วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ก๊าซ-น้ำมันขาขึ้น! พลังงานทางเลือกรีเทิร์น

ก๊าซ-น้ำมันขาขึ้น! พลังงานทางเลือกรีเทิร์น

  • Share:

ราคาน้ำมันที่ขยับสูงขึ้น ไม่ใช่ผลกระทบแค่เรื่อง “ต้นทุน” ของรถรา ยานพาหนะ ที่ใช้กันอยู่ทุกวี่วันเท่านั้น แต่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนแทบทุกภาคส่วน ทั้งภาคการค้า ภาคธุรกิจ ภาคอสังหาฯ ภาคอุตสาหกรรม ภาคการบริการ เพราะ “พลังงาน” คือ “ต้นทุน” ในแทบจะทุกๆสรรพสิ่ง

หนักสุดหนีไม่พ้น “ผลกระทบกับค่าครองชีพ” ราคาสินค้า บริการที่ปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุนไปด้วย

ในเมื่อ “ราคาน้ำมัน” ที่มีผลต่อชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะการเดินทางของประชาชน เป็นผลกระทบแบบเห็นๆ ที่เกิดขึ้นก่อนใครเพื่อน ในวันวานจึงมีแนวคิดเรื่องของ NGV ที่เคยโด่งดัง แต่ก็ถูกพับเก็บเข้าลิ้นชักไปนานหลายปีแล้ว คำถามมีว่า วันนี้จะเหลือ “พลังงานทางเลือกแบบไหนบ้าง?” ที่คนให้ความสนใจ

แน่นอนว่า ที่ได้รับการกล่าวถึงกันมากที่สุดก็คือเรื่องของ “รถพลังงานไฟฟ้า” คำถามมีว่า ในช่วงเวลาที่น้ำมันแสนแพงแบบนี้ นวัตกรรมนี้จะมีความเป็นไปได้แค่ไหนที่จะได้รับความนิยม

ดร.ยศพงษ์ ลออนวล นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (Electric Vehicle Association of Thailand) หรือ EVAT มองว่า แม้ในวันนี้รถยนต์ไฟฟ้าจะยังเป็นเทคโนโลยีที่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน แต่อนาคตอันใกล้ไม่เกิน 5 ปีจากนี้ไป คนไทยจะใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีปัจจัยหลายประการที่ช่วยกระตุ้นให้ตัดสินใจเป็นเจ้าของ เพราะผลจากราคาพลังงาน โดยเฉพาะก๊าซแอลพีจีและน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น

ผล...ทำให้ภาพของเทรนด์รถพลังงานไฟฟ้าเริ่มกลับมาชัดเจนอีกครั้ง ท่ามกลางการส่งเสริมของรัฐในภาคอุตสาหกรรม บวกกับการลงทุนเกี่ยวกับเรื่องนี้ในอนาคต

“รถพลังงานไฟฟ้า” หรือแนวคิดของนวัตกรรมประหยัดพลังงาน จะเริ่มกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง ทั้งในเรื่องราคารถยนต์ที่ถูกลงจากต้นทุนแบตเตอรี่ซึ่งคิดเป็น 40% ของต้นทุนรถยนต์ไฟฟ้าทั้งคัน ก็มีสิทธิที่ราคาจะลดลงเรื่อยๆ และที่สำคัญ...ประสิทธิภาพของรถยนต์ไฟฟ้า ก็จะไม่ต่างจากรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน

หลังราคาพลังงานอยู่ในช่วงขาขึ้น “รถพลังงานไฟฟ้า” เป็นแค่ส่วนหนึ่ง ของ “เทรนด์พลังงานทดแทน” ที่คาดการณ์กันว่า จะรีเทิร์นกลับมาพูดถึงกันมากขึ้น แต่ก็ใช่ว่า “พลังงานขาขึ้น” จะมีแค่ผลกระทบในส่วนนี้ เพราะภาคการผลิต ภาคอุตสาหกรรม ราคาพลังงานไม่ได้มีแค่เรื่องของน้ำมัน แต่ “ก๊าซ” ที่ขยับขึ้นมาด้วยก็เป็นผลพวงสำคัญที่กระทบ หรือแม้แต่ภาคครัวเรือนก็อยู่ในข่ายโดนไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“ก๊าซธรรมชาติ” คือหนึ่งในเชื้อเพลิงที่เป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตกระแสไฟฟ้า ดังนั้น เกือบทั้งหมดที่จะต้องใช้ “ไฟฟ้า” แน่นอนว่าเทรนด์พลังงานทดแทนก็จะต้องมองไปที่ “ต้นทาง” คือพลังงานที่จะนำมาผลิตเป็นกระแสไฟฟ้า และพลังงานน้ำมันที่เป็นกลจักรของการขับเคลื่อน

ปุจฉาสำคัญวันนี้...พลังงานสะอาดที่จะนำมาทดแทนน้ำมันและก๊าซ ที่เคยมีการพูดกันมาก่อนหน้านี้หลายปีแล้ว โดยเฉพาะ “พลังงานสะอาดเพื่อสิ่งแวดล้อม” เอาเข้าจริงจะนำมาใช้ทดแทนกันได้จริงๆหรือ?

รศ.ดร.สุนีรัตน์ ฟูกุดะ ผู้อำนวยการบัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ที่ทำงานด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมมานานกว่า 15 ปี มองว่า

สถานการณ์ภาพรวมพลังงานทดแทนในประเทศไทยที่ผ่านมากระทรวงพลังงานได้มีการสนับสนุนการใช้พลังงานในประเทศ ซึ่งทางกระทรวงได้ตั้งเป้าหมายของปี 2579 โดยมีการประกาศแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานร่วมกับแผนพัฒนาพลังงานไฟฟ้าของประเทศ

มีเป้าหมายใช้ “พลังงานทดแทน” ในประเทศไทยให้ได้ 30 เปอร์เซ็นต์ของการใช้พลังงานทั้งหมด

ปัจจุบันถ้าดูตัวเลขของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนฯ จนถึงปลายปี 2560 เราผลิตพลังงานทดแทนได้ประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งหลักๆมาจากพลังงานชีวมวล และก็มีพลังงานน้ำขนาดใหญ่จากเขื่อน ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม เป็นต้น ซึ่งมีการพัฒนามาอย่างรวดเร็วในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา

และ...ทางกระทรวงยังมีเป้าหมายต่อไปในการนำพลังงานทดแทนมาใช้ให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ในกระบวนการผลิตในภาคอุตสาหกรรม ภายในปี 2579 ต้องได้ประมาณ 6 พันเมกะวัตต์ต่อปี

“ต้องบอกว่า ภาพรวมการใช้พลังงานทดแทนอยู่ในระดับดีมาก และประเทศไทยถือเป็นผู้นำของภูมิภาคอาเซียนในการนำพลังงานทดแทนมาใช้ในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งหลายประเทศก็ได้ยึดเอาประเทศไทยเป็นตัวอย่าง เพราะมีนโยบายในการสนับสนุนพลังงานทดแทนที่ดีมาก ทำให้มีพลังงานทดแทนในรูปของไฟฟ้า ความร้อน เชื้อเพลิงเหลวในภาคขนส่ง เอทานอลกับไบโอดีเซล ซึ่งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ช่วยลดต้นทุนในการผลิตได้อีกด้วย”

ผลที่เกิดขึ้นทำให้ผู้ประกอบการต้องพิจารณาในการลงทุนเกี่ยวกับพลังงานทดแทนไม่น้อย ส่วนการพัฒนา “พลังงานทดแทนเพื่อสิ่งแวดล้อม” จะเป็นเทรนด์รีเทิร์นกลับมาให้ต้องทบทวนกันอีกครั้งมากน้อยแค่ไหนนั้นรศ.ดร.สุนีรัตน์ บอกว่า กว่า 15 ปีที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้พัฒนาค้นคว้าและวิจัยในด้านพลังงานทดแทนมาโดยตลอด โดยเฉพาะพลังงานทดแทนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และทำจนประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากในเรื่องของงานวิจัย...พัฒนานวัตกรรมแล้ว สถาบันยังมีแนวทางที่จะส่งเสริมความรู้ จัดเวทีเพื่อให้ผู้ที่สนใจ ผู้ที่อยู่ในแวดวงเกี่ยวกับพลังงานได้มีโอกาสพบปะแลกเปลี่ยนทัศนะ องค์ความรู้ระหว่างกัน เราจึงเป็นคนกลางในการจัดสัมมนาระดับนานาชาติเกี่ยวกับด้านพลังงานในหลากหลายมิติ ภายใต้ชื่องาน ASEAN Sustainable Energy Week 2018 บัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ร่วมมือกับบริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด จัดงานนี้ขึ้นเป็นครั้งที่ 14 แล้ว

ปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-9 มิถุนายนนี้ ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา สรรชาย นุ่มบุญนำ ผู้จัดงานเสริมว่า เรื่องของพลังงานทดแทนในช่วงเวลานี้ สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนและเห็นได้ชัดจากอดีต คือที่ผ่านมาจะมองภาพกันแต่ในเฉพาะของส่วนการผลิตพลังงาน ไม่ว่าจะเป็นพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม หรือพลังงานด้านต่างๆ แต่ในงานนี้จะมีเทคโนโลยีนวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปและทั่วโลกกำลังให้ความสนใจ ในเรื่องของการกักเก็บพลังงาน ทั้งเทคโนโลยีแบตเตอรี่ การสร้างพลังงานทดแทนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม...ประหยัดพลังงาน

รวมถึงเรื่อง “สมาร์ทซิตี้”...“รถพลังงานไฟฟ้า” ที่ในอนาคตจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ “พลังงานโลก”...เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้การเข้าถึงการวางแผนพลังงานทดแทนทำได้ง่ายขึ้น ทั้งด้านราคา คุณภาพ

“ทุกคนจะได้เห็นการข้ามขีดจำกัดสู่พลังงานทางเลือกในอนาคต ที่จะมีพลังงานในรูปแบบหลากหลาย ที่ในอนาคตจะช่วยในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรม และในด้านต่างๆ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เรื่องของราคาพลังงานกลับมาเป็นช่วงขาขึ้น เรื่องของเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่แตกต่างออกไปจากเดิมๆ

ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ย้ำไว้ว่า ความต้องการพลังงานในอนาคตมีแต่จะเพิ่มขึ้น ขณะที่พลังงานที่มีค่อยๆลดลง ส่งผลให้ราคาแพงขึ้น ดังนั้น การเดินหน้าสู่พลังงานทางเลือกและการวางแผนนโยบายด้านการจัดการพลังงานที่ยั่งยืนจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องเรียนรู้และตื่นตัวอยู่เสมอ

โลกนี้ช่างกว้างยิ่งนัก ผู้คุมนโยบายระดับบริหารควรที่จะต้องเปิดใจเปิดมุมมองให้กว้างๆรอบด้าน มีโอกาสก็ไปยลงานนี้จะช่วยตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานได้อย่างครบถ้วน ครอบคลุมทุกมิติไม่มากก็น้อย

“ไม่สนับสนุน”...“ไม่ส่งเสริม” ก็เหมือนมีความพยายามที่จะทำหมันพลังงานทางเลือก?

พลังงานไฟฟ้ายิ่งใช้กันมากขึ้นๆทุกวี่วัน สวนทางกับปริมาณที่ผลิตได้ คงไม่มีใครที่คิดสั้นๆ ง่ายๆ จะพึ่งแต่โรงไฟฟ้าถ่านหิน จะเอาถ่านหินให้จงได้...เพียงอย่างเดียวเท่านั้น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้