วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ผบ.ตร.บินรอบ 2 ขอตัว 'พรหมเมธี'

ผบ.ตร.บินรอบ 2 ขอตัว 'พรหมเมธี'

  • Share:

พิสิฐชัยเครียด กองปราบสอบ ปูดข่าว ‘จับ4วัด’

“ดีเอสไอ” พาตัว “พิสิฐชัย สว่างวัฒนากร” พนักงานสอบสวน ดีเอสไอ มือปูดว่าตำรวจเตรียม เข้าจับพระผู้ใหญ่วัดดังลอต 4 มามอบตัวที่กองปราบฯ “ฐิติราช หนองหารพิทักษ์” ผบช.ก.มาสอบเครียดด้วยตัวเอง 3 ชม.รวด รับสารภาพว่าเป็นผู้โพสต์ข้อมูลจริง แต่ยังบังข้อมูลว่าได้ข้อมูลมาจากใคร แฉ “บิ๊กแป๊ะ” แอบบินไปเจรจาที่เยอรมนีอีกรอบ หวังได้ตัวอดีตพระพรหมเมธีกลับมาดำเนินคดี “บิ๊กตู่” สั่งดีเอสไอสอบสวน “พิสิฐชัย” โพสต์แฉคดีเงินทอนวัดมีนัยแฝงหรือไม่ ยันสอบสวนคดีเกี่ยวกับพระตามพยานหลักฐาน “สุวพันธุ์” ยันรัฐบาลไร้เจตนาร้ายต่อพุทธศาสนา ไร้อคติคณะสงฆ์ หวังให้ใช้งบฯรัฐตามวัตถุประสงค์เต็มเม็ดเต็มหน่วย แจงให้จัดทำรายการทางการเงินของวัดเป็นอีกหนึ่งของการปฏิรูปจากภายใน “บิ๊กจิน” ฮึ่ม กำชับเจ้าหน้าที่อย่านำข้อมูลคดีออกมาเผยแพร่ เรียกอธิบดีดีเอสไอมาตอบคำถามด่วน ขณะที่เครือข่ายทนายความประกาศบุกกองปราบฯ แจ้งดำเนินคดี “พงศ์พร” ข้อหา 157 หลังทำหนังสือสั่ง ผอ.พศจ.ทั่วประเทศสำรวจข้อมูลบัญชีวัด เป็นการลุแก่อำนาจหรือไม่

กรณีตำรวจลุยตรวจสอบทุจริตเงินทอนวัด พบหลักฐานการทุจริตงบอุดหนุน 3 ประเภทคือ 1.เงินอุดหนุนบูรณะปฏิสังขรณ์และพัฒนาวัด 2.เงินอุดหนุนส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนา และ 3.เงินอุดหนุนการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา แผนกธรรม และแผนกบาลี มีผู้เกี่ยวข้องเข้าข่ายความผิดหลายระดับ ตั้งแต่อดีต ผอ.พศ. เจ้าหน้าที่ พศ. และพระหลายรูป ตำรวจกองปราบฯรวบรวมหลักฐานจับกุมพระผู้ใหญ่สึกเข้าเรือนจำไปแล้ว 6 รูป เหลือเพียงพระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม และเจ้าคณะภาค 4-7 ที่ถูกออกหมายจับแต่หลบหนีไปขอลี้ภัยที่ประเทศเยอรมนี นอกจากนี้ ตำรวจกองปราบปรามจับกุมอดีตพระพุทธะอิสระ ตามหมายจับข้อหาปลอมพระปรมาภิไธย ถูกสึกส่งเข้าเรือนจำเช่นกัน ตำรวจ บก.ปปป.กำลังดำเนินการตรวจสอบเอาผิดพระอีกหลายวัด ต่อมานายพิสิฐชัย สว่างวัฒนากร พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการพิเศษ กองคดีภาษีอากรกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โพสต์เฟซบุ๊กว่า ตำรวจกำลังดำเนินการจับกุมพระผู้ใหญ่ในกรุงเทพฯอีก 4 วัดจนเกิดกระแสปั่นป่วน

ความคืบหน้าจากกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 12 มิ.ย. พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากรณ์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมด้วย พ.ต.ต.วรณัณ ศรีล้ำ รองโฆษกดีเอสไอ นำตัวนายพิสิฐชัย สว่างวัฒนากร พนักงานสอบสวนคดีพิเศษฯเข้าพบ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา กรณีเป็นบุคคลที่ใช้เฟซบุ๊กโพสต์ข้อความว่า ตำรวจจะเข้าบุกค้นวัดดังในกรุงเทพฯ โดยมี พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก.ร่วมสอบสวนด้วย หลังการสอบปากคำนายพิสิฐชัยกว่า 3 ชม. พ.ต.ท.กรวัชร์กล่าวว่า ดีเอสไอนำตัวนายพิสิฐชัยมาให้ตำรวจกองปราบปราม หลังเข้าไปเกี่ยวข้องกับการโพสต์ข้อความเรื่องวัด กรณีนี้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ร้องทุกข์กับตำรวจกองปราบฯ ทันทีที่ดีเอสไอทราบเรื่องให้ความร่วมมือ และเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจของนายพิสิฐชัย มารับทราบข้อกล่าวหาตามความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

“จากการสอบสวนนายพิสิฐชัยขอเวลากลับไปทำเอกสารประกอบคำให้การ จะส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร็วที่สุด กรณีที่เกิดขึ้นเป็นความเห็นส่วนตัวของนายพิสิฐชัย ไม่เกี่ยวข้องกับหน่วยงาน ส่วนของดีเอสไอตั้งคณะกรรมการพร้อมมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ไปประจำที่สำนักผู้เชี่ยวชาญ เพื่อสะดวกกับการตรวจสอบและกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด เบื้องต้นเป็นข้อมูลที่นายพิสิฐชัยเอามาเอง ขอเรียนว่าดีเอสไอไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการทำคดี ส่วนกรณีที่ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศน์ฯให้ข้อมูลว่า มีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอไปขอข้อมูลเอกสารการเงินของวัดเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว ขอเรียนว่ายังไม่ทราบรายละเอียด ขอกลับไปตรวจสอบก่อน” พ.ต.ท.กรวัชร์กล่าว

พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด กล่าวว่า นายพิสิฐชัยให้การว่า เป็นผู้โพสต์ข้อความจริง ส่วนข้อเท็จจริงได้มาอย่างไรเป็นรายละเอียดที่จะทำมาให้ทีหลัง ข้อมูลที่โพสต์ตรวจสอบไปทาง บก.ปปป.ยืนยันว่า ยังไม่ได้ดำเนินการใดๆ ข้อมูลที่นายพิสิฐชัยโพสต์ถือเป็นการโพสต์ข้อมูลเท็จ ยืนยันว่าการโพสต์ไม่ทำให้การดำเนินคดีเงินทอนวัดยากขึ้น ส่วนความสัมพันธ์ของนายพิสิฐชัยกับตำรวจที่ทำคดี เรื่องนี้อยู่ในสำนวนไม่สามารถเปิดเผยได้ บก.ปปป.ยืนยันว่า ที่ผ่านมาไม่ได้สอบสวนประเด็นที่เกี่ยวกับวัดทั้ง 4 แห่ง ส่วนวัดทั้ง 4 ได้รับงบอุดหนุนโรงเรียนปริยัติธรรมหรือไม่ ต้องสอบถาม พศ. ส่วนที่มีกระแสข่าวว่านายพิสิฐชัยเคยบวชเป็นถึงเจ้าอาวาส ตรวจสอบพบว่าบวชพระเมื่อปี 2531-2537 เริ่มบวชที่วัดแห่งหนึ่งใน จ.ราชบุรี ปี 2533 ย้ายไปจำพรรษาที่สำนักสงฆ์แห่งหนึ่งใน อ.เทพา จ.สงขลา ที่มีนายพิสิฐชัยเป็นพระเพียงรูปเดียว นอกจากนี้นายพิสิฐชัยยังรู้จักสนิทสนมพระเถระผู้ใหญ่จำนวนมาก หนึ่งในนั้นคือวัดสระเกศฯ

มีรายงานด้วยว่า เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.เดินทางไปปฏิบัติราชการต่างประเทศ ท่ามกลางกระแสข่าวว่า การเดินทางไปปฏิบัติราชการต่างประเทศครั้งนี้เป้าหมายคือ ประเทศฝรั่งเศส ก่อนเดินทางต่อไปยังประเทศเยอรมนี เพื่อติดตามความคืบหน้าการประสานขอรับตัวอดีตพระพรหมเมธีกลับมาดำเนินคดี สอดรับแหล่งข่าวระดับสูงในสำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันว่า การเดินทางไปเยอรมันครั้งนี้ของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ เพื่อประสานงานนำตัวอดีตพระพรหมเมธีกลับมาดำเนินคดี หลังทางการเยอรมันประสานขอเอกสารเพิ่มเติมและหารือด้านข้อกฎหมายไทยกับเยอรมัน รวมถึงพิจารณาด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ เป็นไปได้ที่การเจรจาจะประสบความสำเร็จ เยอรมันอาจส่งตัวอดีตพระพรหมเมธีกลับมาดำเนินคดีภายใน 2-3 วัน

ขณะที่นายประพันธุ์ กิตติฤดีกุล ผู้ประสานงานชมรมพิทักษ์พระพุทธศาสนา เข้าพบ ร.ต.ท.นเรศ บุญดำเนินพานิช รอง สว. (สอบสวน) กก.1 บก.ป.ยื่นหนังสือให้ตำรวจ บก.ป.สืบสวนผู้ร่วมกระทำการและสนับสนุนการจัดสร้างพระนาคปรก รุ่นหนึ่ง ในปฐพีอุดปรอท เนื้อหาโดยสรุปว่า การจัดสร้างพระเครื่องดังกล่าว มีอดีตพระสุวิทย์ ธีรธัมโม หรืออดีตพระพุทธะอิสระ หรือนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ ปัจจุบันถูกควบคุมตัวอยู่ภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เป็นผู้ประกอบพิธีและถูกจับกุมดำเนินคดีแล้ว ขณะที่ผู้ร่วมกระทำผิดหรือให้การสนับสนุนการจัดสร้างพระเครื่องรุ่นนี้ ยังไม่ถูกดำเนินคดี อยากให้ตำรวจบก.ป.พิจารณาดำเนินคดีต่อไป

ที่โรงเรียนวิเวกธรรมประสิทธิ์วิทยา วัดธาตุพระอารามหลวง ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น ตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ลงพื้นที่เพื่อสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องกรณีทุจริตโครงการอุดหนุนการศึกษาพระปริยัติธรรม โรงเรียนวิเวกธรรมประสิทธิ์ฯ เป็น 1 ใน 60 แห่งทั่วประเทศที่ได้รับเงินอุดหนุนกว่า 10 ล้านบาทเมื่อปี 2556 หลังพบเส้นทางการเงินกว่า 10 ล้านบาทที่ พศ.โอนมาให้วัด แต่มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองพระพุทธศาสนาศึกษาให้โอนเงินคืนเหลือให้ทางวัดแค่ 1 ล้านบาท เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เพียงสอบปากคำรักษาการเจ้าอาวาสวัด ผู้อำนวยการโรงเรียนวิเวกธรรมฯ และผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น

บ่ายวันเดียวกัน นายวรกร พงศ์ธนากุล ประธานเครือข่ายทนายความและประชาชนปกป้องพระพุทธศาสนา เข้ายื่นหนังสือต่อ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.พศ. ขอตรวจสอบหนังสือที่ พศ.0001/06036 ฉบับลงวันที่ 8 มิ.ย.61 เรื่องการวางระบบการจัดการด้านการเงินและบัญชีของวัด ขอให้สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) สำรวจข้อมูลว่า มีวัดใดจัดการด้านการเงินและบัญชีของวัด โดยไม่ให้พระสงฆ์ต้องถือเงินสดว่า หนังสือดังกล่าวจริงหรือไม่ ขอทราบกฎหมายที่ให้อำนาจ พศ.ขอข้อมูลดังกล่าว แต่เนื่องจาก พ.ต.ท.พงศ์พร ติดราชการ มอบให้นายสิปป์บวร แก้วงาม ผอ.สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคมเป็นผู้หนังสือแทน นายวรกรเผยว่า ขอให้ พศ.ชี้แจงแล้วว่า การดำเนินงานของ พศ. กรณีสำรวจข้อมูลบัญชีวัดเป็นการลุแก่อำนาจหรือไม่ วันที่ 13 มิ.ย. เครือข่าย จะเข้าแจ้งความดำเนินคดี ผอ.พศ. ที่กองปราบฯ ตามมาตรา 157 นอกจากนี้ คดีเงินทอนวัดที่เกิดขึ้นพระสงฆ์เป็นปลายทางของงบฯ ข้าราชการ พศ.เป็นต้นทาง กลับแจ้งความดำเนินคดีแต่พระ เครือข่ายจะกล่าวโทษข้าราชการ พศ.ด้วย

ที่วัดไร่ขิง จ.นครปฐม วันเดียวกัน มีการประชุมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาประจำปีงบประมาณ 2561 มีเจ้าคณะจังหวัดและรองเจ้าคณะจังหวัดจากทั่วประเทศร่วมประชุม นายณรงค์ ทรงอารมณ์ รองผอ.พศ. บรรยายพิเศษ นโยบายส่งเสริมการดำเนินงานด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของ พศ. ตอนหนึ่ง นายณรงค์กล่าวว่า เมื่อ พศ.โอนเงินงบประมาณให้วัด ถือว่าเป็นเงินของวัดแล้ว ไม่ใช่เงินของ พศ. การจะบริหารเงินดังกล่าวสามารถใช้วิธีแบบวัดได้ แต่ทุกครั้งต้องเก็บใบเสร็จเป็นหลักฐาน ส่วนเรื่องหนังสือจาก ผอ.พศ.ถึง ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) ทั่วประเทศ เพื่อต้องการหาวัดตัวอย่างตามที่ระบุในหนังสือเท่านั้น ไม่อยากให้เชื่อข่าวลวง

ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์หลังประชุม ครม.สัญจร ถึงคำสั่งย้ายนายพิสิฐชัย สว่างวัฒนากร พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการพิเศษ กองคดีภาษีอากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ไปช่วยการที่สำนักงานผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ จากการโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า จะมีการจับกุมดำเนินคดีเจ้าอาวาสวัดต่างๆที่เกี่ยวกับคดีเงินทอนวัดว่า ทุกหน่วยมีทั้งคนดีและคนไม่ดี ให้ไปสอบสวนกันมา ถ้าพบว่าใครมีความผิดต้องลงโทษตามคดีอาญา ส่วนการที่นายพิสิฐชัยโพสต์เรื่องดังกล่าวจะมีเจตนาใดแอบแฝงหรือไม่ ตนไม่ทราบ เป็นเรื่องของดีเอสไอที่ต้องสอบสวนให้ชัดเจน

นายกฯกล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ผ่านสื่อโซเชียล เกี่ยวกับการที่หน่วยงานรัฐตรวจสอบดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับพระสงฆ์ว่า คดีที่เกี่ยวกับพระถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน อยากขอให้ทุกคนอย่าไปวิพากษ์วิจารณ์ต่อ เพราะพระภิกษุสงฆ์ถือเป็นผู้ที่คนไทยส่วนใหญ่ให้ความนับถือ ดังนั้นเรื่องใดเป็นการกระทำผิด มีหลักฐานยืนยันได้ต้องดำเนินคดี อย่าไปปลุกกระแส ขอถามว่าการที่พระบางรูปออกมาเคลื่อนไหวผ่านสื่อโซเชียล มันสมควรหรือไม่ พระบางรูปออกมาเรียกร้องให้เลือกตั้ง พระสงฆ์มีหน้าที่บ่มเพาะสร้างความสุขสงบและความปรองดองในสังคม สอนหลักธรรมตามหลักพระพุทธศาสนา แต่การที่พระมายุ่งเกี่ยวกับการเมืองมากๆ มันใช่กิจของสงฆ์หรือไม่ หลายคนมาถามว่า เรื่องจะบานปลายหรือไม่ ตนคิดว่ามันอยู่ที่ประชาชนและสื่อโซเชียลมีเดียทั้งหลาย ถ้าอยากให้เกิดความวุ่นวายบานปลาย ให้ทำทุกอย่างตามแบบของตัวเองต่อไป ถ้าเกิดความวุ่นวายเมื่อใดหน่วยงานด้านความมั่นคงต้องเข้าไปดูแล

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าการติดตามตัวอดีตพระพรหมเมธี หรือนายจำนง เอี่ยมอินทรา ตามที่ก่อนหน้านี้ระบุจะได้คำตอบภายใน 3 วันว่า ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าว สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำลังประสานกับทางการเยอรมนีอยู่ ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ผู้สื่อข่าวถามถึงข้อเท็จจริงจากกระแสข่าวว่าพระธัมมชโยยังหลบซ่อนตัวอยู่ในวัดพระธรรมกาย ไม่ได้เดินทางออกนอกประเทศ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่รู้ ต้องไปถามคนปล่อยข่าว เมื่อถามย้ำว่าขณะนี้มีปลุกระดมม็อบพระขึ้นมาอีก อ้างว่ารัฐบาลกลั่นแกล้ง พล.อ.ประวิตร ตอบว่า “จะไปกลั่นแกล้งพระเรื่องอะไร สื่อก็รู้ว่ามีการปลุกระดมแล้วจะมาถามตนทำไม ยืนยันว่าไม่มีการปลุกระดม รัฐบาลไม่ได้ทำอะไรเลย พระทำเอง”

นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับดูแล พศ.ให้สัมภาษณ์ว่า การมาประชุม ครม. สัญจรที่ จ.นครสวรรค์ มีโอกาสเข้ากราบนมัสการพระราชมงคลโสภณ เจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ (ธ) วัดแสงธรรมสุทธาราม และพระเทพปริยัติเมธี เจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ เจ้าอาวาสวัดนครสวรรค์ เป็นโอกาสดีได้สนทนาธรรม ทั้ง 2 ท่าน เป็นห่วงสถานการณ์คณะสงฆ์ปัจจุบัน จึงเรียนถวายชี้แจงข้อเท็จจริงว่า รัฐบาลตั้งใจแน่วแน่ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ไม่มีเจตนาร้ายกับพระพุทธศาสนาและคณะสงฆ์อย่างที่บางคนบางกลุ่มสร้างความเข้าใจผิด การแก้ไขปัญหา การตรวจสอบยึดหลักทำทุกอย่างตามข้อเท็จจริง กฎหมายและหลักพระธรรมวินัย ไม่มีอคติใดๆ เพื่อให้การใช้งบประมาณของรัฐที่จัดสรรไปถึงวัดเป็นไปอย่างสุจริต ถึงวัดอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ขออย่าได้กังวลใจ

นายสุวพันธุ์กล่าวด้วยว่า สำหรับการจัดทำรายการทางการเงินของวัด ที่คนบางกลุ่มพยายามสร้างความเข้าใจผิด ยืนยันฝ่ายราชการไม่มีเจตนาไม่ดี แต่ตั้งใจทำให้เกิดการดำเนินการที่เหมาะสม สอดคล้องกับพระธรรมวินัย กฎมหาเถรสมาคม เป็นที่ยอมรับของสังคม เพื่อให้คณะสงฆ์ทำบัญชีตรงตามที่ญาติโยมประสงค์ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปจากภายใน เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการวัด รัฐบาลจะสนับสนุนการดำเนินการของคณะสงฆ์ต่อไป

ส่วน พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกฯ และ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีมีคำสั่งให้นายพิสิฐชัย สว่างวัฒนากร ไปช่วยการที่สำนักงานผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษว่า อยู่ระหว่างให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติตรวจสอบว่า มีผลกระทบต่อตัวบุคคลและคดีหรือไม่ ถามว่ากำชับดีเอสไอเรื่องการเปิดเผยข้อมูลหรือไม่ พล.อ.อ.ประจินกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ต้องระมัดระวัง โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวนสอบสวน ไม่นำไปเผยแพร่สู่สาธารณะ วันนี้ (12 มิ.ย.) จะเชิญอธิบดีดีเอสไอมาชี้แจงเรื่องนี้โดยเฉพาะ ถามว่าเรื่องนี้มีเบื้องหลังหรือไม่ พล.อ.อ.ประจินกล่าวว่า ยังไม่มีข้อมูล กำชับไปว่าอย่าไปก้าวล่วงเรื่องคดี เพราะเป็นเรื่องที่พูดไม่ได้ เมื่อถามถึงกรณี นพ.มโน เลาหวณิช ออกมาระบุว่า พระธัมมชโย และพระทัตตชีโว รองเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ยังหลบซ่อนอยู่ในวัดพระธรรมกาย รมว.ยุติธรรมกล่าวว่า ติดตามเรื่องนี้เป็นประจำทุกสัปดาห์ เมื่อปลายเดือน พ.ค. ยืนยันว่า ไม่พบความเคลื่อนไหว แต่จะไปสอบถามจากเจ้าหน้าที่อีกครั้ง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้