วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
นวัตกรรมอาหารไทยสู่ครัวจีน หนุนเสริมนโยบายรัฐ พื้นที่3จังหวัดชายแดนใต้

นวัตกรรมอาหารไทยสู่ครัวจีน หนุนเสริมนโยบายรัฐ พื้นที่3จังหวัดชายแดนใต้

  • Share:

“นวัตกรรมอาหารไทยสู่ครัวจีน” สนับสนุนการวิจัยภายใต้การหนุนเสริมนโยบายรัฐในโครงการเมืองต้นแบบ “สามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ “โกลก-เบตง-หนองจิก” ด้วยกลไกการทำงานเพื่อการพัฒนาพื้นที่โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก


เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2561 ที่ รร.เซ็นจูรี่ พาร์ค รศ.ดร.ปัทมาวดี โพชนุกุล รองผู้อำนวยการด้านการวิจัยเชิงยุทธศาสตร์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ร่วมกับ พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และ นางสาววนัสนันท์ กรกพัฒนางกูร หัวหน้าโครงการวิจัย การพัฒนาศักยภาพของนวัตกรรมอาหารไทย โดยใช้ส่วนประกอบจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทยสำหรับตลาดจีน” ร่วมแถลงข่าว “นวัตกรรมอาหารไทยสู่ครัวจีน” ขึ้น เพื่อแถลงผลการดำเนินการสนับสนุนการวิจัยภายใต้การหนุนเสริมนโยบายรัฐในโครงการเมืองต้นแบบ “สามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ “โกลก-เบตง-หนองจิก” ด้วยกลไกการทำงานเพื่อการพัฒนาพื้นที่โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก


ในงานนี้นอกจากจะเชิญ นายทรงฤทธิ์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต นายกสมาคมสมาพันธ์เศรษฐกิจไทย-จีน ในฐานะผู้ให้คำปรึกษา และผลักดันให้โครงการดังกล่าวประสบผลสำเร็จลุล่วงเป็นอย่างดี มาร่วมงานแล้ว ยังมีเชฟชื่อดังจากสาธารณรัฐประชาชนจีนจำนวน 3 คน ได้แก่ กัวหงเฉียว เชฟชื่อดังด้านการทำอาหารสไตล์ โมเลกูลาร์, จางต้าเชียน เชฟผู้เชี่ยวชาญอาหารจานเย็น และ หวังเชี่ยว เชฟชื่อดังด้านอาหารเสฉวน นำอาหารจีนที่รังสรรค์จากวัตถุดิบไทยมาให้ชิมด้วย

รศ.ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล รองผู้อำนวยการ สกว. กล่าวว่า จากการที่รัฐบาลกำหนดเป้าหมายให้ประเทศไทยเป็นครัวของโลก เนื่องจากเล็งเห็นว่าประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตอาหารที่สมบูรณ์ ซึ่งจะส่งผลดีต่อการสร้างรายได้ให้กับประเทศ สกว. จึงสนับสนุนงานวิจัยเพื่อคิดค้นนวัตกรรมอาหารไทยประยุกต์โดยใช้วัตถุดิบจากจังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อส่งออกสู่ประเทศจีน โครงการนี้จึงเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่จะผลักดันให้มูลค่าการส่งออกอุตสาหกรรมอาหารของไทยเจริญเติบโตได้ดียิ่งขึ้น

ด้าน นายทรงฤทธิ์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต กล่าวว่า งานที่ น.ส.วนัสนันท์ ทำนั้น คนทั่วไปอาจไม่เข้าใจ เธอนำวัตถุดิบของไทยไปต่อยอดด้วยการนำน้ำมันถั่วเหลืองผสมน้ำมันที่ได้จากตะไคร้/น้ำมันจากใบกะเพรา และ น้ำมันจากพริก ตนชื่นชม และภูมิใจกับความสำเร็จในครั้งนี้

การวิจัยของ น.ส.วนัสนันท์ ถือว่ามาถูกทาง เพราะช่วยให้ชาวต่างชาตินำวัตถุดิบของเราไปใช้ในการปรุงอาหารได้อย่างง่ายดายขึ้นแล้ว ยังสะดวกต่อการจัดส่ง สินค้าเหล่านี้ไม่เน่าไม่เสียด้วยครับ ซึ่งทางสมาคมสมาพันธ์เศรษฐกิจไทย-จีน มองว่าหากกลุ่มเกษตรกร หรือกลุ่มสหกรณ์ใดมีศักยภาพเช่นนี้ ทางสมาคมฯ ก็พร้อมให้ความร่วมมือเพื่อส่งออกสินค้าไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนต่อไป

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้