วันศุกร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ถอดคำพูดคำต่อคำ! กัปตัน-แม่-มิ้ง ครอบครัวผู้ชายเอาแต่เด็กจริงหรือ? (คลิป)

ถอดคำพูดคำต่อคำ! กัปตัน-แม่-มิ้ง ครอบครัวผู้ชายเอาแต่เด็กจริงหรือ? (คลิป)

  • Share:

มาแถลงข่าวจบประเด็น กัปตัน ชลธร ทำผู้หญิงท้อง กันแบบสองครอบครัว กัปตัน-มิ้ง แต่ดูเหมือนงานนี้ดราม่าจะไม่จบ เมื่อการแถลงข่าวครั้งนี้ของ กัปตัน กับแฟนเก่าที่ตั้งครรภ์ มีหลายเรื่องที่ถูกนำมาดราม่าต่อ โดยเฉพาะ สีหน้าของ แม่กัปตัน และ ตัวกัปตันเอง

โดยการแถลงมี กัปตัน ชลธร คงยิ่งยง, คุณแม่กัปตัน วิริยา คงยิ่งยง, คุณพ่อกัปตัน วทีรัต คงยิ่งยง ฝ่ายหญิง มิ้ง ศวภัทร สุนทรนันท, แม่มิ้ง - ปุณณดา ไชยยงยศ และทางฝั่งนาดาวมี พี่บอมบ์ จงจิตต์ อินทุ่ง ตำแหน่ง Associate Director of Artist Management บริษัท นาดาว บางกอก จำกัด 

กัปตันอยากจะพูดอะไรในวันนี้?
กัปตัน "ก่อนอื่นขอบคุณพี่ๆ ทุกคนที่มาฟังเรื่องที่ผมจะเล่าในวันนี้ครับ ผมก็ยอมรับเลยว่าผมกับทางมิ้งเคยมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันจริง แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างที่ทำให้เราเลิกกันไป แต่เราก็มีความห่วงใยให้กัน

สำหรับเรื่องที่มีเด็กอยู่นั้น ทางผมขอรับผิดชอบสิ่งที่ผมได้กระทำไปจริงๆ ครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการดูแลเด็ก ผมไม่สามารถปล่อยให้สิ่งที่เกิดจากผมเนี่ยได้รับอันตรายใดๆ อีกแล้วครับ"

หลังจากพูดคุยกันแล้วได้มีข้อตกลงยังไงบ้าง?
มิ้ง "ข้อตกลงตอนนี้ก็คือเขายินดีที่จะรับผิดชอบค่ะ แต่ว่าหลังจากนี้จะรับผิดชอบในทางไหนเดี๋ยวกลับไปคุยกับทางครอบครัวต่อไปอีกทีนึง"

จะรับผิดชอบเฉพาะน้อง หรือตัวเขาด้วย?
กัปตัน "ก่อนอื่นผมขอบอกก่อนเลยนะครับว่า ผมมีความเป็นห่วงเด็กมากๆ ฉะนั้นผมจึงต้องการจะพาไปฝากครรภ์ครับ"

จะมีโอกาสกลับมาเป็นแฟนกันมั้ย?
กัปตัน "อันนี้คงตอบไม่ได้ครับผม เพราะอย่างแรกที่ผมต้องโฟกัสคือเด็กในท้องจริงๆ เพราะผมไม่สามารถปล่อยให้เด็กเป็นอะไรขึ้นมาได้เมื่อเกิดออกมา"

มิ้งรู้สึกยังไงบ้าง ถ้าเขาจะรับผิดชอบแค่น้องอย่างเดียว?
มิ้ง "ก็แล้วแต่เขาค่ะ"

ตอนนี้อายุครรภ์กี่สัปดาห์แล้ว?
มิ้ง "7 สัปดาห์ค่ะ"

ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าคุณแม่ของกัปตันไม่โอเคกับมิ้ง?
คุณแม่กัปตัน "ถามว่าความรับผิดชอบ ถ้าเกิดจริง และได้มีการตรวจสอบแล้ว ครอบครัวก็รับผิดชอบอยู่แล้วค่ะ (เหมือนยังไม่เชื่อใจว่าลูกในท้องเป็นลูกของกัปตัน?) อันนี้ประเด็นนี้แม่ขอโฟกัสถึงเรื่องของเด็กก่อนนะคะ เพราะห่วงว่าถ้ามีขึ้นมา เราต้องดูที่ความปลอดภัยของตัวเด็กก่อน กับตัวแม่เขานะคะ"

จริงๆ ใจเราเชื่อมั้ยว่าเป็นหลานเรา?
คุณพ่อกัปตัน "คือเป็นขั้นๆ เวลามันบอกเป็นขั้นๆ ไปว่าจะต้องทำยังไง เราพูดไม่ได้ครับ"

ต้องรอพิสูจน์อย่างเดียวว่าใช่หรือไม่ใช่?
กัปตัน "ผมไม่สนตรงนั้นแล้วล่ะครับ เพราะอย่างที่บอกว่าเรามีความสัมพันธ์เคยเป็นแฟนกันมา ไม่ว่าจะเหตุใดก็ตาม ถ้าเกิดเป็นสิ่งที่เกิดจากผม ผมขอรับผิดชอบ

และผมต้องขอโทษแฟนคลับทุกคนด้วยนะครับ อยากบอกทุกคนนะครับว่าสิ่งที่ทุกคนมองว่าพ่อแม่ผมไม่ดี ผู้หญิงไม่ดี ทางค่ายไม่ดี หรือใครรอบตัวผมไม่ดี ผมขอให้ทุกคนอย่าไปโทษเขาเลยครับ ขอให้ทุกคนโทษที่ผมนะครับ"

คุณแม่ของมิ้งรู้สึกยังไงบ้าง?
คุณแม่มิ้ง "ก็ให้เขาคุยกันก่อน ถามว่ามีข้อเรียกร้องมั้ย ไม่มีค่ะ แล้วแต่เห็นสมควรค่ะ (ส่วนตัวก็เชื่อว่าเป็นลูกของกัปตัน?) ใช่ค่ะ"

ย้อนกลับไปวันที่มิ้งมาบอกเรื่องนี้?
กัปตัน "ตอนแรกผมไม่ทราบครับ แล้วมิ้งเป็นคนมาบอกผมเองที่บ้านครับ ถามว่ารู้สึกยังไง มันก็คงช็อก คงไม่มีใครที่ไหนคิดว่ามันจะเกิดขึ้นหรอกครับ

เพราะโดยส่วนตัวผมยอมรับในเรื่องการป้องกัน ก็ค่อนข้างระมัดระวังเป็นอย่างมากอยู่แล้วครับ (เราเลือกบอกพ่อแม่ของเราเองก่อน?) จริงๆ รู้พร้อมกันครับ"

แต่น้องมิ้งให้สัมภาษณ์ว่าพ่อแม่ฝ่ายชายกีดกันไม่ให้คุยกัน?
คุณพ่อกัปตัน "คือจริงๆ แล้วไม่ได้กีดกันหรอกครับ มิ้งบอกว่ามิ้งบรรลุนิติภาวะแล้ว น่าจะคุยกับกัปตัน ซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้วเหมือนกัน คุยกันเองได้ อันนี้เป็นความคิดที่แตกต่างกันระหว่างทางมิ้งกับทางครอบครัว เพราะว่าทางผมคิดว่าถ้าเกิดตัดสินใจเองแล้ว เรื่องมันมาถึงขนาดนี้ เราคงจะต้องมีส่วนในการตัดสินใจ"

จริงๆ มิ้งต้องการคุยกับกัปตันสองคน มันเป็นเรื่องที่เฉพาะมากๆ ถึงขั้นคนอื่นรู้ไม่ได้เลยเหรอ?
มิ้ง "ก็ค่อนข้างค่ะ ตามจริงตอนนี้มิ้งก็ยังรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องคนสองคน ที่ตัวเขาเองถ้าเขาคิดว่ายังไม่โตพอ สุดท้ายเรื่องนี้ต้องมีความเป็นผู้ใหญ่ มีความรับผิดชอบ

เราก็ต้องปรึกษาว่าจะเอายังไงต่อดี ถึงจะไปถึงครอบครัวได้ ก็จริงที่ว่าครอบครัวเลี้ยงมาไม่เหมือนกัน ฝั่งพ่อแม่มิ้งคือให้มิ้งตัดสินใจด้วยตัวเองว่าเอายังไงต่อ คือเลือกที่จะรับผิดชอบยังไงดีกว่า"

ถ้าวันนี้ไม่ได้เจอกัปตัน สิ่งที่เราคิดไว้คืออะไร?
มิ้ง "ยังไม่ได้คิดค่ะ"

ตอนนี้มีทางออกที่ทั้งคู่สามารถตกลงกันได้แล้วนอกจากการรับผิดชอบเรื่องเงินทอง?
กัปตัน "ตอนนี้ต้องพาไปฝากครรภ์ครับ เพราะผมเป็นห่วงความปลอดภัยของเด็กมากๆ รวมถึงตัวมิ้งเองด้วย"

ยังมีอะไรอยากคุยกันอีกสองคนอีกมั้ย?
มิ้ง "ก็ยังมีอยู่ค่ะ ก็อาจจะมีโอกาสได้คุยกันสองคน"

สำหรับมิ้งถือเป็นครั้งแรกที่ได้เจอหลังจากเกิดเรื่อง เห็นเมื่อกี๊มีการยกมือไหว้ขอโทษกัน?
มิ้ง "ก็ขอโทษที่สัมภาษณ์ไปไม่ดี อาจจะเพราะด้วยอารมณ์โกรธ ความน้อยใจ ทุกอย่างที่มิ้งเจอมาค่ะ (แต่ที่สัมภาษณ์คือเรื่องจริงทั้งหมด?) ค่ะ"

แม้กระทั่งผลตรวจ ทางนาดาวบางกอกเป็นคนเลือก รพ. ให้ตรวจด้วย?
มิ้ง "อันนั้นหนูไม่ได้พูดว่าทางนาดาวเป็นคนเลือกให้ตรวจ ทางคุณพ่อเลือกให้ตรวจที่สมิติเวช ซึ่งมิ้งรู้สึกว่าไกลเกินไปจากบ้านมิ้งค่ะ"

บอมบ์ "คือไม่ใช่เรื่องของการตรวจหรอกค่ะ คือก่อนหน้านั้นน้องได้ไปตรวจและยื่นผลมา อันนั้นเขาไปตรวจมาก่อนแล้ว ไม่ใช่เราเป็นคนบอกว่าให้ไปตรวจที่นั่น แต่ที่ให้ไปตรวจสมิติเวชคือ การไปฝากครรภ์ อันนั้นคนละเวลาค่ะ"

ที่กัปตันบอกว่าเป็นห่วงเด็กในท้องกับมิ้ง มันเกิดอะไรขึ้น?
กัปตัน "อย่างที่ทุกคนรู้อยู่ว่าตอนนี้กระแสมันเป็นวงกว้าง ขนาดผมเป็นคนอ่าน หรือรู้ข่าวออกมา สภาพจิตใจของผมยังค่อนข้างแย่พอสมควร รวมถึงครอบครัวผม คนที่รู้จักผมด้วย ผมก็เลยคิดว่าทางมิ้งเองก็น่าจะไม่ต่างอะไรจากผมเหมือนกัน ก็เป็นห่วงสภาพจิตใจครับ"

หลายคนกลัวว่าเราจะเอาน้องออก มีคิดแว้บๆ ขึ้นมามั้ย?
มิ้ง "เคยมีค่ะ แต่ตอนนี้ไม่ได้คิด และฝ่ายกัปตันเป็นคนพูดตั้งแต่แรกว่า ไม่ให้ทำ (ตอนนั้นที่คิดจะเอาน้องออก เพราะอะไรถึงคิดแบบนั้น?) มันแบบอารมณ์โกรธ น้อยใจ"

คุณแม่มิ้ง "เขาไม่อยากให้เด็กออกมาเป็นปัญหาของใครค่ะ (คุณแม่เองก็อยู่ในเหตุการณ์ตลอด?) ใช่ค่ะ ถามว่าได้แนะนำอะไรน้องมั้ย คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ให้เอาออกค่ะ ยังไงก็ให้เก็บไว้แล้วยกให้เป็นลูกคุณแม่ก็ได้"

วันนี้สภาพจิตใจดีขึ้นบ้างรึยัง?
มิ้ง "ก็ดีขึ้นค่ะ ถามว่ายังมีเรื่องที่อยากถามหรือคุยกับกัปตันมั้ย อันนั้นคงต้องไปคุยกันหลังไมค์สองครอบครัวอีกทีนึงค่ะ"

ทางครอบครัวกัปตันมีอะไรอยากพูดมั้ย คุณแม่เองก็ถูกโจมตีเยอะเหมือนกัน?
คุณแม่กัปตัน "จริงๆ แล้วแม่ไม่ค่อยสนใจข่าวมากเท่าไหร่นะคะ เพราะว่าแม่มีจุดยืน คือ หนึ่ง ความปลอดภัยของตัวเขาและเด็กแค่นั้น ก็เลยคิดว่าเราพาไปดูแลแค่นั้น ก็บอกเขาไปอย่างนี้"

ยังโกรธมั้ยที่มิ้งให้สัมภาษณ์แบบนั้น?

แม่กัปตัน "ถามว่าโกรธมั้ย ถ้าบอกว่าไม่โกรธ มันก็คงไม่มีใครเชื่อเนอะ ก็มีอารมณ์ขึ้นมา แต่ว่าเราก็ต้องตั้งสติ และต้องคิดว่าสิ่งที่เราควรจะทำต่อไปที่ถูกต้องคืออะไร"

ตอนนี้เข้าใจเขาดีขึ้นมั้ยในฐานะลูกผู้หญิงด้วยกัน?
คุณแม่กัปตัน "ก็พยายามเข้าใจอยู่แล้วนะคะ"

ตัวกัปตันเองเป็นไงบ้าง?
กัปตัน "ก็เป็นห่วงทั้งสภาพจิตใจพ่อแม่ สภาพจิตใจทุกคนที่เกี่ยวข้องกับผม สภาพจิตใจของคุณแม่ ครอบครัวเขา รวมถึงมิ้งเองครับ"

เรื่องงานในวงการมีผลกระทบยังไงบ้าง?
กัปตัน "ยังไงผมก็มีภาระหน้าที่ที่ต้องทำให้เสร็จครับ แล้วหลังจากนี้ไม่ว่ามันจะเป็นยังไงผมก็ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ผมทำไป โอกาสจะมาหรือไม่มาไม่เป็นไร ผมขอรับผิดชอบที่ผมทำก่อน (เบื้องต้นผู้ใหญ่เรียกเข้าไปคุยเกี่ยวกับเรื่องงานบ้างรึยัง?) คุยกันเรียบร้อยครับ"

บอมบ์ "เราต้องแบ่งเป็น 2 พาร์ท คือสิ่งที่เขาทำอยู่มันคือเรื่องส่วนตัว ถามว่าสิ่งที่เขาทำผิดศีลธรรมมั้ย ตอนนี้เขารับผิดชอบในสิ่งที่เขาทำอย่างที่ทุกคนเห็นอย่างชัดเจนแล้ว ทางบริษัทก็รู้สึกว่าสิ่งที่เขารับผิดชอบมันคือสิ่งที่เขาแสดงตัวตนของเขาออกมา

เพราะฉะนั้นในพาร์ทการทำงานที่ผ่านมา กัปตันไม่เคยที่จะไม่เต็มที่กับการทำงานเลย เราก็เลยรู้สึกว่าเราไม่อยากตัดสินเขาจากสิ่งที่เกิดขึ้น

ถ้าเกิดในอนาคตเขาทำงานได้ไม่ดี ไม่ตั้งใจ เกเร อันนั้นถึงเป็นส่วนของการตัดสินในพาร์ทงานของเขามากกว่าในเรื่องที่เกิดขึ้น (แสดงว่ายังเป็นเด็กในสังกัดนาดาวบางกอก?) ใช่ค่ะ"

งานที่มีกับทางนาดาวบางกอกยังเดินหน้าต่อ?
บอมบ์ "ใช่ค่ะ คือในส่วนพาร์ทของงาน ไนน์บายนาย เรามีการคุยกับโฟร์โนล็อก อัพเดตกันเรื่อยๆ ซึ่งทางโฟร์โนล็อกก็ยังยืนยันว่าน้องยังอยู่ในโปรเจกต์เหมือนเดิม แต่สุดท้ายในอนาคตจะเป็นยังไง ตอนนี้เราคงให้ทางโฟร์โนล็อกเป็นคนตัดสินใจอีกทีนึง แล้วอาจมาแจ้งให้ทราบค่ะ"

กัปตันยังกังวลเรื่องงานมั้ย?
กัปตัน "ตอนนี้ผมสามารถทิ้งทุกอย่างได้ถ้ามันยังไม่เข้ามา แต่ในหน้าที่ที่ทางผู้ใหญ่มอบหมายให้ ผมก็ต้องทำให้เต็มที่ครับ ตอนนี้ผมไม่มองถึงอนาคตไว้ก่อนดีกว่า ตอนนี้ยังมีถ่ายซีรีส์ละครก็ต้องทำให้เต็มที่ ถ้าผู้ใหญ่ยังให้โอกาสต่อไป ผมก็จะทำต่อไปครับ"

การแถลงวันนี้มิ้งตั้งใจมาเองใช่มั้ย?
มิ้ง "ก็ไม่ได้ตั้งใจ แต่พี่บอมบ์เชิญมา ก็รู้สึกว่ามาทีเดียวให้มันจบไปเลยดีกว่า"

เรามองอนาคตเราเองไว้บ้างมั้ย?
มิ้ง "ยังคิดไม่ออกค่ะ (หัวเราะ)"

มีคนทวีตแฉว่าเคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้กับแฟนเก่าด้วย?
มิ้ง "มันเป็นเรื่องที่เคยเล่าให้กัปตันฟังเหมือนกันตั้งแต่คบกันแรกๆ เป็นเรื่องที่เม้าท์กันมาตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว ซึ่งมิ้งเลือกที่จะไม่สนใจ ทุกคนรอบข้างมิ้ง คนที่รู้จักมิ้งจริงๆ ที่ไม่ใช่แอคเคานต์ปลอม เอาแค่คนรู้จักมิ้งจริงๆ ว่าทำอะไรลงไป มันไม่ใช่เรื่องจริงค่ะ"

กัปตันคิดมั้ยว่าถ้าตัดสินใจคุยกันตั้งแต่แรกก็คงจะไม่มีการแถลงข่าวแบบนี้เกิดขึ้น?
กัปตัน "อันนี้ผมไม่ทราบจริงๆ เพราะว่าผมต้องคุยกับทั้งทางผู้ใหญ่ ทางนาดาวฯ รวมถึงพ่อแม่ของผม ผมไม่สามารถที่จะตัดสินใจและเลือกทางที่ผิดพลาด ทำให้ครอบครัวของผมสภาพจิตใจแย่ไปกว่านี้ได้แล้วครับ"

คุณพ่อกัปตัน "พอดีความเร็วมันเร็วมาก คือว่าเราคุยไปแล้วรอบนึง แล้วเราก็ให้ข้อมูลว่าเราอยากจะให้ฝากท้อง แล้วมัน 2 อาทิตย์เองน่ะ มันเร็วมากจนยังเจรจาไม่ลงตัว คือคืนวันที่ 27 พ.ค. จริงๆ เราคุยอยู่ ไม่ใช่เราไม่อยากคุย เพียงแต่ว่าเราไม่เร็วโดยดับกระแสได้"

บอมบ์ "หมายถึงว่าวันก่อนที่จะเป็นข่าว คือเป็นวันที่เราไปร่วมงานไนน์เอ็นเตอร์เทนค่ะ ก่อนหน้านั้นทางคุณแม่กัปตันและของมิ้ง มีการคุยกันนัดกันเรื่องการไปฝากครรภ์ก่อนแล้วล่วงหน้า

แต่ยังไม่ได้เกิดการนัดวันกัน เพราะว่าพอดีคุณแม่ของมิ้งไปต่างจังหวัดค่ะ หลังจากเกิดเหตุการณ์ในงานไนน์เอ็นเตอร์เทน วันรุ่งขึ้นพี่ก็เลยโทรติดต่ออีกครั้งเพื่อจะขอนัดที่จะไปฝากครรภ์ค่ะ"

สำหรับกัปตัน ถือว่าเป็นบทเรียนหนักมากมั้ยในชีวิต?
กัปตัน "ก็ถือว่าหนักที่สุดในชีวิตแล้วนะครับ แต่ว่าในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว เราคงไม่สามารถกลับไปแก้ไขในอดีตได้เนอะ ตอนนี้ที่เราทำได้คือตั้งใจทำงานของเราเพื่อให้คนดูได้เห็นได้ชื่นชอบในผลงานที่ตั้งใจทำทุกชิ้นครับ"

ถ้าถึงวันนั้นคนเลิกสนใจเราแล้ว เราจะรู้สึกยังไง?
กัปตัน "ผมก็ต้องยอมรับในจุดนั้นครับ"

เราพร้อมจะแก้ปัญหาร่วมกัน ถึงเราเลิกกันไปแล้ว?
กัปตัน "เด็กในท้องเราต้องทำให้เด็กมีคุณภาพที่ดีในสังคมอยู่แล้ว เราคงไม่ทำให้เด็กเกิดอันตรายรวมถึงผู้หญิงได้ เราก็ต้องรับผิดชอบทำให้เต็มที่แล้ว"

มิ้งคิดว่าโอกาสที่เรากลายเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวมีกี่เปอร์เซ็นต์?
มิ้ง "(มองหน้าคุณแม่ คุณแม่ลูบหัว) ยังตอบไม่ได้หรอกค่ะ (สมมติถ้ามันเป็นแบบนั้นจริงๆ เรามีภาพในหัวมั้ย?) ก็มีคิดค่ะ ก็คงต้องเป็นอย่างนั้น"

แล้วเรื่องอนาคตของมิ้งเองอย่างเรื่องงานล่ะ?
มิ้ง "ก็เพิ่งเรียนจบ คิดว่าจะสมัครงาน แต่ว่าคงไม่ได้แล้ว ก็ยังไม่ได้คิดเรื่องงานค่ะ"

เรื่องค่าใช้จ่าย ทางครอบครัวฝ่ายกัปตันดูแลไปก่อน?
คุณพ่อกัปตัน "เรื่องค่าใช้จ่ายทางผมรับผิดชอบเต็มที่ ให้เป็นไปตามสเตป ถ้ามีค่าใช้จ่ายเรื่องการฝากครรภ์ เราก็จัดการทุกอย่าง"

อยากบอกอะไรกับคนที่วิจารณ์?
กัปตัน "ขอร้องทุกคนว่าอย่าโทษใครเลย ถ้าเกิดจะโทษใคร ขอให้โทษผมคนเดียวพอ ผมขอรับผิดทั้งหมดด้วยตัวคนเดียวครับ"

มิ้ง "มิ้งไม่ค่อยได้ไปอ่านเท่าไหร่ เข้าไปอ่านนานๆ ที เห็นว่าแบ่งแยกเป็นทั้งสองฝ่าย ก็ไม่ได้โกรธใครที่ด่า มันเป็นมุมมองความคิดของแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน ตอนนี้ก็คิดว่าน่าจะเคลียร์กันแล้ว คงไม่มีการด่ากันทั้งสองฝ่ายอีกแล้วค่ะ".

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้