วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
หน่วยงานรัฐ ตัวอย่าง ลดพลาสติก

หน่วยงานรัฐ ตัวอย่าง ลดพลาสติก

  • Share:

ขานรับวันสิ่งแวดล้อมแจ้งเอาผิดรง.ขยะพิษ

“บิ๊กเต่า” ขานรับวันสิ่งแวดล้อมโลก ชวนแก้ปัญหาขยะพลาสติกล้นเมือง ลามลงสู่ทะเลจนติดอันดับ 6 ของโลก แนะ หน่วยงานรัฐทำเป็นตัวอย่าง ลดใช้ถุงพลาสติกแบบหูหิ้วและโฟม ขณะที่ สธ.จับตาขยะพิษใน 3 จังหวัดอีสาน “กาฬสินธุ์-อุบลราชธานี-บุรีรัมย์” หลังพบชาวบ้านสร้างรายได้ด้วยการแกะชิ้นส่วนขยะอิเล็กทรอนิกส์ออกขาย จนกลายเป็นพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังสารโลหะหนัก ส่วนที่ฉะเชิงเทรา นายก ทต.ท่าถ่าน แจ้งความเอาผิดโรงงานขยะพิษ ด้านยูเอ็นเรียกร้องประชาคมโลกช่วยจัดการปัญหาขยะพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง ระบุจีนเป็นชาติก่อขยะพลาสติกมากที่สุดของโลก ตามด้วยสหภาพยุโรป ขณะที่สหรัฐอเมริกาแชมป์ผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติก

ที่อิมแพค เมืองทองธานี วันที่ 5 มิ.ย. ซึ่ง องค์การสหประชาชาติกำหนดให้เป็น “วันสิ่งแวดล้อมโลก” พล.อ. สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวในงานวันสิ่งแวดล้อมโลก ว่าปัญหาขยะพลาสติกกลายเป็นวิกฤติสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม ภาพแพขยะในทะเล ส่งผลต่อสัตว์ทะเล อาทิ เต่าทะเล โลมา วาฬ และสัตว์ทะเลหายากอื่นๆ ในปี 2559 ประเทศไทยมีขยะมากถึง 27 ล้านตัน มีขยะพลาสติกเฉลี่ยประมาณ 3.2 ล้านตัน อีกทั้งข้อมูลของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ ระบุว่าแต่ละปีทั่วโลกมีการใช้ถุงพลาสติกมากถึง 5 แสนล้านใบ และครึ่งหนึ่งของพลาสติกที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันเป็นพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง เช่น ช้อน ส้อม แก้วน้ำพลาสติก นอกจากนี้ แต่ละปีมีปริมาณขยะพลาสติกกว่า 13 ล้านตันไหลลงสู่ทะเล ซึ่งประเทศไทยได้ถูกจัดให้อยู่ในลำดับที่ 6 ของประเทศที่มีขยะพลาสติกในทะเลมากที่สุดในโลก ดังนั้น ขอเชิญทุกกระทรวงร่วมประกาศเจตนารมณ์ลดใช้ถุงพลาสติกแบบหูหิ้วและโฟม ซึ่งหน่วยงานภาครัฐควรจะเป็นต้นแบบที่ดีในการรณรงค์การลดใช้ถุงพลาสติกและงดใช้โฟม เพื่อสร้างวินัยและเป็นตัวอย่างที่ดีแก่สังคม

วันเดียวกัน ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ขณะนี้ให้โรงพยาบาลลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติกในโรงพยาบาล นอกจากนี้ ยังได้มีการเฝ้าระวังเรื่องขยะพิษเป็นพิเศษใน 3 จังหวัด คือ กาฬสินธุ์ อุบลราชธานี และบุรีรัมย์ ใน 2 กลุ่ม คือขยะทั่วไปและขยะอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีการไปสำรวจที่หมู่บ้านฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ ที่พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านทั้งตำบลมีการประกอบอาชีพถอดชิ้นส่วนขยะอิเล็กทรอนิกส์ขาย ซึ่งสร้างรายได้ที่ดี 2-3 หมื่นบาทต่อเดือน จนมีการไปแนะนำต่อในกลุ่มเครือญาติ ที่ จ.อุบลราชธานี และบุรีรัมย์ ในเวลาต่อมา ดังนั้น พื้นที่ทั้ง 3 จังหวัดจึงถือเป็นพื้นที่เสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังสารโลหะหนักจากขยะอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่ง สธ. ก็ได้มีการลงพื้นที่เก็บตัวอย่างเลือดของชาวบ้านแล้ว รวมทั้งมีการออกแนวทางปฏิบัติและมีเรื่องผลการเฝ้าระวังโรคอีกด้วย โดยสิ่งที่ให้ความสำคัญมากที่สุดคือเด็กเล็กเพราะเชื่อว่าสารโลหะหนักมี ผลต่อพัฒนาการของเด็ก แต่คงไม่ซ้ำรอยคลิตี้

สำหรับความคืบหน้ากรณีบริษัทเอกชนนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ ส่งกลิ่นเหม็น สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวพนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา นั้น ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายสรพงษ์ สมบุญ ผู้อำนวยการกองช่างเทศบาลตำบลท่าถ่าน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ถึงกรณีชาวบ้านในพื้นที่ประมาณ 300 คน รวมตัวประท้วงบริษัท เหอเจีย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด เลขที่ 146 หมู่ 3 ต.ท่าถ่าน ประกอบกิจการนำเข้าของเสียจากอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์มาผ่านกรรมวิธีบดย่อย จนส่งกลิ่นเหม็นสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านกว่า 1,500 ครอบครัว บริเวณศาลาประชาคมวัดโคกหัวข้าว หมู่ 3 ต.ท่าถ่าน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สั่งปิดโรงงานเพื่อปรับปรุงเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา แต่โรงงานยังลักลอบประกอบกิจการตามปกติ ว่าได้รับหนังสือมอบอำนาจจากนายดำรงค์ พงษ์นิทรัพย์ นายกเทศมนตรีตำบลท่าถ่าน ให้เป็นผู้แจ้งความดำเนินคดีกับบริษัท เหอเจีย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ฐานไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ใช้อาคารประเภทควบคุมการใช้โดยไม่ได้ใบรับรองให้ใช้อาคารจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น ผู้ใดจะก่อสร้าง ดัด แปลง หรือเคลื่อนย้ายอาคารต้องได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น และฝ่าฝืน พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 เรื่องกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ สะสมวัตถุหรือสิ่งของที่ชำรุดใช้แล้วหรือเหลือใช้ โดยมี พ.ต.ต.สุรพิสิษฐ์ ไหมงำ สว. (สอบสวน) สภ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา รับแจ้งเป็นคดีอาญาที่ 359/61 ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการตามกฎหมาย สำหรับสถานประกอบกิจการที่ต้องมีการควบคุมเข้าข่ายเป็นโรงงาน หรือประกอบกิจการเกี่ยวกับวัตถุอันตรายจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ที่ศูนย์บริการประชาชน บริเวณสำนักงาน ก.พ.นายสงวน นาทวัฒน์หัตถพล ผอ.องค์การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ภาค 7 พร้อมชาวบ้าน ต.ท่าแลง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เพื่อขอให้ช่วยยุติความขัดแย้งของประชาชนกรณีการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานขยะในพื้นที่

ทั้งนี้ นายสงวนกล่าวว่า พื้นที่ ต.ท่าแลง ต้องรองรับขยะจำนวนมากจาก จ.เพชรบุรี เมื่อรัฐบาลมีนโยบายสร้างโรงไฟฟ้าบริษัท ดับเบิลยูพีจีอี เพชรบุรี จำกัด ได้ขออนุญาตสร้างโรงงานไฟฟ้าพลังงานขยะอย่างถูกต้อง แต่ถูกปลุกระดมจากผู้เสียประโยชน์ขัดขวาง ผู้เดือดร้อนจากกองขยะขอให้ตนไกล่เกลี่ยแต่ไม่เป็นผล เกรงจะเกิดความขัดแย้งบานปลาย เข้ายื่นหนังสือเพื่อขอความช่วยเหลือ

ส่วนในต่างประเทศ เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก (Environment Day) 5 มิ.ย. สหประชาชาติ (ยูเอ็น) เรียกร้องประชาคมโลกให้ช่วยจัดการปัญหาขยะพลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวทิ้ง โดยให้สั่งห้ามใช้หรือปรับขึ้นภาษีถุงหรือหีบ ห่อพลาสติกบรรจุภัณฑ์ ซึ่งมีการใช้ทั่วโลกมากเฉลี่ยปีละราว 9,000 ล้านตัน หรือใช้ถุงขยะกันมากเฉลี่ยปีละกว่า 5 ล้านล้านถุง แต่ขยะจากพลาสติกเหล่านั้นถูกนำไปผ่านกระบวนการ “รีไซเคิล” หรือนำกลับมาใช้ใหม่เพียงร้อยละ 9 หรือไม่ถึง 1 ใน 10 ของปริมาณการใช้ทั้งหมด

ขณะที่นางอีไลซา ทอนดา ผู้อำนวยการโครงการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ เปิดเผยว่านานาประเทศกว่า 60 ชาติ เริ่มห้ามใช้พลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวทิ้ง ส่งผลให้ภายใน 1 ปี ที่ใช้มาตรการดังกล่าว จำนวนขยะพลาสติกลดลงมาก แต่ยังคงมีบางประเทศที่จำนวนขยะไม่เปลี่ยนแปลง ส่วนแนวทางแนะนำสหประชาชาติเสนอให้แต่ละประเทศดำเนินการแก้ปัญหาคือ เพิ่มกระบวนการรีไซเคิลและหมุนเวียนใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก ส่งเสริมการใช้บรรจุภัณฑ์ประเภทที่ไม่ทำลายสภาพแวดล้อม ตลอดจนเร่งให้ความรู้และตระหนักในกลุ่มประชาชน

นอกจากนี้ รายงานของสหประชาชาติยังระบุว่า จีนก่อขยะพลาสติกจากบรรจุภัณฑ์มากที่สุดของโลก ตามด้วยสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกา ขณะที่สหรัฐอเมริกาผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกมากที่สุดของโลก ตามด้วยญี่ปุ่นและสหภาพยุโรป ขยะพลาสติกส่วนใหญ่ถูกทิ้งเป็นมลภาวะทางทะเล ถูกนำไปใช้ถมที่ดินก่อให้เกิดการปนเปื้อนสารพิษส่งผลกระทบถึงคุณภาพดินและน้ำ ทั้งก่อเกิดสารพิษรุนแรงถ้าขยะพลาสติกถูกนำไปเผาอย่างไม่ถูกวิธี

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้