วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ศาลป.สูงสุด สั่งอุทยานฯ ชดใช้ 3 แสน คดีกะเหรี่ยง

ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาให้กรมอุทยานฯ ชดใช้เยียวยาคดีเผาบ้านกะเหรี่ยงแก่งกระจาน แก่ “ปู่โคอิ” กับพวกเป็นเงิน 3 แสนกว่าบาท ชี้เป็นการใช้อำนาจเกินกว่าเหตุ ละเมิดมติ ครม. 3 สิงหา 53 แต่ปู่โคอิกับพวก ยังไม่มีสิทธิกลับไปบ้านบางกลอยบน เหตุไม่มีหนังสือรับรองสิทธิจากรัฐ ขณะที่ “ชัยวัฒน์” ลั่นไม่จำเป็นต้องขอโทษ ยันทำเต็มที่เพื่อปกป้องป่า

เมื่อตอนสายวันที่ 12 มิ.ย. ศาลปกครองสูงสุด มีคำพิพากษา แก้คำพิพากษาของศาลปกครองชั้นกลางเป็นให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ 6 ชาวกะเหรี่ยง ที่อาศัยบริเวณพื้นที่บ้านบางกลอยบนและบ้านใจแผ่นดิน เขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ที่ฟ้องกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ชดใช้ค่า เสียหายจากกรณีเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ รื้อถอนเผาทำลายสิ่งปลูกสร้างและทรัพย์สิน แก่ นายโคอิ หรือคออี้ มิมิ เป็นเงิน 51,407 บาท นายแจ พุพาด เป็นเงิน 51,407 บาท นายหมี ต้นน้ำเพชร เป็นเงิน 51,407 บาท นายบุญชู พุกาด เป็นเงิน 45,302 บาท และนายดูอู้ จีโบ้ง เป็นเงิน 50,807 บาท รวมเป็นเงิน 301,737 บาท แต่หากนายโคอิ หรือผู้ฟ้องคดีรายใดได้รับค่าสินไหมทดแทนสำหรับสิ่งปลูกสร้างและทรัพย์สินกรณีนี้ไปแล้ว ให้หักออกจากค่าสินไหมทดแทนตามคำพิพากษานี้ ทั้งนี้ ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา นอกจากนั้น ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลปกครองกลาง

ศาลให้เหตุผลว่า การใช้อำนาจตามมาตรา 22 แห่ง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 ของเจ้าหน้าที่ กรมอุทยานแห่งชาติฯ ในกรณีดังกล่าวแม้จะเป็นมาตรการ หรือวิธีการที่มีผลทำให้การป้องกันและปราบปรามการบุกรุกยึดถือครอบครองที่ดินในเขตอุทยานแห่งชาติ บทบัญญัติดังกล่าวไม่ได้ให้อำนาจดุลพินิจแก่เจ้าหน้าที่ในการจะเลือกใช้มาตรการบังคับทางปกครองตามอำเภอใจ หรือโดยพลการ โดยเฉพาะการรื้อถอนเผาทำลายทรัพย์สินและสิ่งปลูกสร้างที่ใช้อยู่อาศัย ย่อมมีผลกระทบกระเทือนต่อสิทธิในทรัพย์สินหรือสิทธิอื่นใดของนายโคอิกับพวกอย่างรุนแรง

ดังนั้น การกระทำของเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติฯจึงเป็นการกระทำโดยรู้สำนึกถึงผลเสียหายที่จะเกิดจากการกระทำ เป็นการใช้อำนาจเกินความจำเป็นไม่สมควรแก่เหตุ รวมถึงไม่ปฏิบัติตามขั้นตอน หรือวิธีการอันเป็นสาระสำคัญที่กำหนดไว้ ตามมาตรา 22 แห่ง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 ตลอดจนไม่ปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 ส.ค.2553 เรื่องแนวนโยบายในการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง ที่ให้ยุติการจับกุมและให้ความคุ้มครองกับชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงที่เป็นชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมที่อยู่ในพื้นที่พิพาท จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายและทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ฟ้องคดีอันเป็นการกระทำละเมิด ซึ่งกรมอุทยานแห่งชาติฯต้องรับผิดในผลแห่งละเมิดตามมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539

ส่วนข้ออุทธรณ์ของนายโคอิกับพวกทั้ง 6 ที่ขอให้กลับคืนสู่สภาพเดิมก่อนมีคำสั่งทางปกครองของเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ ศาลเห็นว่า เมื่อของนายโคอิกับพวกทั้ง 6 ไม่มีสิทธิที่จะอยู่อาศัยในที่ดินพิพาท เนื่องจากที่ดินพิพาทอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และของนายโคอิกับพวกทั้ง 6 ไม่มีหนังสือสำคัญแสดงสิทธิในที่ดินหรือหลักฐานแสดงการได้รับอนุญาตจากทางราชการ ให้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวโดยชอบด้วยกฎหมาย จึงไม่อาจกำหนดคำบังคับให้ของนายโคอิกับพวกทั้ง 6 กลับคืนสู่สภาพเดิม โดยให้กลับไปอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่เดิมได้

ด้านนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 อุดรธานี อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กล่าวภายหลังคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดว่า น้อมรับคำพิพากษาที่ให้จ่ายค่าชดเชยเพิ่มจากรายละหมื่นบาทเป็นห้าหมื่นบาทเศษ ในคำพิพากษาศาลระบุว่า การปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 22 ของ พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติปี 2504 ดำเนินการโดยชอบแล้ว แต่อาจมีความผิดพลาดในขั้นตอนปฏิบัติ ถือเป็นบทเรียนให้เจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ ในเรื่องของเอกสาร มีการปิดประกาศแจ้งเตือน การจะไปบอกโดยปากเปล่าคงไม่สามารถทำได้อีก และคิดว่าไม่จำเป็นต้องขอโทษชาวปกาเกอะญอ เพราะเป็นผู้ที่บุกรุกผืนป่า ศาลปกครองสูงสุดก็ชี้ขาดแล้วว่าบุกรุกจริง ไม่ให้กลับไปอยู่ในพื้นที่เดิมอีก การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่จึงเป็นการรักษาธรรมชาติและพร้อมที่จะถูกสอบวินัย กรณีที่ทำให้รัฐเสียหายจากการต้องจ่ายค่าชดเชยดังกล่าว อีกทั้งหากมีการนำเรื่องไปฟ้องศาลอาญาก็พร้อมสู้คดีต่อไป เรื่องขอโทษคงไม่ขอโทษ เรื่องนี้ใครก็รู้ว่าใครบุกรุกป่า คำพิพากษาวันนี้ตนภูมิใจที่ต่อไปจะไม่มีใครสามารถบุกรุกป่าแก่งกระจานได้อีกแล้ว โดยเฉพาะ 6 คนนี้ ในส่วนของตนทำอย่างเต็มความสามารถที่สุดแล้ว คิดว่าคนที่ฟ้องกรมอุทยานฯรู้ดีว่าตัวเองมีความผิดหรือไม่

ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาให้กรมอุทยานฯ ชดใช้เยียวยาคดีเผาบ้านกะเหรี่ยงแก่งกระจาน แก่ “ปู่โคอิ” กับพวกเป็นเงิน 3 แสนกว่าบาท ชี้เป็นการใช้อำนาจเกินกว่าเหตุ ละเมิดมติ ครม. 3 สิงหา 53 ... 13 มิ.ย. 2561 02:43 13 มิ.ย. 2561 02:43 ไทยรัฐ