจพรรคเพื่อไทยยืนยันไม่สนับสนุนคนนอกเป็นนายกรัฐมนตรี 3. เรื่องรัฐธรรมนูญและแผนปฏิรูปประเทศ พรรคการเมืองต้องมุ่งมั่นแก้รัฐธรรมนูญ โดยพรรคเพื่อไทยตั้งเป้าจะแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ แต่ยอมรับว่ายากมากที่จะแก้ไข แต่เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมจะยกเลิกแผนยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปประเทศ จะแก้แบบไหนก็เป็นหน้าที่ของพรรคการเมืองที่ต้องเสนอนโยบาย

ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราต้องการให้ประเทศกลับคืนสู่รูปแบบประชาธิปไตย และรักษารูปแบบและสาระของประชาธิปไตย ซึ่งปัจจุบันมีกับดัก 4 เรื่อง คือ 1. คำสั่งของคสช.ที่ทำให้ประเทศเดินหน้าไม่ได้ 2.จะสามารถจัดการเลือกตั้งที่เสรี เป็นธรรมได้จริงหรือไม่ เพราะมีการใช้มาตรา 44 ปลดคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 3. ผู้มีอำนาจเปลี่ยนบทบาทจากกรรมการเป็นผู้เล่น ส.ว. 250 คนที่ไม่ผ่านการเลือกตั้ง แต่มีสิทธิเลือกหัวหน้ารัฐบาล 4. รัฐธรรมนูญปัจจุบันยังไม่มีความเป็นประชาธิปไตย อย่างไรก็ตามเชื่อว่าจะสามารถก้าวข้ามกับดักนี้ได้ด้วยกระบวนการที่เป็นประชาธิปไตยโดยความยินยอมพร้อมใจของคนในประเทศ เราต้องทำให้การเลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรม สำหรับรัฐธรรมนูญปี 60 ได้ลอกแนวคิดจากรัฐธรรมนูญปี 21 มาเพื่อให้ พล.อ.ในขณะนั้นกลับมาเป็นนายกฯ

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ถ้าจะแก้รัฐธรรมนูญต้องมี ส.ว. 1 ใน 3 เห็นชอบด้วย อยู่ที่จะออกแบบวิธีการทำอย่างไรดึง ส.ว.1 ใน 3 มาร่วมด้วย ขณะเดียวกันขอเรียกร้องให้ คสช.ยกเลิกประกาศและคำสั่งต่างๆ อย่างเร็วที่สุด ตนไม่เห็นพรรคการเมืองไหนประชุมพรรคแล้ว จะสร้างปัญหาต่อความมั่นคง การเปิดโอกาสให้พรรคหาสมาชิกและเร่งจัดตั้งสาขา ทั้งนี้ขอให้ คสช.ชัดเจนกับประชาชนในเรื่องการเมืองว่า จะเอาอย่างไร การแข่งขันต้องเป็นธรรม อย่างไรก็ตามยืนยันภายหลังการเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์จะปฏิบัติตามกฎหมาย และเชื่อว่าคะแนนเสียงของคนรุ่นใหม่จะช่วยให้ประเทศก้าวพ้นกับดักเดิมๆ ได้

นายธนาธร กล่าวว่า ทางออกเดียวของสังคมไทยคือต้องนำความเชื่อมั่นกลับมาสู่รัฐสภาอีกครั้ง ขอเสนอวิธีก้าวพ้นกับดักดังนี้ 1. ต้องสร้างฉันทามติโดยการมีส่วนร่วมของประชาชน 2. การเลือกตั้งที่จะถึงพรรคการเมืองต้องได้ 376 เสียงเป็นรัฐบาลให้ได้ ต้องชนะขาดเป็นซุปเปอร์มาจอริตี้ แล้วประชามติเพื่อขอแก้รัฐธรรมนูญ ตั้ง ส.ส.ร.ขึ้นมาใหม่ ซึ่งมาจากประชาชน แล้วเราจะได้รัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชน โดยไม่เกิดความวุ่นวาย ขอให้พอกันทีกับการเมืองแบบเก่า และการทำรัฐประหารซ้ำแล้วซ้ำเล่า จึงขอเชิญชวนประชาชนเลือกพรรคที่เชิดชูและฝักใฝ่ในประชาธิปไตยให้ได้ 376 เสียง ยืนยันเราจะแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ

นายธนาธร ยังกล่าวถึงการนัดประชุมเพื่อกำหนดวันเลือกตั้งในสิ้นเดือน มิ.ย.นี้ ว่า คงไม่ไป การจัดการเลือกตั้ง เป็นเรื่องของเจตจำนง 90 วัน ก็สามารถทำได้ ไม่ต้องรอถึงเดือน ก.พ.2562 เป็นเรื่องของความตั้งใจมากกว่า ส่วนความคืบหน้าการตั้งพรรคอนาคตใหม่ เจ้าหน้าที่รัฐหรือกกต.เองก็อยากทำในสิ่งที่ถูกต้อง สิ่งที่น่าห่วงกังวลมากกว่าคือการคุกคามสมาชิกพรรค ที่เข้ามาร่วมประชุมครั้งแรกเมื่อวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา ส่วนขั้นตอนการจดจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่ ยอมรับว่าอยู่ระหว่างการทำเอกสาร เพื่อส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ต้องใช้เวลาเพราะขั้นตอนทางกฎหมายมีรายละเอียดเยอะ อย่างไรก็ตามตนเชื่อว่า ภายในวันที่ 1 ก.ย.พรรคอนาคตใหม่ จะได้รับการรับรองและสามารถดำเนินการในนามพรรคได้ ส่วนการประชุมวงเล็กระหว่าง กฤษฎีกา กกต.และกรธ. เย็นวันนี้ (14 มิ.ย.) ตนขอรอฟังผลการพิจารณาก่อน 

ด้าน นายไพบูลย์ กล่าวว่า ยอมรับว่าตนเป็นส่วนหนึ่งของกับดัก แต่ถ้าถามว่าอยากให้เกิดรัฐประหารไหม ตนไม่อยากให้มีรัฐประหารภายภาคหน้า ต่อไปควรนำหลักธรรมาธิปไตยของพระพุทธเจ้ามาปฏิบัติด้วย ตนอยากให้สังคมสงบไม่มีความวุ่นวาย ใช้สิทธิเสรีภาพทำได้ภายใต้กฎหมาย ส่วนเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญนั้น วาระที่ 1 ต้องได้รับเสียงเห็นชอบจาก ส.ว. 1 ใน 3 หรือ 80 คน แล้วค่อยไปวาระที่ 2 และวาระที่ 3 ที่สำคัญ ส.ส.ฝ่ายค้านต้องเห็นด้วยทุกพรรค เมื่อเห็นด้วยทั้งหมดถึงค่อยนำไปสู่การทำประชามติ ซึ่งยอมรับว่ารัฐธรรมนูญแก้ไขได้ยาก ขอทุกคนอย่าติดกับดักในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อยากให้ทำการเมืองที่คิดถึงประชาชน กับดักทั้งหลายทนไปอีก 5 ปีแล้ว คุณจะรู้สึกชอบ ยืนยันว่าจากนี้ตนจะไม่สร้างความขัดแย้ง ไม่ออกไปประท้วงหรือทำอะไรแล้ว จะทำทุกอย่างตามกฎหมาย และขอให้คนรุ่นใหม่อย่าตกเป็นเครื่องมือของใคร ประชาธิปไตยเป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องเป็นประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมโดยตรง

"จาตุรนต์" จี้ คสช.กำหนดวันเลือกตั้งชัดเจน เล็งเลิกยุทธศาสตร์ "มาร์ค" บี้ คสช.เอาให้ชัดอนาคตการเมือง จี้ปลดล็อกเร็วที่สุด ด้าน "ธนาธร" ชงแก้ รธน.ทั้งฉบับ ส่วน "ไพบูลย์" ชี้ทางออกยอมรับกติกา 14 มิ.ย. 2561 17:44 14 มิ.ย. 2561 17:55 ไทยรัฐ