วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มิติใหม่เส้นทางสันติภาพ

โดย สายล่อฟ้า

ทิ้งอดีตเอาไว้เบื้องหลัง

ต้องบันทึกเอาไว้ในประวัติโลกอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งไม่มีใครคิดว่าจะเกิดขึ้นมาได้ แต่ก็เกิดขึ้นมาแล้ว และเป็นไปด้วยดีเสียด้วย

เพียงแต่จะต้องเจรจากันในขั้นตอนต่อๆไปเท่านั้น

การพบกันระหว่าง “โดนัลด์ ทรัมป์” ผู้นำสหรัฐฯ กับ “คิมจอง อึน” ผู้นำเกาหลีเหนือ ที่ประเทศสิงคโปร์เป็นเจ้าภาพ ด้วยบรรยากาศแห่งมิตรภาพและสร้างสรรค์

ท่ามกลางความสนใจของประชาคมโลกว่า ดีลประวัติศาสตร์นี้จะดำเนินการไปอย่างไร จะประสบผลสำเร็จมากน้อยแค่ไหน

เอาเข้าจริงกลับเป็นไปด้วยความราบรื่นไม่ต่างไปจากการที่ 2 ขั้ว พร้อมที่จะวิ่งเข้าหากันด้วยความปรารถนาที่จะได้พูดคุยกัน

เบื้องต้นหลังจากเจรจากัน 2 ต่อ 2 จากนั้นพบกันแบบเป็นทีมของทั้ง 2 ฝ่าย สุดท้ายก็มีการออกแถลงการณ์ร่วม 2 ฝ่าย 4 ข้อดังนี้

1. สหรัฐฯและเกาหลีเหนือให้คำมั่นว่า จะสร้างความสัมพันธ์ใหม่ตามความปรารถนาของประชาชนทั้ง 2 ประเทศ เพื่อสันติภาพและความรุ่งเรือง

2. สหรัฐฯและเกาหลีเหนือจะร่วมกันสร้างระบบสันติที่ยั่งยืน และมั่นคงบนคาบสมุทรเกาหลี

3. ยืนยันตามปฏิญญาปันมุนจอมวันที่ 27 เม.ย. 2561 เกาหลีเหนือให้คำมั่นว่า จะเดินหน้าปลดนิวเคลียร์คาบสมุทรเกาหลีอย่างสมบูรณ์

4.สหรัฐฯและเกาหลีเหนือให้คำมั่นว่าจะค้นหาร่างเชลยสงคราม และหรือทหารที่สูญหายขณะปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งเร่งส่งคืนร่างที่พบแล้ว

ทั้งนี้ทั้ง 2 ประเทศจะจัดการเจรจาสานต่อโดยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเกาหลีเหนือที่เกี่ยวข้องโดยเร็วที่สุด

นั่นเป็นข้อตกลงเบื้องต้น ซึ่งจะต้องมีรายละเอียดเพิ่มเติมกันต่อไป ก่อนที่ผู้นำทั้ง 2 ประเทศจะเดินทางออกจากสิงคโปร์เพื่อกลับสหรัฐฯและเกาหลีเหนือ

ยังมีประเด็นที่น่าสนใจ ซึ่ง “ทรัมป์” ได้ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมหลายประเด็น โดยเฉพาะได้ยํ้าว่าเชื่อว่าเกาหลีเหนือจะปฏิบัติตามข้อตกลงในเรื่องยุติการดำเนินการเรื่อง “นิวเคลียร์”

สหรัฐฯจะยุติการซ้อมรบกับเกาหลีใต้ อ้างว่าเพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายไปในทางที่ดี ที่สำคัญก็คือ สหรัฐฯต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง

แต่ยังคงกำลังทหารและอาวุธในเกาหลีใต้ต่อไป

รวมถึงมาตรการควํ่าบาตรเกาหลีเหนือยังเหมือนเดิมจนกว่าเกาหลีเหนือจะยุติเรื่องนิวเคลียร์ตามข้อตกลงอย่างแท้จริง โดยจะให้หลายประเทศเข้าไปตรวจสอบ

เรื่องการมาพบกันและเจรจาครั้งนี้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งผู้นำสหรัฐฯที่ผ่านมาควรกระทำแต่ไม่กระทำ ตรงนี้ดูเหมือนจะเป็นคำเปรียบเปรยสะท้อนไปถึง “โอบามา” ที่ดำเนินการผิดพลาด

“ทรัมป์” ต้องการที่จะทำทุกอย่างซึ่งตรงกันข้ามกับ “โอบามา”

อีกทั้งสะท้อนว่าการพบกันครั้งนี้ยังเป็นการหาเสียงเพื่อแสดงให้ชาวสหรัฐฯเห็นว่าเขาทำได้นอกเหนือจากหวังผลเพื่อการเลือกตั้งกลางเทอมและไปสู่รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพอีกด้วย

ถามว่าแล้วเกาหลีเหนือจะได้อะไร?

คำตอบก็คือเป็นหนทางที่น่าจะทำให้สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ การเมือง กระทั่งไปถึงการยุติการควํ่าบาตรอันจะนำไปสู่การเปิดประเทศ ความมั่นคงและสันติภาพอีกด้วย

เมื่อศัตรูหมายเลข 1 ของเกาหลีเหนือได้หันมาจูบปากกันอย่างชื่นมื่นและดำเนินการไปตามหัวข้อเจรจาที่หวังกันว่าไม่ใช่เรื่องเลื่อนลอยไร้ความหวังอย่างที่ผ่านมา บรรดากองเชียร์ทั้ง 2 ฝ่าย น่าจะพึงพอใจ อย่างน้อยก็พอจะเห็นสันติภาพอยู่รำไร

นั่นเป็นคำตอบอีกอย่างหนึ่งว่า “คิมน้อย” ไม่ใช่ธรรมดาแน่.

“สายล่อฟ้า”

ต้องบันทึกเอาไว้ในประวัติโลกอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งไม่มีใครคิดว่าจะเกิดขึ้นมาได้ แต่ก็เกิดขึ้นมาแล้ว และเป็นไปด้วยดีเสียด้วย เพียงแต่จะต้องเจรจากันในขั้นตอนต่อๆไปเท่านั้น... 13 มิ.ย. 2561 11:06 13 มิ.ย. 2561 13:42 ไทยรัฐ