วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แม้แต่สมาชิก G7 ด้วยกันยังบ่น

แม้แต่สมาชิก G7 ด้วยกันยังบ่น

  • Share:

สมัยก่อนโลกมี G7 ซึ่งก็คือกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลกที่มีสหรัฐฯ อังกฤษ แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี และญี่ปุ่น ต่อมารับรัสเซียเข้าเป็นสมาชิกด้วย ก็เลยกลายเป็น G8 ทว่าเมื่อ พ.ศ.2557 ไครเมียถูกผนวกเข้ากับรัสเซีย พวกตะวันตกและญี่ปุ่นจึงให้รัสเซียพักการเป็นสมาชิกกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำตอนนี้โลกจึงกลับมามี G7 เหมือนเดิม

การประชุมหลักของ G7 มี 2 ระดับ คือการประชุมของ รมว.คลัง อย่างที่จบไปเมื่อ 2 มิถุนายน 2561 อีกระดับหนึ่งก็จะเป็นการ ประชุมซัมมิตจี 7 ที่ประชุมเฉพาะผู้นำประเทศ แต่ก่อนง่อนชะไรการประชุมทั้ง 2 ระดับไม่มีการประณามสมาชิกในกลุ่ม แต่ปีนี้มาแปลกครับ รมว.คลัง ของ 6 ชาติประณามการตั้งกำแพงภาษีเหล็กกล้าและอะลูมิเนียมของสหรัฐฯ ที่เก็บภาษีที่นำเข้ามาจากเม็กซิโก แคนาดา และสหภาพยุโรป โดยเก็บเหล็กกล้า ร้อยละ 25 และอะลูมิเนียม ร้อยละ 10

สหรัฐฯ ทำเหมือนกับตัวเองไม่ได้เป็นผู้นำเศรษฐกิจและระบบการค้าของโลก ซึ่งสหรัฐฯรับตำแหน่งนี้โดยพฤตินัยตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 การขึ้นภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมครั้งนี้ เป็นการสื่อถึงว่าสหรัฐฯไม่ยอมใช้กฎการค้าระหว่างประเทศ และหันไปใช้มาตรการทางภาษีศุลกากรของตัวเองแทน

รมว.คลัง ของอีก 6 ประเทศฝาก รมว.คลัง สหรัฐฯ ให้ไปคุยกับทรัมป์ให้หน่อย แต่ผมคิดว่าไม่น่าจะได้ผลครับ เพราะอ่านในทวิตเตอร์ของแก แกยังแรงเรื่องขึ้นภาษีเหล็กกล้าและอะลูมิเนียม ทรัมป์ทวีตว่าที่สุดแล้ว สหรัฐฯต้องได้รับการปฏิบัติทางการค้าอย่างเป็นธรรม ข้อความที่ทรัมป์ทวีตคือ เราไม่เก็บภาษีสินค้านำเข้าจากประเทศอื่น แต่ประเทศพวกนั้นกลับเก็บภาษีสินค้าสหรัฐฯ ร้อยละ 25 บ้าง ร้อยละ 50 บ้าง บางทีก็ร้อยละ 100 บ้าง มันไม่ยุติธรรม และสหรัฐฯก็จะไม่ทนอีกต่อไป แบบนั้นไม่ใช่การค้าเสรี หรือการค้าที่เป็นธรรม แต่เป็นการค้าที่งี่เง่าเต่าตุ่นตะหาก

สมัยก่อน สหรัฐฯยังยอมกลไกองค์การการค้าโลก แต่ในยุคของโดนัลด์ ทรัมป์ สหรัฐฯ นึกอยากจะทำอะไรก็ทำ โดยไม่สนใจองค์กรโลก สิ่งที่ทรัมป์ตัดสินใจทำ มีโอกาสจะขยายกลายเป็นสงครามทางการค้า และจะทำให้เศรษฐกิจการค้าโดยรวมของโลกย่ำแย่ หลายคนก็นึกเอาไว้แล้วก่อนหน้านี้ว่า ทรัมป์จะทำให้การค้าโลกปั่นป่วน ดูจากตอนที่แกหาเสียงจะเป็นประธานาธิบดี ทรัมป์ เคยบอกว่าองค์การการค้าโลกคือความล้มเหลวในระดับหายนะ ถึงขนาดเคยขู่ว่า สหรัฐฯ อาจจะถอนตัวจากการเป็นสมาชิกขององค์การการค้าโลกซะด้วยซ้ำ

การทำตัวเป็นนักเลงโตที่เอาแต่ใจของทรัมป์ ทำให้องค์กรระงับข้อพิพาทหรือดีเอสบีซึ่งเป็นหน่วยงานสำคัญขององค์การการค้าโลกเป็นองค์กรตัวตลก เพราะไม่ว่าคุณจะตัดสินอะไร สหรัฐฯ ก็ไม่ทำตามสักอย่าง ข้าไม่สน ไม่แคร์ แถมด่ากลับไปอีกด้วยว่า การตัดสินชี้ขาดขององค์กรระงับข้อพิพาทล่วงละเมิดต่อผลประโยชน์สหรัฐฯ

ไม่ว่าประเทศเล็กชาติน้อยหรือประเทศสมาชิก G7 จะตะโกนก้องร้องบอกว่าการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ไม่ถูกตามกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ ทรัมป์กลับอ้างความมั่นคงของชาติ การอ้างอย่างนี้เหมือนกับหมาป่าอ้างกับลูกแกะ และก็ไม่ใช่เฉพาะเรื่องเศรษฐกิจการค้าอย่างเดียวนะครับ การปฏิบัติของทรัมป์ต่อองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือนาโต ไปจนถึงสหประชาชาติก็คล้ายๆ กันกับที่ทรัมป์ปฏิบัติต่อองค์การการค้าโลก คือไม่ให้ความเชื่อถือ ไม่ให้ความสำคัญ แต่จะเลือกเชื่อเฉพาะในสิ่งที่สหรัฐฯ ได้ประโยชน์เท่านั้น

ยุคของบุชผู้พ่อและลูกซึ่งมาจากพรรครีพับลิกันเป็นผู้นำสหรัฐฯ มาตรฐานการตัดสินใจของสหรัฐฯ ที่มีต่อประเด็นปัญหาต่างๆ ตกต่ำย่ำแย่ แต่เมื่อมาเทียบกับยุคของทรัมป์ซึ่งมาจากพรรครีพับลิกันเช่นเดียวกัน มาตรฐานด้านที่เราพูดถึง กลับตกต่ำย่ำแย่กว่ามาก

ฟังจากคำให้สัมภาษณ์ของ รมว.คลัง 6 ประเทศที่เป็นสมาชิกG7 ออกมาพูดเรื่องสหรัฐฯขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กกล้าและอะลูมิเนียมเมื่อวันก่อนแล้ว

ผมรู้เลยว่าโลกสิ้นแล้วซึ่งมาตรฐาน

ถึงเวลาตัวใครตัวมันแล้วครับ.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้