วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เปิดใจที่แรก! มิ้ง ผู้หญิงที่ท้องกับ กัปตัน พูดความจริงที่สะเทือนหลายคน!

ครั้งแรก เปิดใจ น้องมิ้ง ศวภัทร สุนทรนันท สาวที่ตกเป็นข่าวตั้งท้องกับพระเอกวัยรุ่น กัปตัน ชลธร พูดหมดทุกอย่าง ค่ายยึดผลตรวจโรงพยาบาล แม่ฝ่ายชายขู่เก็บเด็กไว้ ระวังเป็นโรคทางพันธุกรรม! งานนี้ มิ้ง เปิดใจทุกเรื่องที่แรกกับ ทีมข่าวบันเทิง ไทยรัฐออนไลน์

เป็นยังไงบ้าง น้องมิ้ง หลังข่าวออกไป

"ค่ายต้นสังกัดโทรหาแม่ค่ะ อยากให้ตรวจพร้อมกับทางเขา คราวที่แล้วผลตรวจทางค่ายก็ยึดไป ที่กัปตันให้สัมภาษณ์ก็คงทางค่ายบรีฟมาแหละ ซึ่งทางนั้นเขาก็มาบรีฟ มิ้ง ห้ามพูด ห้ามให้สัมภาษณ์ ห้ามลงรูป ห้ามทุกอย่าง มิ้งก็ยอม มิ้งยอมทุกอย่าง

แต่มิ้งขอเขาแค่อย่างเดียวให้ มิ้ง ได้คุยกับ กัปตัน สองคน ซึ่งเขาไม่ยอมแล้ว สุดท้ายมิ้งติดต่อ กัปตัน ไม่ได้ ซึ่งมิ้งไม่โอเคมากๆ มิ้งเลยตัดสินใจลงรูป มีคนเห็นก็เลยเป็นข่าว

ตอนนี้มีโดนหลายอย่าง โดนคนด่า โดนคนมองไม่ดี มีคนหาว่ามิ้งเคยท้องมาแล้ว มิ้งมีคนอื่น ท้องกับคนอื่นหรือเปล่า ซึ่งมันไม่ยุติธรรมกับมิ้ง"

กัปตัน บอกว่าเลิกกันแล้ว?
"อันนี้จริงค่ะ เลิกกันตั้งแต่ปลายปี แต่เรายังอยู่ในสถานะเดิม ที่คุยกันทุกเรื่อง ทำเหมือนเดิมทุกอย่าง เหมือนเดิมทุกอย่างจริงๆ แล้วที่บอกว่าไม่เจอกันนานแล้ว ไม่เจออะไรเพิ่งจะไปเที่ยวด้วยกันมา สงกรานต์ก็ไปเที่ยวกัน แต่มิ้งรู้ว่าเขาเป็นคนยังไง เขาเป็นคนดี แต่เขาโดนบรีฟให้พูด"

รู้ผลว่าท้องเมื่อไหร่? 
“27 พ.ค. ก็รู้พร้อมกันกับเขา ตอนนั้นก็อึ้ง ตกใจด้วยกันทั้งคู่ ตอนเขารู้เขาก็ไม่โอเคเท่าไหร่ แต่ไม่ใช่แค่เขาหรอก มิ้งเองก็ไม่โอเค ตกใจ เบลอ ทำอะไรกันไม่ถูก

เราก็มาคิดกันว่าเราจะเอายังไงกันดี เพราะตามกฎหมายแล้ว มิ้ง กับ กัปตัน บรรลุนิติภาวะแล้ว มิ้งปรึกษากับอาที่เป็นทนาย ตามกฎหมาย มิ้ง กับ เขา มีสิทธิ์ตัดสินใจร่วมกัน ซึ่งฝั่งพ่อแม่เขา หรือพ่อแม่มิ้ง ต้องให้เราตัดสินกันร่วมกัน และทางค่ายเขาก็ไม่เกี่ยวแล้ว มันต้องเป็นการตัดสินใจร่วมกันของ มิ้ง กับ กัปตัน ว่าจะเอายังไงต่อ

แล้วพ่อแม่เขาก็พูดกับพ่อแม่มิ้งว่า ถ้าตรวจสอบแล้วว่าท้องกับลูกเขาจริง ระหว่างที่ท้องก็ให้ดูแลตัวเองไป ไม่ต้องติดต่อกับกัปตันอีก แต่ถ้าคลอดมาแล้วตรวจดีเอ็นเอแล้วเป็นลูกกัปตันจริง ก็ไม่ได้หมายความว่าจะรับผิดชอบนะ ทุกครั้งที่เขาพูดคือพูดแบบนี้

มิ้งก็บอกว่างั้นมิ้งขอคุยกับกัปตันสองคนก่อนได้มั้ย คือจริงๆ วันนั้นมิ้งก็ไม่ได้อะไรหรอก เพราะว่ากำลังช็อก กัปตันก็ช็อก กำลังเอ๋อ เขาก็พูดอะไรไม่ค่อยรู้เรื่อง เอาแต่ขอโทษแล้วร้องไห้"

แสดงว่าตัว กัปตัน ก็พร้อมใช่มั้ย แต่เป็นทางค่าย และพ่อแม่เขาที่ไม่อยากให้มายุ่งกับเรื่องท้องของเรา?
"ใช่ค่ะ เขาไม่ให้สิทธิ์ในการตัดสินใจของกัปตัน จนมิ้งไม่เข้าใจว่าเป็นอะไรกัน มิ้งเป็นผู้หญิง พ่อแม่มิ้งยังให้ตัดสินใจด้วยตัวเองเลยว่าจะยังไง แต่ว่าฝั่งเขาไม่เลย

แล้วที่นี้ ไม่กี่วันก่อนมิ้งเพิ่งเข้าไปคุยกับค่ายเขา ก่อนที่จะลงภาพ เมื่อประมาณ 4 วันก่อน ที่มิ้งไปคุย มิ้งก็ถามเรื่องสัมภาษณ์นี่แหละว่าจะมีนักข่าวมาสัมภาษณ์เรื่องนี้มั้ย เขาก็บอกว่ามีอยู่แล้ว และเขาก็จะบรีฟให้ กัปตัน พูดตรงตามความจริง มิ้งเลยโอเค แต่ต้องรับข้อเสนอของเขา คือ ให้มิ้งไปตรวจเลือด และอัลตราซาวนด์พร้อมเขา ซึ่งมิ้งก็ยอมได้

แต่มิ้งก็มีข้อเสนอของมิ้งเหมือนกันว่า มิ้ง ต้องการคุยกับ กัปตัน ส่วนตัวก่อนว่ายังไง เพราะว่ามิ้งรู้สึกว่ามิ้งยังไม่ได้คุยอะไรกับเขาเลย ทำไมมิ้งต้องมาคุยผ่านคนอื่น ทั้งๆ ที่มิ้งเป็นคนออกตัวทุกอย่าง มิ้งไม่เคยต้องให้คนอื่น แม้กระทั่งพ่อแม่มิ้ง มาเกี่ยวข้องมากขนาดนี้

มิ้งไม่ได้ใหัใครมามีสิทธิ์ตัดสินใจขนาดนี้ เพราะว่าตัวมิ้งเองก็ 23 แล้ว และกัปตันก็บรรลุนิติภาวะ 20 แล้ว มิ้งกับกัปตันควรจะมีสิทธิ์คุยกันก่อนว่าจะเอายังไง ในเมื่อเรามีหนึ่งชีวิตในท้อง

แต่ทางฝั่งเขาบังคับให้มิ้งต้องตรวจโรงพยาบาลนี้เท่านั้น ต้องทำตามที่เขาบอกทุกอย่าง มิ้งก็เลยโมโห ไม่เข้าใจว่าทำไมมิ้งต้องทำตามที่เขาสั่งทุกอย่าง ในเมื่อสิ่งที่มิ้งขอไป แค่อย่างเดียว คือ ขอเจอกับกัปตัน คุยกันส่วนตัว โดยที่ไม่มีผู้ใหญ่มานั่งบีบเขา ทำไมไม่มีใครให้มิ้งได้ พี่ก็รู้ว่าถ้าเราต้องนั่งคุยโดยมีผู้ใหญ่นั่งบีบ มันมีเรื่องที่ไม่กล้าพูด"

ที่ผ่านมาเราไม่เคยคุยกับ กัปตัน ส่วนตัวเลยเหรอ?
"มีที่บ้านเขา แต่เป็นห้องกระจกแล้วพ่อแม่เขาก็นั่งจ้อง มิ้งก็รู้สึกว่าไม่ส่วนตัว"

มีการไปตรวจแล้วค่ายเขายึดผลไป?
"ใช่ค่ะ มิ้งก็เอาเหอะ เอาไปเลย อยากได้ก็เอาไป แล้วที่กัปตันออกมาให้สัมภาษณ์ มิ้งก็บอกกับค่ายเขาไปแล้วว่า มิ้งไม่โอเคกับการให้สัมภาษณ์แบบนี้นะ มิ้งเสียหาย มาพูดว่าเลิกกันมานานแล้วแบบนี้ คนอื่นก็ตีความไปว่ามิ้งไปมีคนอื่น แล้วท้องกับคนอื่นมาโยนให้กัปตัน

ทางค่ายเขาก็ว่าทำไมมิ้งต้องมาโพสต์โซเชียล ทำไมไม่ติดต่อ กัปตัน โดยตรง กัปตันก็ไปบอกนาดาวว่าทำไมมิ้งไม่ติดต่อโดยตรง มิ้งก็เอ้า! ก็ติดต่อโดยตรงแล้วไง แต่ติดต่อไม่ได้

ก็บอกค่ายเขาไปว่า ทำไม กัปตัน ถึงออกมาให้สัมภาษณ์แบบนั้น ทางฝั่งค่ายเขาก็ขอโทษมาในจุดนี้ แต่เขายังบอกว่า มิ้งอย่าให้สัมภาษณ์นะ โอเค มิ้งก็จะไม่สัมภาษณ์

แต่วันนี้กับสิ่งที่เขาคุยกับแม่มิ้ง ไม่โอเคมาก คือแม่เริ่มโมโหว่าทำไมต้องให้ลูกเขามาทำตามคำสั่งเขาทุกอย่าง โดยที่มิ้งขอแค่เรื่องเดียวคือ ขอคุยกับ กัปตัน เป็นการส่วนตัวว่าตกลงจะเอายังไง มันจะได้ไม่เป็นเรื่องใหญ่ ทำไมทำให้ไม่ได้ ทางพวกเขาบอกว่ายังไงเขาก็ไม่ให้เจอ"

ค่ายให้เหตุผลที่ไม่ให้เจอคืออะไร?
"ไม่มีเหตุผล"

แปลว่าเมื่อคืนหลังจาก กัปตัน ให้สัมภาษณ์ มิ้ง ก็ยังไม่ได้คุยกับเขา
"ค่ะ แม่เขายึดโทรศัพท์ไป ขนาดพ่อมิ้งบอกว่าลูกผู้ชายเป็นคนทำก็ต้องออกมาสิ แต่ก็ยังไม่มีอะไรดีขึ้น ทั้งที่ กัปตัน เป็นคนพูดเอง ต่อหน้าพ่อแม่เขา ผู้จัดการค่ายเขา 2 คน แล้วก็แม่มิ้ง แม่มิ้งถามเขาว่า แน่ใจมั้ยว่าลูกในท้องมิ้งคือลูกเขา กัปตันพูดเลยว่า กัปตันมั่นใจ แต่มาจนวันนี้มิ้งก็ยังไม่ได้คุยกับกัปตัน

มิ้งก็เลยรู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว ทำไมมิ้งต้องมานั่งทำตามทุกอย่างที่เขาบอก ไปหาเขาที่บ้านก็ไปเอง ไปหาที่ค่ายก็ไปเอง ทำทุกอย่างด้วยตัวเอง แล้วจะมาต้องการอะไรกับมิ้งอีก ห้ามมิ้งทุกอย่าง เขาควรจะให้สิทธิ์มิ้งบ้าง

แค่ขอคุยกับลูกเขาเป็นการส่วนตัวแค่นี้ มันยากเหรอ กลัวอะไร คิดว่ามิ้งจะขู่กัปตันเหรอ หรือไง จะบอกว่าไม่มีอะไรให้ขู่แล้วนะ มิ้งว่ามันต้องเป็นการตัดสินใจร่วมกันของเราสองคน"

กับพ่อแม่กัปตัน หลังจากกัปตันให้สัมภาษณ์ ได้คุยมั้ย
"แม่เขาโทรมาหาแม่มิ้ง แต่ว่าแม่มิ้งไม่อยากคุยด้วยแล้ว ก็เลยคุยกับผู้จัดการส่วนตัวเขาแทน เพราะว่าแม่มิ้งคุยกับแม่เขาไม่รู้เรื่อง แม่เขาเอาแต่ลูกเขาอย่างเดียว แต่ว่าจริงๆ มันควรจะเป็นเรื่องตัดสินใจของเราสองคนว่าตกลงจะเอายังไง"

ก่อนหน้านี้ เคยคุยกันบ้างมั้ยสองคน ว่าเราจะเอาไงกับเรื่องนี้ มีแผนยังไง ก่อนที่พ่อแม่เขาและค่ายจะรู้เรื่อง แล้วเข้ามา
"คุยกันก็คือวันที่รู้ผล 27 พ.ค. เราก็สติแตกทั้งคู่ เพราะเพิ่งรู้พร้อมกัน มิ้งก็นึกถึงอนาคตตัวเอง และอนาคตกัปตัน เราก็มีการตกลงเบื้องต้นกัน

แต่สุดท้ายมิ้งไม่ยอมรับข้อตกลงนั้น แล้วโทรไปบอกทางค่ายว่า มิ้งจะไม่ทำสิ่งที่ตกลงครั้งนั้น แต่ก็ไม่ได้รับการติดต่ออะไรกลับมา เขาจะให้มิ้งติดต่อกลับไปฝ่ายเดียว พอมิ้งบอกอะไรไป เขาก็บอกไม่ได้ เขาจะเอาแค่ของเขา มิ้งก็โมโหมาก ทำไมไม่ปล่อยให้คนสองคนคุยกัน"

หลังจากรู้ผลวันที่ 27 พ.ค. เมื่อไหร่ที่ค่ายเขาเริ่มเข้ามา
"ก็ตั้งแต่วันนั้นแหละค่ะ ก็มาเลยมาคุยกันที่บ้าน มิ้งรู้ว่า กัปตัน เป็นคนดี มิ้งคบมานาน มิ้งรู้ว่าเขาเป็นคนดีจริงๆ มิ้งรู้ว่าเวลาคุยกัน 2 คนเขาจะพูดอะไร พ่อแม่บอกรู้จักลูกตัวเองดี แต่มิ้งมองในส่วนที่เป็นแฟนมันไม่เหมือนกัน

กับแฟนเขาพูดแบบนี้ กับพ่อแม่เขาพูดแบบนี้ ไม่ได้เป็นคนแบบนี้ มันไม่เหมือนกัน วันนั้นมิ้งรู้สึกว่า กัปตัน อึดอัดมากเลย ที่รู้แล้วผู้ใหญ่ทุกคนมารุมกดดัน เขานั่งกำมือร้องไห้อย่างเดียว

มิ้งเลยพูดขึ้นมาว่า 'กัปตันอยากคุยกับมิ้งสองคนมั้ย' กัปตันก็รีบพยักหน้า และเดินเข้าห้อง ก็เลยได้คุยกัน แต่ก็ยังไม่ได้อะไร เพราะผู้ใหญ่ก็จับจ้อง

แล้วสุดท้ายพ่อแม่เขาก็ไม่ให้คุยกับมิ้ง แต่เราก็ยังแอบติดต่อกันผ่านไลน์ แต่แม่เขามาเห็นว่าเขาแอบตอบไลน์มิ้ง เลยโดนยึดโทรศัพท์"

คบกันมาก่อนเลิกกี่ปี
"ปีนึงค่ะ เลิกกันสิ้นปี แต่ยังติดต่อทำทุกอย่างเหมือนเดิม"

แล้วเลิกกันทำไม
"ไม่รู้เหมือนกัน (เพราะงานหรือเปล่า หรือค่ายให้เลิก) ไม่เกี่ยวค่ะ ทางค่ายไม่ได้ห้ามมีแฟนอยู่แล้ว แต่ว่าคงเป็นเรื่องเวลาไม่ตรงกัน ไม่ค่อยมีเวลาให้กัน นิสัยเปลี่ยนไป

แต่พอเรามาอยู่ในจุดที่เป็นแค่คนคุยกัน มันดีมาก มิ้งรู้สึกว่ามันดีกว่าตอนที่เป็นแฟนกัน มันไม่ได้คาดหวังอะไรในตัวเขามากเท่าไหร่ เลยรู้สึกสบายใจกว่า"

ตอนนี้ มิ้ง ท้องกี่เดือนแล้ว
"ตอนนี้ยังไม่ได้ซาวนด์ แต่ถ้านับแบบที่หมอนับก็ประมาณเดือนครึ่งค่ะ"

แพ้ท้องมั้ย
"ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ไม่รู้ว่ามันคือแพ้มั้ย แต่เมื่อวานคือหน้ามืดเป็นลมไปเลย แต่มิ้งก็ไม่รู้ว่าแพ้หรือเปล่า อาจจะเครียดหรือเปล่า ก็ไม่รู้เหมือนกัน"

เจอข่าวแบบนี้ไม่ยิ่งเครียดเหรอ
"เครียดมากค่ะ เมื่อคืนถึงตอนนี้ มิ้งเพิ่งนอนไป 2 ชั่วโมงเอง นอนไม่หลับเลยค่ะ โดนฝั่งนู้นฝั่งนี้ก็บีบมา เราไม่ไหวแล้ว"

วางแผนไว้มั้ย ถ้าท้ายที่สุดต้องเป็นซิงเกิลมัม พร้อมมั้ย
"มิ้งคิดว่ามันต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว เพราะว่ามิ้งรู้สึกว่าทางฝั่งเขาพูดว่ารับผิดชอบ คำว่ารับผิดชอบของเขา คือการส่งเงินตามกฎหมาย ที่ต้องส่งเงินช่วยเลี้ยงลูก

แต่ถ้าสุดท้ายมิ้งต้องเลี้ยงลูกคนเดียว อันนี้มิ้งว่าเป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้ว มิ้งว่าทางพ่อแม่กัปตันไม่มีทางให้กลับมาคบกันอยู่แล้ว หรือให้มาอยู่ด้วยกันแน่นอน"

แล้วทางค่ายเขาจะให้ตรวจ DNA มั้ย
"เขาจะให้ตรวจอัลตราซาวนด์ และตรวจเลือด ซึ่งมิ้งพร้อมอยู่แล้ว พร้อมไปตรวจมาก แต่มิ้งต้องได้สิ่งที่มิ้งต้องการ เพราะมิ้งทำตามความต้องการของเขามามากพอแล้ว

มิ้งต้องได้เจอกัปตัน และคุยกันส่วนตัวสองคน เราต้องคุยกันก่อน อย่าคิดว่า มิ้ง ไม่ห่วงอนาคตกัปตัน ไม่ต้องกลัว มิ้งห่วงอนาคตเขา แต่มิ้งก็ห่วงอนาคตตัวเองเหมือนกัน

มิ้งเองก็ยังถามทาง นาดาว ว่ากัปตันเป็นไงบ้าง เครียดหรือเปล่า แต่สุดท้าย มิ้งว่าถึงเวลาที่ต้องห่วงตัวเองแล้ว

เชื่อมั้ย แม่กัปตัน พูดกับ แม่มิ้ง มาว่าบอกลูกสาวแม่ให้ระวังไว้หน่อยก็ดี ฝั่งครอบครัวเขามีโรคทางพันธุกรรมเยอะ ดาวน์ซินโดรมก็มี มิ้งก็ อ้าว พูดแบบนี้คืออะไร เป็นห่วงหรือยังไง มิ้งก็ไม่อยากมองเขาในแง่ร้าย"

แล้วทำไมตัดสินใจปล่อยภาพจนเป็นข่าว
"ที่ มิ้ง ตัดสินใจเปิดสาธารณะไอจีที่มิ้งกับเขามีด้วยกัน เพราะมันหาทางติดต่อเขาไม่ได้แล้วจริงๆ

มิ้งคิดว่าถ้ามิ้งเปิดขึ้นมา เขาต้องติดต่อเรามาบ้างแหละน่ะ มิ้งต้องเลือกทางแบบนี้แล้ว แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ติดต่อมา เขาเลือกที่จะหนีปัญหา มิ้งรู้แหละว่าแฟนมิ้งเป็นคนหนีปัญหา แต่มิ้งจะบอกว่าปัญหานี้มันหนีไม่ได้

การให้พ่อแม่ ทางผู้ใหญ่มาคุยมันไม่ใช่ เราควรคุยกันสองคน มาวันนี้ ค่ายบอกว่า การที่จะคุยกันสองคนมันเป็นเรื่องเก่าไปแล้ว มันเป็นเรื่องก่อนสัมภาษณ์ ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว

แต่มิ้งขอยืนยันคำเดิม มิ้ง ต้องการสิ่งเดิมคือคุยกับ กัปตัน สองคน ถ้าเขายังยืนยันไม่ให้เจอ มิ้งจะไปตรวจเอง ไม่ไปโรงพยาบาลที่เขาสั่งให้ไปตรวจ มิ้งจะฝากครรภ์ของมิ้งเอง"

ถ้าได้คุยกับเขาสองคน มิ้งจะคุยอะไร
"คงคุยว่าตัว กัปตัน คิดยังไง ให้เขาคิดเองด้วยความเป็นผู้ใหญ่ของเขา ถ้ามันมีโอกาสนั้น อยากให้มาช่วยกันคิดว่าจะเอายังไงกันต่อดี ให้เราเซฟด้วยกันทั้งคู่ แบบที่ไม่ต้องโดนด่ากันทั้งสองฝ่ายแบบนี้

มิ้ง จะพยายามถามเขา เอาความเป็นผู้ใหญ่ของเขาออกมา เขาต้องมีความเป็นผู้ใหญ่แล้ว ต้องมีความรับผิดชอบแล้ว มิ้งรู้สึกว่าเขาพูดได้ แบบที่ไม่ต้องให้ผู้ใหญ่มาพูดแทน

ทางค่ายเขาต้องการปิดเรื่องนี้ให้เงียบๆ ท้องเงียบๆ คลอดลูก เลี้ยงลูกไปเงียบๆ อย่างนี้เหรอ
"เขาไม่ได้พูดแบบนั้น เขาพูดเชิงว่า มันก็เป็นอนาคตของมิ้งนะ ถ้าคนรู้เยอะ มิ้งก็เป็นคนเสียหายนะ มิ้งก็ไม่รู้นะว่าเขาหมายถึงอะไร แต่เขาจะพูดในเชิงอนาคตมิ้งก็ยังอีกไกลนะ ยังต้องเจอคนอีกหลายคนนะ"

ทางออกของมิ้งตอนนี้คือ?

"คือต้องการคุยกับกัปตัน"

โอกาสเป็นไปได้มั้ยที่จะมาแต่งงานกัน
"ไม่ค่ะ คิดว่าไม่ พูดตรงๆ ก็คือพ่อแม่มิ้งไม่เอาเหมือนกัน"

วางแผนไว้ยังไง เลี้ยงลูกคนเดียว หรือต้องให้เขาช่วยเลี้ยง
"ตอบไม่ได้ ยังไม่คุยกับกัปตัน แต่ถ้าเขายังพูดไม่จริงอีก มิ้งก็ไม่ยอม เขาก็คงเริ่มรู้แล้วล่ะว่ามิ้งไม่ยอมแล้ว ตอนแรกมิ้งยอมมาก จะให้ทำอะไรมิ้งยอมได้ จะให้ไปไหน ไปทำอะไร ไม่ให้พูดอะไร ไม่ให้สัมภาษณ์ ไม่ให้ลงไอจี ได้หมด

แต่ตอนนี้ไม่ได้แล้ว มิ้งมีอีกหนึ่งชีวิตเข้ามาในท้องมิ้ง มันต้องปรึกษากันว่าจะเอายังไง แม่มิ้งบอกว่าจริงๆ ค่ายเขาไม่ต้องเข้ามายุ่งขนาดนี้ก็ได้ ค่ายคือคนนอก

ที่มิ้งเคยบอกว่า ได้ วันนี้มิ้งยอมไม่ได้แล้ว ต้องออกมา เพราะฝั่งครอบครัว และค่ายเขา ไม่ทำตามสิ่งที่มิ้งขอ เขาจะเอาแต่ตามข้อเสนอของเขาอย่างเดียว ซึ่งมิ้งทนไม่ไหวแล้ว ทำไมต้องทำตาม ทั้งที่มิ้งบอกแล้วว่ายอมไปตรวจ ซาวนด์เลยให้เห็นตอนนั้น แต่แค่ขอคุยกับ กัปตัน ก่อนเท่านั้น แต่เขาก็บอกแค่ตันติดงาน"

ถ้าเขาได้อ่านข่าวนี้ อยากบอกอะไรกัปตัน
"คิดว่าทำทุกอย่างให้มันเป็นธรรม แฟร์ๆ ทั้งสองฝ่าย ทางเขาต้องการอะไรมิ้งทำให้ได้ แต่ถ้ามิ้งต้องการอะไร เขาก็ต้องทำให้เหมือนกัน

มิ้งทำให้เขามามากแล้ว ยอมมาเยอะแล้ว ตอนนี้มิ้งต้องการในสิ่งที่มิ้งต้องการ ที่มิ้งต้องการคือได้คุยกับ กัปตัน โดยตรง ไม่ใช่ผ่านคนอื่น มันไม่ใช่เรื่องยากเลย แค่ให้กัปตันมาคุยกัน ปรึกษากันค่ะ".

ครั้งแรก เปิดใจ น้องมิ้ง ศวภัทร สาวที่ตกเป็นข่าวตั้งท้องกับพระเอกวัยรุ่น กัปตัน ชลธร พูดหมดทุกอย่าง สะเทือนไปทั้งบาง 9 มิ.ย. 2561 20:57 9 มิ.ย. 2561 21:37 ไทยรัฐ