วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แน่นยิ่งกว่าปลากระป๋อง! 22 ชีวิตอัดอยู่ในบ้านหลังเดียว ตามมีตามเกิด

แน่นยิ่งกว่าปลากระป๋อง! 22 ชีวิตอัดอยู่ในบ้านหลังเดียว ตามมีตามเกิด

  • Share:

22 ชีวิตสุดเวทนา! อาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน อัดกันแน่นเอี้ยด กับห้องน้ำ 1 ห้อง เผยสภาพความเป็นอยู่สุดยากจน ผู้เป็นย่าเล่าน้ำตาซึมอดมื้อกินมื้อ แถมหลาน-เหลนไม่ไป ร.ร. กลัวครูตีไม่มีรองเท้า วอนคนใจบุญช่วยเหลือ

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 14 มิ.ย.61 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า ที่บ้านเลขที่ 183 หมู 8 ตำบลแพรกศรีราชา อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท มีครอบครัวยากจน อยู่รวมกัน 5 ครอบครัว เด็กๆ กว่า 10 คน อาศัยอยู่ภายในบ้านสภาพทรุดโทรม ที่จะพังแหล่มิพังแหล่

จากนั้นจึงเดินทางไปยังบ้านหลังดังกล่าว พบว่าเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวยกสูง มุงด้วยสังกะสีผุพัง ทั้งหลังคาและฝาผนัง เวลาฝนตกก็ต้องหลบฝน โดยใต้ถุนแบ่งห้องชั่วคราวเป็นทั้งห้องครัวและที่นอน ชั้นบนเป็นที่นอนของเด็กๆ ซึ่งในบ้านหลังนี้อาศัยอยู่รวมกัน 5 ครอบครัว รวม 22 คน มีเด็ก 9 คน อายุระหว่าง 5 เดือน-14 ปี ผู้นำแต่ละครอบครัวประกอบอาชีพทำงานรับจ้างทั่วไป 4 คน รายได้ 250-300 บาท/วัน/คน รายได้ไม่เพียงพอ ต่อการครองชีพและค่าเล่าเรียนของเด็กๆ นอกจากนี้ห้องน้ำมีห้องเดียวต้องเข้าคิวกันรอกันนานมาก

ด้านนางกุ้งฝอย แช่มเพ็ชร อายุ 78 ปี ในฐานะย่า และทวดของเด็กๆ กล่าวว่า ตนมีลูกชาย 1 คน หญิง 4 คน ปัจจุบันมีลูกสาวคนโตที่อยู่ด้วยแต่เป็นอัมพฤกษ์ ไม่มีอาชีพคอยหุงหาอาหารให้กิน ส่วนน้องๆ ออกไปทำงานที่อื่นกันหมด และเสียชีวิตไป 1 คน ลูกชายมีหลานมาให้เลี้ยง 4 คน และพอหลานมีครอบครัว ก็มีเหลนมาให้เลี้ยงอีกหลายคน ด้วยความที่ไม่มีเงินไปสร้างบ้านใหม่อยู่กัน จึงต้องมาอาศัยอยู่รวมกันที่บ้านหลังนี้ ตนได้บอกหลานๆ ให้หยุดมีลูกกันได้แล้ว หากมีมาอีกตนเลี้ยงไม่ไหว

ขณะนี้เหลนที่ไปโรงเรียนได้มี 6 คน เรียนที่โรงเรียนอนุบาลสรรคบุรี 5 คน และเรียนที่โรงเรียนชุมชนวัดโคกดอกไม้ 1 คน พยายามบอกเหลนให้ไปโรงเรียน แต่เขาบอกกลัวครูตีไม่มีรองเท้านักเรียนใส่ไปโรงเรียน ตอนนี้สิ่งที่ต้องการให้ช่วยเหลือคือ อยากให้ช่วยเหลือเด็กๆ เพราะไม่ค่อยมีเงินไปโรงเรียน ชุดนักเรียนก็ไม่มี ค่าจ้างรถไปส่งโรงเรียน 300 บาท/เดือน/คน เมื่อสัปดาห์ก่อน ครูมาตามที่บ้านสอบถามว่าทำไมไม่ให้หลานไปโรงเรียน ก็เลยบอกไปว่าอยากให้ไป แต่เนื่องจากมีเครื่องแต่งตัวไม่ครบ ซึ่งจริงๆ แล้วตนเองไม่อยากให้ขาดเรียนเลยด้วยซ้ำ

"เวลานอน เด็กๆ จะนอนรวมกันบนบ้าน ส่วนคนโตนอนข้างล่าง อาหารการกินหามาได้ก็กินตามมีตามเกิด มีอะไรก็กิน บางวันเด็กๆ ไม่ได้กินข้าวเช้า ต้องให้เงินไปซื้อข้าวเหนียวกินเป็นอาหารเช้า ให้วันละ 20 บาท/คน แม้บางครั้งไม่มีเงินก็ต้องไปขอยืมคนแถวใกล้บ้าน ร้อยครึ่งร้อยก็เอามาให้หลานไปโรงเรียนก่อน พอเงินคนแก่ออกก็เอาไปใช้หนี้เขา บางครั้งหากต้องซื้ออุปกรณ์การเรียนต้องให้ไปคนละ 50 บาท เงินคนแก่ได้มา 700 บาท ต้องไปจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ เกือบหมดแล้ว ส่วนเรื่องทางเข้าบ้าน ยังลำบากที่ต้องเดินผ่านบ้านน้องสาว และเพื่อนบ้านอีก รวม 3 หลัง ที่ดินข้างบ้านเป็นของพี่ๆ น้องๆ ก็ขายไปแล้ว และได้มีการล้อมรั้วลวดหนาม ขณะนี้บ้านน้องสาวที่อยู่ด้านหน้า ติดถนน ได้ขายไปแล้วเช่นกัน หากน้องย้ายออกไป เจ้าของที่คนใหม่จะให้ผ่านที่เขาหรือเปล่ายังไม่รู้ หากเขาไม่ให้ผ่านคงต้องพึ่งหน่วยงานให้ช่วยหาทางออกให้ แต่ยังไม่รู้จะไปหาใคร" ผู้เป็นย่ากล่าวพร้อมน้ำตาซึม

ทั้งนี้ หากผู้ใจบุญอยากให้ความช่วยเหลือครอบครัวของนางกุ้งฝอย สามารถโอนเงินเข้าบัญชี ธนาคารกรุงไทย สาขาสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท ชื่อบัญชี นางกุ้งฝอย แช่มเพ็ชร เลขที่บัญชี 124-0-13065-1

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้