Thairath Logo
กีฬา

คาถานายก

Share :

หลวงวิจิตรวาทการ เขียนไว้ตอนหนึ่งในหนังสือ มหัศจรรย์ทางจิต “เราเชื่อกันว่า ผู้ไร้การศึกษาหรือคนป่าเถื่อน เชื่อเรื่องมนต์คาถา ข้าพเจ้าเองก็เคยคิดเช่นนั้น”

แต่ก็มีเรื่องประจักษ์แก่ตา อาจารย์ข้าพเจ้า สมเด็จพระวันรัต เขมจารีเถระ วัดมหาธาตุ เปรียญ 9 ประโยค ผู้จัดการศึกษา ทำให้สำนักวัดมหาธาตุเป็นสำนักปริยัติธรรมที่ยิ่งใหญ่

นอกจากท่านไม่เชื่อเรื่องเวทมนต์คาถาแล้ว ยังเป็นปรปักษ์อย่างรุนแรง

ต่อมาเมื่อมีการสังคายนาพระไตรปิฎก พระอภิธรรมเป็นภาคใหญ่มีความยากและสำคัญกว่าภาคอื่น สมเด็จอาจารย์รับหน้าที่ชำระภาคนี้ทั้งภาคแต่ผู้เดียว

หลังการชำระ เคยได้ยินท่านพูดว่า “เห็นจะเข้าใจผิด” ต่อมา ท่านก็ยอมประพรมน้ำมนต์ และอีกไม่นาน “ข้าพเจ้าเป็นคนหนึ่งที่ได้รับการรดน้ำมนต์ และเสกเป่า”

แสดงว่าเมื่อได้ตรวจพระไตรปิฎกตอนสำคัญ และลึกซึ้ง ความเชื่อของท่านได้เปลี่ยนไป

ในปริอรรถาธิบายแห่งพระเครื่อง เล่มพระสมเด็จ “ตรียัมปวาย” อธิบายส่วนผสมการสร้างพระสมเด็จฯไว้ว่า สมเด็จท่านใช้ผงจากแท่งดินสอ

หลับตานึกถึงการเขียนคาถาแต่ละตัว เริ่มตั้งจิต เขียนพินทุ (จุด) แล้วร่ายคาถาแต่ละช่วงชั้นตัวอักษรไปจนจบที่นิพพาน
คือศูนย์

เขียนเป็นตัว แต่ละตัว จนจบคาถา แล้วก็ลบ แล้วก็เริ่มเขียนใหม่จากผงปถมัง ไปถึงผงอิธะเจ มหาราช พุทธคุณ และผงตรีนิสิงเห เขียนแล้วลบ ลบแล้วเขียน เป็นผงมากถึงห้าบาตร

กว่าจะเขียนจบห้าคัมภีร์ กว่าจะรวบรวมผงได้ถึงห้าบาตร ลองคิดว่า สมเด็จท่านใช้ความเพียรพยายาม และเวลายาวนานสักเพียงใด

อย่างที่รองศาสตราจารย์ สุกัญญา สุจฉายา เขียนไว้ในคำนำ หนังสือเลขยันต์ แผนผังอันศักดิ์สิทธิ์ว่า ผงเหล่านี้คือแหล่งพลังจิต ที่มีแรงสั่นสะเทือนออกไป

พลังจิตนี้นักวิทยาศาสตร์ฟิสิกส์เพิ่งค้นพบว่า สามารถรวมแรงธรรมชาติ แรงดึงดูดแรงแม่เหล็กไฟฟ้า แรงนิวเคลียร์ เข้าไว้ได้เป็นหนึ่งเดียว

หลักความเชื่อนี้ เป็นที่มาของพระเครื่องของขลัง...พระสมเด็จวัดระฆังองค์เดียว คือวัสดุที่รวมหลอมจากคลื่นพลังจิตยิ่งใหญ่ สร้างปาฏิหาริย์ช่วยผู้คนไว้ไม่น้อยเลย

มีคาถาบทหนึ่ง...ชื่อคาถากาสลัก...สมเด็จพระสังฆราช วชิรญาณวงศ์ วัดบวรฯ ท่านสอนให้ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ศิษย์เอก ท่องคำย่อสี่คำ จะ ภะ กะ สะ เอาไว้

สมเด็จท่านว่า เป็นคาถาขลัง ได้มาจากหลวงตาบ้านนอก หมั่นท่องเอาไว้ จะมีอานุภาพตามที่ศิษย์อยากได้ คือแคล้วคลาด คงกระพัน ยิงไม่ออก ฟันไม่เข้า ฯลฯ

อาจารย์หม่อมคึกฤทธิ์ ท่องเป็นนาน ต่อมาท่านก็รู้ว่า คาถาบทนี้ คือ หัวใจพระสูตรที ย่อมาจากทีฆนิกาย

จ ย่อมาจาก จช ทุชชนสังสัคคัง แปลว่า จงสละเสียซึ่งการสังคมด้วยทุรชน ภ ย่อมาจาก ภช บัณฑิตา เสวนัง แปลว่า จงคบหาแต่บัณฑิต ก ย่อมาจาก กระ บุญญมโหรตตัง แปลว่า จงกระทำบุญทั้งกลางวันและกลางคืน

และ ส ย่อมาจาก สรนิจมนิจจตัง แปลว่า จงระลึกถึงความไม่เที่ยงอยู่เป็นนิจ

อาจารย์หม่อมคึกฤทธิ์ ขอคาถากาสลักจากสมเด็จอาจารย์มาท่อง ก่อน พ.ศ.2500 ไม่กี่ปี ท่านก็คงท่องเรื่อยมา จนเมื่อถึงปี 2518 คาถาก็ออกฤทธิ์

หัวหน้าพรรคกิจสังคม มี ส.ส.ในพรรคแค่ 18 เสียง ก็แสดงปาฏิหาริย์ เป็นนายกรัฐมนตรี

หมั่นท่องคาถา หมั่นปฏิบัติ...ใคร ไม่ก็ใครที่ศรัทธา คงจะได้เป็นนายกฯ เข้าสักคน.

กิเลน ประลองเชิง

อ่านเพิ่มเติม...
คาถานายกรัฐมนตรีเลือกตั้งชักธงรบกิเลน ประลองเชิง