วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'ทรัมป์-คิม' เซ็นปรับลดนิวเคลียร์ เจรจาราบรื่น!

'ทรัมป์-คิม' เซ็นปรับลดนิวเคลียร์ เจรจาราบรื่น!

  • Share:

เชิญไปสหรัฐฯ นานาชาติยินดี

ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ต้องจารึก สองผู้นำคู่ “หยุดโลก” ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา กับประธานาธิบดีคิม จอง อึน แห่งเกาหลีเหนือ พบหน้าจับมือกันเป็นครั้งแรกในการประชุมเจรจาปลดอาวุธนิวเคลียร์ที่สิงคโปร์ ทั้งสองประธานาธิบดีมีความชื่นมื่น แต่ยังมีเชิงผลัดกันแอบแสดงความ “เหนือกว่า” โดยผู้นำสหรัฐฯ พาผู้นำเกาหลีเหนือชมรถเก๋งหุ้มเกราะส่วนตัว ก่อนลงนามแถลงการณ์ร่วมการประชุมสุดยอดสหรัฐฯ-เกาหลีเหนือ หลังเจรจาเสร็จ ผู้นำสหรัฐฯเดินทางกลับทันทีและยังออกปากเชิญ “คิม จอง อึน” ไปเยือนสหรัฐฯ ด้านนานาชาติมีปฏิกิริยาบวก เชื่อคิมเร่งปลดอาวุธนิวเคลียร์ลดความตึงเครียดคาบสมุทรเกาหลี

โลกบันทึกการประชุมสุดยอดครั้งประวัติศาสตร์ ระหว่างนายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ กับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เจรจาสร้างสันติภาพในคาบสมุทรเกาหลี ถือเป็นการพบปะกันครั้งแรกของผู้นำทั้งสองประเทศ หลังแสดงความเป็นศัตรูกันอย่างเปิดเผยมาเป็นเวลานานหลายทศวรรษ

ทั้งนี้ สื่อมวลชนจากทั่วโลกรายงานเกาะติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ระบุว่า ห้วงเวลาครั้งสำคัญได้เริ่มต้นเมื่อเวลา 09.00 น. ของวันที่ 12 มิ.ย. ตามเวลาท้องถิ่นสิงคโปร์ หลังนายคิม จอง อึน และนายทรัมป์ เดินทางถึงโรงแรมคาเปลลา บนเกาะเซนโตซา สถานที่จัดการประชุม โดยสองผู้นำที่ถือเป็นผู้นำคู่ “หยุดโลก” ต่างเดินมาจากคนละฟากของโรงแรมพร้อมๆกัน มาพบที่บริเวณกึ่งกลางโรงแรม ที่มีการประดับด้วยธงชาติเกาหลีเหนือ-สหรัฐฯ ก่อนร่วมจับมืออย่างชื่นมื่น เป็นเวลา 13 วินาที นายทรัมป์เป็นฝ่ายยื่นมือออกมาก่อน ขณะเดียวกันมีการเอื้อมมือไปแตะต้นแขนนายคิม จอง อึน ระหว่างการจับมือ ที่ในภาษากายแสดงถึงความ “เหนือกว่า”

ผู้นำสองประเทศได้ร่วมแถลงข่าวสั้นๆ โดยนายทรัมป์กล่าวว่า รู้สึกดีเยี่ยมและเป็นเกียรติ เชื่อว่าการเจรจาจะสำเร็จยอดเยี่ยม ความสัมพันธ์เรา จะดีเยี่ยมอย่างไม่ต้องสงสัย ขณะที่นายคิม จอง อึน เผยว่า กว่าจะมาถึงจุดนี้ไม่ง่าย เรื่องในอดีตและการตั้งแง่ต่อกันที่ผ่านมาถือเป็นอุปสรรค แต่เราผ่านมันไปได้ ถึงมาอยู่ที่นี่ในวันนี้ หลายคนคงเชื่อว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะไม่เกิดขึ้น ก่อนมุ่งหน้าไปยังห้องสมุดของโรงแรม หารือกันแบบตัวต่อตัวผ่านล่าม แปลภาษาเป็นเวลา 38 นาที โดยไม่เปิดเผยรายละเอียด

ต่อมาเวลา 10.15 น. ตามเวลาท้องถิ่น นายคิม จอง อึน พร้อมนายรี ยอง โชล เลขาธิการพรรคแรงงานเกาหลีเหนือ นายรี ยอง โฮ รมว.ต่างประเทศเกาหลีเหนือ นายรี ซู ยอง อดีต รมว.ต่างประเทศเกาหลีเหนือ เริ่มการเจรจาอย่างเป็นทางการกับนายทรัมป์และคณะติดตาม ประกอบด้วย นายไมค์ ปอมเปโอ รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ นายจอห์น เคลลี หัวหน้าคณะทำงานทำเนียบขาวสหรัฐฯ รวมทั้งนายจอห์น โบลตัน ที่ปรึกษาความมั่นคง สายเหยี่ยวของนายทรัมป์ ที่ก่อนหน้านี้วิจารณ์รัฐบาลเกาหลีเหนืออย่างรุนแรง จนกระบวนการนัดเจรจาต้องหยุดชะงักไปในช่วงปลายเดือน พ.ค. นายทรัมป์ ได้กล่าวเกริ่นก่อนประชุมด้วยว่า เราจะร่วมแก้ปัญหา ใหญ่ แต่เชื่อว่าจะสำเร็จ ขณะที่นายคิมก็กล่าวเช่นกัน แต่พูดเบาและถูกกลบด้วยเสียงชัตเตอร์ของกล้องสื่อมวลชนที่ดังรัวๆ

หลังการประชุมรอบเช้าอย่างเป็นทางการ คณะผู้นำเกาหลีเหนือและสหรัฐฯเข้าร่วมรับประทานอาหารกลางวัน เมนูผสมผสานอาหารตะวันตกและตะวันออก ไม่ว่าเนื้อสันใน หมูทอดเปรี้ยวหวาน ข้าวผัดกวางโจว ไปจนถึงอาหารเกาหลีอย่างแตงกวายัดไส้ “โอยเซออน” และปลาคอทเคี่ยวถั่วเหลือง “แดกูจอริม” นอกจากนี้ นายทรัมป์ยังเดินพูดคุยเป็นการส่วนตัวกับนายคิม จอง อึน บริเวณสวนหย่อมโรงแรม โดยไม่มีล่ามแปลภาษาติดตาม พร้อมพานายคิม จอง อึน ชมรถหุ้มเกราะส่วนตัวของประธานาธิบดีสหรัฐฯ “เดอะ บีสต์” ที่ป้องกันได้ทั้ง อาวุธเคมีและจรวดอาร์พีจี โดยนายคิม จอง อึน มีท่าทีสนใจและยิ้มแย้มอย่างเห็นได้ชัด

จากนั้นในช่วง 13.50 น. ตามเวลาท้องถิ่น นายคิม จอง อึน และนายทรัมป์ ต่างเข้าห้องประชุมรอบบ่าย ลงนามแถลงการณ์ร่วมการประชุมสุดยอดสหรัฐฯ-เกาหลีเหนือ มีใจความว่า “ประธานาธิบดีทรัมป์และประธานคิม จอง อึน ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างครอบคลุม เจาะลึก และจริงใจในเรื่องต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการสร้างความสัมพันธ์ใหม่ระหว่างสหรัฐฯ-เกาหลีเหนือ สร้างระบอบการปกครองอย่างสันติที่แข็งแรงและยั่งยืนในคาบสมุทรเกาหลี ประธานาธิบดีทรัมป์ยึดมั่นในการรับรองหลักประกันความมั่นคงแก่เกาหลีเหนือและประธานคิม จอง อึน ยึดมั่นอย่างแน่วแน่ในหลักการทำให้คาบสมุทรเกาหลีปลอดอาวุธนิวเคลียร์อย่างสิ้นเชิง”

“ด้วยความเชื่อมั่นในสิ่งเหล่านี้ ประธานาธิบดีทรัมป์และประธานคิม จอง อึน ขอแถลงการณ์ร่วมว่า 1. สหรัฐฯ และเกาหลีเหนือจะสร้างความสัมพันธ์ใหม่ ตามความประสงค์ของประชาชนทั้งสองประเทศ เพื่อสันติภาพและความเจริญรุ่งเรือง 2. สหรัฐฯ และเกาหลีเหนือจะใช้ความพยายามร่วมกันสร้างระบอบการปกครองอย่างสันติในคาบสมุทรเกาหลี 3. ยอมรับหลักการของปฏิญญาปันมุนจอม ในการประชุมสุดยอดผู้นำเกาหลีเหนือ-ใต้ วันที่ 27 เม.ย.2561 เกาหลีเหนือยึดมั่นที่จะทำงานเพื่อมุ่งไปสู่การปลอด อาวุธนิวเคลียร์ในคาบสมุทรเกาหลี และ 4. สหรัฐฯและเกาหลีเหนือยึดมั่นในการเก็บกู้ร่างของเชลยศึกและผู้สูญหายในสงครามเกาหลี รวมถึงส่งร่างของผู้เสียชีวิตกลับประเทศต้นทางทันทีที่ระบุอัตลักษณ์สำเร็จ”

“ประธานาธิบดีทรัมป์และประธานคิม จอง อึน รับรู้ว่าการประชุมสุดยอดสหรัฐฯ-เกาหลีเหนือครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญในการก้าวพ้นความขัดแย้งและความตึงเครียดอันยาวนานหลายทศวรรษระหว่างสองประเทศ ด้วยเหตุนี้ สหรัฐฯและเกาหลีเหนือยึดมั่นที่จะจัดการเจรจาต่อเนื่อง นำโดยนายไมค์ ปอมเปโอ รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงเกาหลีเหนือที่เกี่ยวข้อง โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อดำเนินการตามผลการเจรจาสุดยอดครั้งนี้ ลงบันทึกวันที่ 12 มิ.ย.2561 เกาะเซนโตซา สิงคโปร์”

ในเวลา 16.15 น. ตามเวลาท้องถิ่น นายคิม จอง อึน ได้ร่วมจับมือนายทรัมป์อีกเป็นครั้งสุดท้าย มีการสังเกตภาษากายว่า นายคิม จอง อึน มีการบิดมือนายทรัมป์ลงอยู่ข้างล่างเล็กน้อย แสดงถึงความ “เหนือกว่า” บ้าง เหมือนเป็นการเอาคืนที่ถูกทรัมป์แตะต้นแขน ก่อนเดินทางออกจากที่ประชุมกลับโรงแรมเซนต์ รีจิส สิงคโปร์ ขณะที่นายทรัมป์ จัดงานแถลงข่าวนานกว่า 1 ชั่วโมง เผยว่า ขอบคุณนายคิม จอง อึน ที่ตัดสินใจก้าวเดินครั้งสำคัญมุ่งสู่ อนาคตที่สดใส ทั้งได้ฝากคลิปวิดีโอให้นายคิม จอง อึน ที่ตั้งคำถามว่า ควรจะร่วมเปลี่ยนแปลงหรือให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย นายทรัมป์ยังหลุดปากว่าเคยคุยเป็นการส่วนตัวทางโทรศัพท์กับนายคิม จอง อึน มาแล้วก่อนหน้านี้ จนที่ปรึกษานายทรัมป์รีบตัดบทแก้ตัวว่า เป็นเจ้าหน้าที่คนอื่นที่สนทนากับผู้นำเกาหลีเหนือ

นายทรัมป์เปิดเผยอีกว่า กองทัพสหรัฐฯจะยุติซ้อมรบประจำปีกับกองทัพเกาหลีใต้ ที่รัฐบาลเกาหลีเหนือต่อต้านมาตลอด ระงับมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือครั้งใหม่กว่า 300 รายการ ระหว่างช่วงเจรจาต่อเนื่อง รวมถึงกล่าวเชิญนายคิม จอง อึน เยือนทำเนียบขาว กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในช่วงเวลาที่เหมาะสม ตนก็พร้อมเดินทางเยือนกรุงเปียงยางเช่นกันในอนาคต นายคิม จอง อึนกล่าวตอบรับคำเชิญแล้ว นอกจากนี้ นายทรัมป์ยังยกประเด็นสิทธิมนุษยชน มาพูดคุยในการหารือด้วยเล็กน้อย

นายทรัมป์กล่าวอีกว่า ส่วนการเจรจาระดับเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ-เกาหลีเหนือ ครั้งต่อไปเชื่อว่าจะมีขึ้นในสัปดาห์หน้า แต่มิได้เผยรายละเอียดว่าใครจะเป็นผู้ดำเนินการหารือ กระนั้น อยากให้มีการจัดประชุม สุดยอดอีกเป็นครั้งที่ 2 เพื่อหารือเพิ่มเติมเรื่องการปลอดอาวุธนิวเคลียร์ แต่มิได้แสดงความเห็นต่อกรณีที่แถลงการณ์ร่วมมิได้ระบุถึงการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือ ขององค์การสหประชาชาติหรือยูเอ็น ขณะที่สำนักข่าวเอพีระบุด้วยว่า นายทรัมป์ดูมีความสุขในการแถลงข่าวครั้งนี้

ขณะที่สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นายคิม จอง อึน เดินทางออกจากสิงคโปร์กลับเกาหลีเหนือ ในเวลา 21.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ขึ้นเครื่องโบอิ้ง 747 ของสายการบินแอร์ไชน่า ที่สนามบินนานาชาติชางงี ส่วนนายทรัมป์ ขึ้นเครื่องแอร์ฟอร์ซวัน เดินทางสู่รัฐฮาวาย สหรัฐฯ ในเวลา 18.37 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยเป็นการกลับก่อนกำหนด ทั้งให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ไม่มีอะไรเหลือให้ทำแล้ว เชื่อว่านายคิม จอง อึนจะดำเนินกระบวนการปลดอาวุธนิวเคลียร์ในทันที

วันเดียวกัน นานาชาติต่างมีปฏิกิริยาด้านบวก ต่อการประชุมสุดยอดสหรัฐฯ-เกาหลีเหนือ ทั้งกระทรวงต่างประเทศจีนที่กล่าวชื่นชม พร้อมเรียกร้องให้มีการปลดอาวุธนิวเคลียร์โดยสมบูรณ์เพื่อลดความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี กระทรวงต่างประเทศ รัสเซีย ที่ประกาศพร้อมยื่นมือช่วยเหลือ นายชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวว่าแถลงการณ์ร่วมของสองผู้นำ เป็นก้าวแรกของการปลอดอาวุธนิวเคลียร์ ดร.มหาธีร์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เผยว่าพร้อมเปิดสถานทูตเกาหลีเหนือในมาเลเซียอีกครั้ง ขณะที่นายมุน แจ อิน ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ชื่นชมการตัดสินใจเข้าร่วมประชุมของนายคิม จอง อึน ขอให้ร่วมกันเขียนประวัติศาสตร์บทใหม่

เช่นเดียวกับสหภาพยุโรปและทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ หรือไอเออีเอ ที่ยินดีต่อผลการประชุมครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม เกิดกระแสต่อต้านในเครือข่ายสังคมออนไลน์ต่างๆเช่นกัน วิจารณ์นายทรัมป์ทำไมจับมือกับผู้นำเผด็จการที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน แต่กลับไม่ยอมจับมือนางแองเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ในการประชุมจี 7 แคนาดา ส่วนรัฐบาลอิหร่านออกแถลงเตือนเกาหลีเหนือว่า ให้ระวังนายทรัมป์ยกเลิกแถลงการณ์ร่วม

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ครม.สัญจร ถึงการหารือ ระหว่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา กับนายคิม จอง อึน ประธานาธิบดีเกาหลีเหนือ ที่ประเทศสิงคโปร์ เพื่อให้เกิดการปลดอาวุธนิวเคลียร์โดยสมบูรณ์ในคาบสมุทรเกาหลีว่า เท่าที่ตนทราบในเบื้องต้น ก็เห็นว่ามีความคืบหน้า และการพูดคุยดังกล่าวเป็นไปด้วยดี ส่วนผลการหารือจะออกมาเป็นอย่างไรนั้น ตนยังไม่ทราบ เพราะไม่ได้เข้าไปร่วมหารือกับเขา อย่างไรก็ตาม คิดว่าถือเป็นแนวโน้มที่ดีต่อโลก ถ้าเขาสามารถทำตามได้ที่ตกลงกัน ตนก็ขอแสดงความยินดีด้วย และขอให้กำลังใจกับผู้นำทั้ง 2 ประเทศดังกล่าว

ส่วนนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงการหารือระหว่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา กับนายคิม จอง อึน ประธานาธิบดีเกาหลีเหนือ ที่ประเทศสิงคโปร์ ว่า เชื่อว่าเป็นการหารือที่ทั้งสองฝ่ายจะพอใจ บ่ายวันนี้ (12 มิ.ย.) จะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการทุกคนรอฟัง ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศเตรียมท่าทีต่อสิ่งที่เกิดขึ้นเท่าที่จะทำได้ แต่ต้องรอข่าวที่เป็นทางการออกมาก่อน เชื่อว่าท่าทีที่จะออกมาจะส่งผลดีต่อภูมิภาคเอเชีย และทั่วโลก สิ่งต่างๆที่ออกมาเป็นประเด็นที่สร้างสรรค์ แต่ยังไม่มีข่าวออกมาอย่างเป็นทางการ จึงไม่ทราบว่าสิ่งที่เป็นเรื่องสร้างสรรค์มีประเด็นเรื่องใดบ้าง เมื่อถามว่าการจับมือของสองผู้นำเป็นนิมิตหมายที่ดีหรือไม่ นายดอน ตอบว่า เชื่อว่าดี เพราะหลังต่อว่ากันไปกันมาแล้วได้สัมผัสมือกันถือเป็นเรื่องที่ดี เมื่อถามย้ำว่า จะส่งผลอะไรต่อการเมืองโลกหรือไม่นายดอนกล่าวว่า “ถ้าทุกอย่างเป็นไปอย่างสร้างสรรค์เราจะสามารถลดความตึงเครียดในเวทีหนึ่ง แต่เวทีในประเทศอื่นๆ ยังจะต้องหาทาง”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้