วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
"พนันบอลโลก"ดันยอดเงินสะพัด ม.หอการค้าเผยคนไทยใช้จ่ายกว่า 7.8 หมื่นล้าน

"พนันบอลโลก"ดันยอดเงินสะพัด ม.หอการค้าเผยคนไทยใช้จ่ายกว่า 7.8 หมื่นล้าน

  • Share:

มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเผยผลสำรวจ “ค่าใช้จ่ายบอลโลก 2018” เงินสะพัดทั่วไทยกว่า 78,000 ล้านบาท แต่เป็นเงินพนันบอลกว่า 58,000 ล้านบาท โดยวงเงินเฉลี่ยต่อนัดอยู่ที่ 2,065 บาท ระบุช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทย 0.2–0.3% ทีวี-มือถือ-อินเตอร์เน็ต ร้านอาหาร-เครื่องดื่มรับทรัพย์ ห่วงนักเรียน-นักศึกษาติดพนัน จี้รัฐเข้มงวด-จับปรับดันคุมการพนันเป็นวาระแห่งชาติ

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจ “พฤติกรรมการใช้จ่ายผลกระทบด้านธุรกิจและสังคมช่วงฟุตบอลโลก 2018” ที่สำรวจระหว่างวันที่ 28 พ.ค.-2 มิ.ย.61 จากกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ 93.33% ตอบว่า จะติดตามการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก ซึ่งส่งผลให้ใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากค่าไฟฟ้า การซื้อทีวี วิทยุ และคอมพิวเตอร์ การติดตั้งสัญญาณดาวเทียม ค่าติดตั้งอินเตอร์เน็ต ค่าสังสรรค์จัดเลี้ยง และซื้อสุรา รวมถึงการทานข้าวนอกบ้านและการซื้อของที่ระลึกของทีมบอล

โดยคาดว่าจะมีมูลค่าการใช้จ่ายในเทศกาลการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซียเป็นเจ้าภาพครั้งนี้มีเงินสะพัดในไทยทั้งสิ้น 78,385 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.4% จากช่วงการแข่งขันฟุตบอลยูโรปี 2016 แบ่งเป็นการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจ 17,901 ล้านบาท ซึ่งส่วนนี้เป็นค่าใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคและการสังสรรค์ 15,434 ล้านบาท เป็นค่าใช้จ่ายเพื่อซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์รับสัญญาณ 2,467 ล้านบาท และแบ่งเป็นค่าใช้จ่ายอื่นๆ 1,488 ล้านบาท ขณะที่เม็ดเงินส่วนที่เหลือเป็นการใช้จ่ายนอกระบบเศรษฐกิจ (พนันบอล) ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 58,995 ล้านบาท ทำให้คาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยในปี 61 ให้ขยายตัวเพิ่มขึ้นได้เพียง 0.2-0.3% เท่านั้น

“อย่างไรก็ตาม แม้มูลค่าการใช้จ่ายในปีนี้สูงถึง 78,385 ล้านบาท แต่ยังน้อยกว่าช่วงเทศกาลฟุตบอลโลก 2014 (พ.ศ.2557) ที่มีเงินสะพัดมากถึง 95,154 ล้านบาท ซึ่งถือว่าครั้งนี้บรรยากาศยังไม่คึกคักเท่าที่ควร หากเทียบกับบรรยากาศของเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัว ส่วนหนึ่งเนื่องมาจากฟุตบอลทีมดังๆ อย่างประเทศอิตาลี และเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นทีมขวัญใจมหาชนไม่ผ่านรอบคัดเลือก ประกอบกับ ฟุตบอลโลกครั้งก่อนผู้ได้รับลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดของไทย มีการขายกล่องสัญญาณถ่ายทอดสดด้วย เป็นต้น”

นายธนวรรธน์กล่าวต่อว่า สำหรับธุรกิจที่ได้รับอานิสงส์ในครั้งนี้ ประกอบด้วย ผู้ผลิตและจำหน่ายโทรทัศน์ โดยเฉพาะโทรทัศน์จอใหญ่ที่ผู้บริโภคจะซื้อมาติดไว้ในบ้านและรับชมในร้านอาหาร รวมถึงอุปกรณ์รับฟังและรับชม, โทรศัพท์มือถือที่ให้ภาพคมชัด รวมทั้งผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจร้านอาหาร เครื่องดื่ม ผับ, เสื้อผ้าและอุปกรณ์ในการเชียร์ฟุตบอล นอกจากนั้น ยังมีธุรกิจสื่อสารมวลชนโดยเฉพาะสื่อออนไลน์ ที่จะมีแฟนบอลให้ความสนใจติดตามมากที่สุด รวมทั้งธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำโปรโมชันในการชิงรางวัลทายผลฟุตบอลโลก

“เม็ดเงินที่จะสะพัดช่วงเทศกาลบอลโลก 78,385 ล้านบาท คิดว่าจะมีเพียง 50,000 กว่าล้านบาทที่จะเข้ามาช่วยกระตุ้นจีดีพีในปีนี้ ส่วนที่เหลืออีก 10,000-20,000 ล้านบาท น่าจะไม่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจไทย เพราะเงินจะไปในรูปแบบการพนันออนไลน์ ที่มีต้นทางอยู่ในต่างประเทศ หรือเป็นเงินไหลออกโดยตรง”

นายธนวรรธน์กล่าวต่อถึงการใช้จ่ายเพื่อการพนันบอลโลกในครั้งนี้ด้วยว่า จำนวนผู้เล่นไม่ต่างจากครั้งก่อน แต่ในปีนี้ที่คาดว่าจะมีเงินสะพัดจากการพนันในประเทศทั้งสิ้น 58,995 ล้านบาท มากกว่าครั้งก่อนที่ 55,830 ล้านบาท เพราะคนที่มี รายได้สูงจะใช้เงินในการเล่นพนันบอลมากขึ้น โดยเฉพาะผ่านช่องทางออนไลน์ โดยผู้สำรวจมีความเป็นห่วงถึงประสิทธิภาพการทำงาน หรือการเรียนที่ลดลง รวมทั้งห่วงว่าจะมีการโจรกรรมมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม มีข้อเสนอให้ผู้ปกครองดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด ขณะที่ภาครัฐควรเข้มงวดในการจับปรับและลงโทษการเล่นพนันบอลมากขึ้น ขณะเดียวกัน จะต้องส่งเสริมและกระตุ้นให้เด็ก ทราบถึงผลเสียการเล่นพนันบอล รวมทั้งให้รัฐบาล ประกาศควบคุมการพนันเป็นวาระแห่งชาติ และมีการตรวจสอบและตรวจตราเพิ่มขึ้นในแหล่งชุมชนที่เปิดให้มีโต๊ะพนันบอลอย่างผิดกฎหมาย เป็นต้น

“การเล่นพนันช่วงบอลโลก 2018 แม้ว่าผู้ตอบส่วนใหญ่ 57.7% จะไม่เล่นพนันบอล แต่ในส่วนของผู้ที่เล่นพนันนั้น ส่วนใหญ่จะเล่นพนันเฉพาะทีมที่ชอบมากที่สุด โดยวงเงินการเล่นพนันแต่ละนัดอยู่ที่เฉลี่ย 2,065 บาท ขณะที่วงเงินที่เล่นตลอดการแข่งขันจะอยู่ที่ 5,872 บาท โดยเงินส่วนใหญ่ที่ใช้ในการเล่นพนันจะใช้เงินจากเงิน เดือน หรือรายได้ปกติเป็นหลัก รองลงมาเป็นเงินออม, เงินโบนัส, เงินที่ได้จากผู้ปกครอง และการกู้ยืม อย่างไรก็ตาม พบว่าการเล่นพนันฟุตบอลจะไม่ทำให้หนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้น เพราะคนที่เล่นในวงเงินสูงๆจะเป็นกลุ่มที่มีรายได้สูง และมั่นคงแต่ที่น่าเป็นห่วงมากสุดคือ กลุ่มนักเรียนและนักศึกษา”.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้